สื่อ Newsweek นำเสนอสกู้ปเมื่อปี 2024 อุตสาหกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างน่าเป็นห่วง สร้างความเสียหายรวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แก๊งเหล่านี้ที่นำโดยชาวจีนกำลังขยายเป้าหมายไปยังชาวอเมริกันมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการหลอกลวงแบบนี้ง่ายและปลอดภัยกว่าอาชญากรรมบนท้องถนน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเผชิญความท้าทายในการตามจับคนร้ายข้ามประเทศ
เมื่อช่วงเดือนกันยายน 2024 สำนักข่าว Newsweek สื่อสัญชาติอเมริกัน ได้นำเสนอรายงานพิเศษ Inside Thailand’s $2 Billion Scam Industry Now Targeting Americans โดย Sonal Nain ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตำรวจบุกจับสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงประชาชนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ | ที่มาภาพ: Royal Thai Police
จากการเปิดเผยของ 'นรินทร์' ชายหนุ่มวัย 20 ปี จากภาคเหนือของไทย ที่เคยทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เผยว่า "แก๊งชาวจีนสอนวิธีทำให้โปรไฟล์ดูน่าเชื่อถือ สอนวิธีเพิ่มผู้ติดตามและโพสต์เป็นประจำ" หลังจากนั้นเขาเริ่มมองหาเหยื่อผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram และ Line
นี่ไม่ใช่เพียงแค่เหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของไทยระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีสถิติการหลอกลวงทางโทรศัพท์และข้อความสูงสุดในเอเชีย โดยมีรายงานเหตุการณ์กว่า 78.8 ล้านครั้งจนถึงปี 2024 และเกิดความเสียหายจากการก่ออาชญากรรมดังกล่าวรวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ซึ่งมักนำโดยหัวหน้าชาวจีนกำลังขยายเครือข่ายมุ่งเป้าหลอกลวงไปยังสหรัฐอเมริกา และมีแนวโน้มที่จะหลอกลวงชาวอเมริกันได้มากขึ้น
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2023 ทางการสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับอันตรายที่เพิ่มขึ้นของชาวอเมริกันที่ถูกค้ามนุษย์เข้าสู่ขบวนการหลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถานการณ์นี้ชัดเจนขึ้นในเดือนธันวาคม 2023 เมื่อกระทรวงยุติธรรมประกาศฟ้องร้องบุคคล 4 คนในสหรัฐฯ ที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินกว่า 80 ล้านดอลลาร์จากผลกำไรของการหลอกลวง
นรินทร์อดีตนักต้มตุ๋น บอกเล่าเส้นทางสู่โลกอาชญากรรมไซเบอร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เขาเดินทางจากเชียงใหม่ไปเชียงราย ก่อนจะข้ามพรมแดนไปยังท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และถูกส่งต่อไปยังเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นเมืองชายแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เขาถูกชักชวนโดยเพื่อนของเพื่อนและยอมเสี่ยงเพราะมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่เมื่อไปถึงเมียนมา เขาก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วถึงธรรมชาติที่แท้จริงของการปฏิบัติงาน และรู้สึกหวาดกลัวจนไม่สามารถหนีออกมาได้
หลอกรักออนไลน์
บทบาทของนรินทร์คือการหาเหยื่อทางออนไลน์และหลอกล่อให้โอนเงิน ซึ่งจะถูกส่งผ่านเครือข่ายของแก๊ง นรินทร์มักจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee หรือ Lazada เพื่อหลอกลวงเป้าหมาย
ตำรวจไทยอธิบายว่ากลโกงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แก๊งหลอกรักออนไลน์" (romance scams) ที่อาชญากรใช้ตัวตนปลอมเพื่อสร้างความรู้สึกผูกพันกับเหยื่อก่อนจะหลอกเอาเงิน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า "พวกเขาพยายามทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังตกหลุมรักพวกเขา ใช้รูปภาพที่น่าสนใจและสร้างความไว้วางใจ และในที่สุดก็จะชวนให้คุณลงทุนในบางอย่าง"
นรินทร์กล่าวว่าเหยื่อหลักของการหลอกลวงแบบนี้มักจะเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ในขณะที่การหลอกลวงรูปแบบอื่นๆ มักจะมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงที่ชอบซื้อของออนไลน์ และคนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 20-25 ปี
"ในขณะที่เหยื่อที่อายุน้อยกว่าอาจสามารถฟื้นตัวทางการเงินได้ แต่เหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุมักต้องเผชิญกับการสูญเสียที่ทำลายความมั่นคงและความเป็นอยู่ทั้งหมดของพวกเขา" พ.ต.อ.เจษฎา บุรินทร์สุชาติ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของไทยกล่าว พร้อมชี้ว่าคดีเหล่านี้มักได้รับความสนใจจากสื่ออย่างมากเนื่องจากผลกระทบที่รุนแรง
จากสถิติของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 ถึงสิงหาคม 2024 มีความเสียหายจากการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางไซเบอร์รวมทั้งสิ้น 2 พันล้านดอลลาร์
ความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมาย
วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นสถานที่ซึ่งมีอุปกรณ์กระจายสัญญาณ SIMBOX ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ | ที่มาภาพ: Royal Thai Police
เพื่อตอบโต้ปัญหานี้ ทางการไทยและกัมพูชาได้เพิ่มความพยายามในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พล.ต.อ.ธัชชัย ผู้ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ปีในการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ กล่าวว่า "จำนวนอาชญากรรมทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นเพราะมันง่ายและปลอดภัยกว่าการก่ออาชญากรรมบนท้องถนนเพื่อหาเงิน"
ขบวนการอาชญากรเหล่านี้มักนำโดยหัวหน้าชาวจีนที่ร่วมมือกับคนไทย และได้ย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชามากขึ้นเพื่อหลบหนีการบังคับใช้กฎหมายของไทย พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า "มีช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายเนื่องจากคนร้ายอาศัยอยู่ในประเทศอื่นตามแนวชายแดน ทำให้การนำตัวพวกเขากลับมารับโทษในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย"
ในขณะที่ทางการไทยได้ออกหมายจับสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาแล้ว 165 หมาย และกำลังรอการอนุมัติจากศาลกัมพูชา ทางการไทยยังมุ่งเป้าไปที่การสกัดกั้นสัญญาณโทรศัพท์ที่แก๊งเหล่านี้ใช้ในการติดต่อเหยื่อในไทย รวมถึงกำลังตรวจสอบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Google อย่างเข้มงวด หากพบว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้มีส่วนร่วมในการทำเงินจากการโฆษณาขององค์กรอาชญากรรม
บริษัทโซเชียลมีเดียต่างก็ละเลยปัญหานี้
พล.ต.อ.ธัชชัย ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหา โดยกล่าวว่าโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Google ต่างก็ละเลยต่อการหลอกลวงเหล่านี้ อาชญากรใช้โปรไฟล์ปลอมและหน้าเพจแอบอ้างเพื่อหลอกลวงเหยื่อ แต่แม้จะมีการแจ้งเตือนซ้ำๆ การตอบสนองจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ
การปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ยังคงเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างการทำงานที่ซับซ้อนเป็นชั้น ๆ รวมถึงศูนย์หลอกลวงและระบบการฟอกเงิน ทำให้ถึงแม้จะจับกุมตัวการสำคัญได้ก็จะมีอาชญากรคนใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็มช่องว่างอย่างรวดเร็ว
ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะต้องยกระดับการป้องกันประชาชนในประเทศอาเซียน
"เราต้องการความร่วมมือที่แข็งแกร่งขึ้นกับหน่วยงานในสหรัฐฯ จีน และบริษัทเทคโนโลยี เพื่อระบุและปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้" พ.ต.อ.เจษฎา กล่าว
