'ชูศักดิ์' เผย ครม. ไม่ได้พูดถึงการยุบสภา มีมติแต่งตั้ง 'จิรายุ' ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลตามเดิม - 'ภูมิธรรม' ถามพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทยไว้ใจได้แค่ไหน มอง 'พริษฐ์' ท้ายุบสภา เอาความต้องการตัวเองเป็นหลัก ไม่เข้าใจกระบวนการรวมเสียงตั้งรัฐบาล ชี้การเมืองยังไม่ถึงเดดล็อก ยุบสภาอยู่ที่สถานการณ์
2 กันยายน 2568 NBT Connext รายงานว่า นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งโฆษกประจำนายกรัฐมนตรี คือ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ พร้อมได้อนุมัติคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ในการมอบหมายหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีเรียงลำดับตามที่จัดลำดับไว้ คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพลังงาน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงมอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เหมือนที่เคยปฏิบัติมา
ที่ประชุม ยังมีมติแต่งตั้งข้าราชการทางการเมืองเท่าที่จำเป็น คือ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่มาคอยประสานงาน รับเอกสาร และคณะที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกประจำสำนักนายกฯรัฐมนตรี เท่าที่จำเป็น
ที่ประชุมยังได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายของ BOI ที่ต้องการส่งเสริมเรื่องสิทธิประโยชน์ในการให้เครดิตทางภาษี ทำให้บริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยหลังจากนี้จะนำส่งกฤษฎีกาตรวจสอบ ก่อนเสนอสภาต่อไป
ที่ประชุมยังรับทราบข้อห่วงใยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติส่งเสริมคุณภาพคนพิการ ปี 2550 ซึ่งในอดีตกฎหมายฉบับนี้ รวมถึงมติ ครม. รัฐบาลต้องการให้มีคนพิการเข้าทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ ปัจจุบันมีคนพิการ 2,206,343 คน แต่เข้าทำงานอยู่ประมาณ 18,000 คน จึงมีมติให้ไปจำแนกประเภทคนพิการให้ชัดเจน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้คนพิการได้ทำงานมากขึ้นตามข้อกำหนด
นายชูศักดิ์ ยังกล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ไม่ได้พูดถึงการยุบสภา แต่ได้หารือถึงวาระปกติ พร้อมอนุมัติงบกลางหลายรายการ ซึ่งเป็นงบที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น เรื่องนม อาหาร ของโรงเรียนเอกชน ซึ่งดูแล้วมีความจำเป็นจึงอนุมัติไป
'ภูมิธรรม' มอง 'พริษฐ์' ท้ายุบสภา เอาความต้องการตัวเองเป็นหลัก
สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (2 ก.ย.) ว่า ยังไม่เห็นว่ามีวาระการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยหรือไม่ แต่ ครม.สามารถทำได้ แม้ขณะนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรี แต่ตนปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ตำแหน่งรักษาราชการแทน เช่นเดียวกับรัฐมนตรีคนอื่นๆก็สามารถเซ็น เอกสารในฐานะรัฐมนตรีได้ทั้งหมด เพราะยังมีอำนาจเต็ม รวมถึงในเรื่องของการยุบสภาก็มีอำนาจ
ส่วนในที่ประชุมวันนี้ (2 ก.ย.) จะมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการยุบสภาหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่หารือ เนื่องจากขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดตั้งรัฐบาลจนกว่าจะมีการประกาศชัดเจนในการจับมือร่วมรัฐบาล หรือ เข้าสภาจนได้นายกรัฐมนตรี
ส่วนที่ดูท่าทีพรรคประชาชนเหมือนไม่ได้ไว้ใจทั้งพรรคการเมืองสีแดงและสีน้ำเงิน นายภูมิธรรม ย้อนถามกลับว่า แล้วจะทำอย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยกให้ใครเลยก็แบ่งเป็นสามขั้ว
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลจะมีโอกาสไหลไปรวมกับขั้วเดิมของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล หากไปพูดถึงความเป็นไปไม่ได้แล้วจะคุยกันอย่างไร พร้อมย้ำว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าพรรคประชาชนจะไม่เลือกใครเลย ตนคิดว่ารอให้การประชุมชัดเจนก่อน อย่าไปใช้คำว่า“ถ้า”เลย เพราะหากเริ่มต้นด้วยคำว่า “ถ้า” ก็จะทำงานไม่ได้
สำหรับกรณีที่ นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าถ้าเกมจบไม่ลง พรรคเพื่อไทยจะไปดึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมา นายภูมิธรรม มองว่าไปไกลเกินไป นายเทพไทอย่าตัดสินใจแทนพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่า เรื่องยุบสภายังมีเวลาตัดสินใจใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาล มีการช่วงชิง มีการพูดคุย และมีการทำความเข้าใจจึงอยู่ที่ข้อสรุปที่จะตกลงกันร่วมรัฐบาลว่าจะเป็นอย่างไร แต่วันนี้ยังไม่มีอะไรที่เป็นคำตอบที่ชัดเจน เพราะพรรคประชาชนยังไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาพรรคเพื่อไทย หรือไม่เอาพรรคภูมิใจไทย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพราะพรรคประชาชนยังไม่มีข้อสรุปและ สส.ในพรรคก็ยังเห็นต่างอยู่ รอให้เขาตัดสินใจให้ชัดเจน แต่หากบ้านเมืองไม่มีทางออกก็ยังมีกลไกตามขั้นตอนของประชาธิปไตย จะเลือกตรงไหนก็ได้ แต่ตอนนี้การเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ ว่าจะเสนอใครไปโหวต แล้วโหวตแล้วจะได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่รู้ วันนี้พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ จนกว่าจะมีการตกลงร่วมกันชัดเจนและเสนอชื่อเข้าสภาแล้วโหวตจนสำเร็จ
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชน ยังไม่ไว้ใจเพราะเคยถูกหักหลังมา นายภูมิธรรม กล่าวว่า หักหลัง หรือไม่หักหลังอยู่ที่พรรคประชาชนตัดสินใจ
ส่วนจะให้ความมั่นใจกับพรรคประชาชนอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า เราพูดชัดเจนและประกาศต่อสาธารณะไปแล้วว่าจะทำอะไรบ้าง ก็รอเพียงคำตอบจากพรรคประชาชน ส่วนจะเลือกพรรคเพื่อไทยหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจว่า จะเลือกเพื่อไทย หรือจะร่วมตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทย หรือจะเลือกพรรคภูมิใจไทย ไม่ต้องอุบอิบและเข้าไปร่วมเป็นรัฐบาลขอกระทรวงไหนพรรคภูมิใจไทยก็ฟังอยู่แล้ว หากขอกระทรวงมหาดไทยก็เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยยอม ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับพรรคประชาชนว่าจะตัดสินใจอย่างไร
เมื่อถามย้ำว่า ข้อเสนอของพรรคประชาชนคือต้องการเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อมายุบสภา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกัน แต่ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยเพื่อแก้วิกฤต จะเอาไม่เอาก็ขึ้นอยู่กับประชาชน และที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ความเป็นจริงก็ไม่ใช่ เพราะที่เคยตกลงว่าจะสนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยก็ยกมือทั้งพรรคให้ทั้งสองครั้ง
ส่วนเสียงสนับสนุนจาก สว. พรรคก้าวไกลขณะนั้น ก็ระบุเองว่าจะเป็นผู้ดูแล สว.เอง ที่จะเชิญชวนให้มาเลือกนายพิธา แต่ผลออกมาไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะฉะนั้นจะมาว่าเราไม่ได้ แต่ยอมรับว่าเงื่อนไข 10 เดือนของพรรคก้าวไกล เพื่อไทยเห็นต่าง เพราะมองว่า10 เดือนมากเกินไป ปัญหาประเทศรอไม่ได้ ก็กล่าวหาว่าเพื่อไทยฉีก MOU ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ได้เชิญทุกพรรคการเมืองมาพูดคุยเรื่องตั้งรัฐบาล ซึ่งทุกพรรคพูดชัดเจนว่าไม่เอา ม.112 ไม่เอาพรรคก้าวไกลเข้าร่วมเงื่อนไข ก็ชัดเจน ถ้าถามว่าเรื่องนี้ทำให้พรรคก้าวไกล กินแหนงแคลงใจกับพรรคเพื่อไทย ก็มีสิทธิ์ที่จะคิดได้ แต่อะไรที่ผิดไปตนก็ขอโทษ เพราะวันนี้ปัญหาประเทศคือเรื่องใหญ่ และถ้าบอกว่าวันนี้ไม่มีอะไรไว้ใจพรรคเพื่อไทยแล้วถามว่าพรรคภูมิใจไทยมีอะไรให้ไว้วางใจ ที่ผ่านมาก็โหวตคัดค้าน รัฐธรรมนูญมาโดยตลอด พูดชัดเจนมาโดยตลอด หรือแม้แต่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีต สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ก็พูดกลางที่ประชุม แต่ตนไม่ขอลงรายละเอียด ให้กลับไปย้อนดูคลิปได้
“เพราะฉะนั้นสิ่งที่พรรคประชาชนต้องคิด ไม่มีเหตุผลว่าจะไว้ใจใครหรือไม่ไว้ใจใคร ถ้าจะไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยน่าไว้ใจหรือ แล้ววันนี้ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ใช้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะพรรคประชาชนบอกว่าจะไม่เป็นรัฐมนตรี ยุติเรื่องเขากระโดง ก็แสดงว่าเราไม่สามารถเอาที่หลวงกลับคืนมาได้ และสว. ก็สามารถสั่งได้ในกลไกต่างๆ และอะไรคือความมั่นใจของพรรคประชาชน อยากให้พูดให้ชัดเพื่อไทยไม่มีอะไรด้อยกว่าพรรคภูมิใจไทย ประวัติเรื่องประชาธิปไตยเพื่อไทยชัดเจนกว่ามาโดยตลอด เรื่องนี้ไม่ได้เอามาพูดเพื่อกลบเรื่องอื่นๆ แต่หากพรรคประชาชนจะร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ตนก็มองว่าเป็นสิทธิ แต่อย่ามาบอกว่าเพื่อไทยไม่น่าไว้ใจ และอยากให้พูดให้ชัดว่า มีอะไรที่พรรคภูมิใจไทยน่าไว้ใจ เพื่อไทยก็จะยอมรับ”นายภูมิธรรม ระบุ
เมื่อถามว่าการเดินเกมของพรรคประชาชนขณะนี้ต้องการบีบให้ยุบสภาหรือไม่ นายภูมิธรรม ถึงกับร้อง โอย พร้อมบอกว่า ไปมองแบบนั้นก็มองพรรคประชาชนร้ายเกินไป แสดงว่าที่พรรคประชาชนเดินเกมมาทั้งหมด ไม่สนใจความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นแล้วจะเป็นปัญหาต่อประเทศอย่างไร ตนไม่เชื่อว่าพรรคประชาชนจะคิดถึงขนาดเอาเกมส่วนตัวมาแก้ปัญหา หรือสร้างผลกระทบให้กับประเทศชาติ
เมื่อถามต่อว่า แกนนำพรรคประชาชนอย่างนายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ โฆษกพรรคประชาชน ก็ออกมาพูดว่า ถ้าหากจะยุบสภาก็ยุบได้เลยไม่ต้องรอการตัดสินใจของพรรคประชาชน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้านายพริษฐ์ พูดแบบนั้นแสดงว่าไม่เข้าใจกระบวนการประชาธิปไตย เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อตั้งรัฐบาล อยู่ๆจะให้ยุบสภา แสดงว่าเอาความต้องการของตนเองเป็นหลัก วันนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่จะต้องตัดสินใจในกระบวนการอื่นๆของประชาธิปไตย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเสียงตั้งรัฐบาล ถ้าภูมิใจไทยบอกว่าขณะนี้รวมเสียงได้มากกว่า 280 ก็แสดงว่ารวมเสียงของพรรคประชาชนเข้าไปด้วย และมั่นใจว่าได้ตกลงกับพรรคประชาชนเรียบร้อยแล้ว แสดงว่ากระบวนที่กำลังเกิดขึ้นเป็นการเล่นละครอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นพรรคประชาชนก็ต้องรับผิดชอบ แต่ตนเชื่อว่าทุกฝ่ายกำลังพิจารณาในกระบวนการตั้งรัฐบาล จะไปพูดเรื่องอื่นและยุให้ยุบสภา แสดงว่ามีเจตนาที่จะยุบสภาอย่างเดียว แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่จะยุบสภา วันนี้ขอให้สวมหัวใจนักประชาธิปไตย อย่าใช้ความโกรธเกลียด แต่ที่พูดว่าไม่ใช้ความโกรธเกลียด แต่จำได้ก็อยากถามว่าพรรคภูมิใจไทยดีกว่าพรรคเพื่อไทยตรงไหน ถึงจะไปตัดสินใจยกมือให้ ตนฝากถามไปยังพรรคประชาชน นายภูมิธรรม ยิ้มและหัวเราะ พร้อมกับย้ำว่า ไม่ได้โกรธ แค่พูดให้ฟัง
ส่วนในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทยที่จะรวบรวมเสียงไปโหวตนายกในสภายังมั่นใจใช่หรือไม่ว่าการเมืองจะไม่ถึงทางตัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้สื่อก็ยังเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลจับมือกันอยู่ อาจจะมีบางเสียงที่สื่อไปตีความว่าทะแม่งๆ ทางโน้นก็บอกง่าที 280 -300 เสียงแล้ว พรรคประชาชนยกมือให้ พรรคประชาชนบอกว่ายังไม่ตัดสินใจเลย ยังไม่ได้ยกให้ใคร ท่านจะเชื่อใครดีล่ะ มันต้องมีใครหลอก โกหกสักคนหรือสองคน หรือสามคน หรือโกหกหมดก็ได้ ตนว่าอย่าเพิ่งไปสรุปกับเสียงที่แว่วๆมา เพราะวันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันกำลังเป็นการหาทางออกเพื่อสร้างผู้นำประเทศและเลือกรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤต พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนว่าหากเรื่องไหนไม่มีความชัดเจนอย่าเอามาพูดให้เกิดความไม่มั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาล ตนคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ ไม่อย่างนั้นตนคงอยู่ประชุม ก.ตร. คงไม่ไปหรอก
ส่วนพรรคประชาชนได้บอกหรือไม่ว่าจะให้คำตอบเมื่อไหร่ นายภูมิธรรม กล่าวว่าพรรคประชาชนบอกจะประชุมเมื่อวาน (1 ก.ย.) และไม่แน่ใจว่าจะได้คำตอบ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่เป็นไร ทำให้ชัดเจน แต่ขอให้แจ้งพรรคเพื่อไทยด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่แจ้งมาแล้วจะให้ตนไปคิดว่าเขาไม่ทำได้อย่างไร
ส่วนรู้สึกอย่างไรที่เดินทางไปพรรคประชาชนเพื่อเทียบเชิญร่วมรัฐบาลแต่กลับมีคนมาตะโกนไล่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่เป็นไร ตนคิดว่าไม่ใช่พรรคประชาชนเป็นคนทำ เป็นด้อม เป็นผู้สนับสนุน แม้จะยืนอยู่ในพรรคแล้วตะโกนว่ามา ก็เป็นสิทธิ์ เราเป็นบุคคลสาธารณะ เรารับฟังได้ ไม่มีปัญหา ทั้งหมดจะเป็นอย่างไร เหมาะสมหรือไม่ สายตาผู้คนก็เห็นอยู่
ส่วนที่พรรคประชาชนมองว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำตอนนี้ไม่ได้แสดงถึงความจริงใจถึงที่สุด แต่ทำเพื่อดึงเสียงสส.ของพรรคและบางส่วนของพรรคร่วมที่ไปรวมกับภูมิใจไทยกลับมา ซึ่งอาจนำไปสู่การปฏิวัติ หรือยุบสภา นายภูมิธรรมกล่าวว่า อย่าโยนความผิดมาให้พรรคเพื่อไทย คำถามนี้ไม่สร้างสรรค์ ทำไมไม่คิดกลับกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีการให้เวลา ดึงเวลา เพื่อดึงคนพรรคเพื่อไทยออกไป ตนว่าคิดได้ทั้ง 2 อย่าง
ส่วนอะไรจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจยุบสภา นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่สถานการณ์ทางการเมือง อะไรที่ทำให้เกิดเดดล็อกไปไม่ได้ กระบวนการทางประชาธิปไตยมีทางเลือกอีกหลายทาง ตนยังไม่ได้คิดว่าจะยุบสภา จริงๆยังไม่ได้คิดอยู่ในหัวเลย มันมีกระบวนการอยู่แล้ว ยุบสภาเป็นกระบวนการหนึ่ง แต่วันนี้ยังคุยกันว่าจะตั้งรัฐบาลร่วมกัน ส่วนเรื่องอื่นไกลจากสถานการณ์ที่ยังเป็นอยู่
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลรักษาการยุบสภาได้
NBT Connext รายงานว่า นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้พูดคุยเรื่องยุบสภา ส่วนรัฐบาลรักษาการมีอำนาจยุบสภาหรือไม่ เห็นว่า ตามกฏหมายไม่มีข้อห้าม แต่ต้องสอบถามนักวิชาการที่ศึกษาเรื่องนี้
สำหรับกรณีที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า รัฐบาลรักษาการ ไม่สามารถยุบสภาได้นั้น นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะตนเองไม่ใช่นักกฎหมาย
