สภาประชาสังคมชายแดนใต้รณรงค์สันติภาพวันสันติภาพสากล เผยข้อกังวล “รายงาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้” อาจสูญเปล่า หากสภาไม่ทันบรรจุวาระการพิจารณาก่อนยุบสภา ชี้เป็นการศึกษาปัญหาที่ดีที่สุดถัดจาก รายงาน กอส.เมื่อปี 48 ผ่ายการถกเถียงอย่างลึกและประชาชนมีส่วนร่วมทุกภาค ฝากถึงทุกพรรคขอให้ สส.ยกมือสนับสนุน เพราะอาจมีผลต่อการหาเสียงเลือกตั้งชายแดนใต้สมัยหน้า ด้านฮากิม ระบุอาจได้ประโยชน์น้อยเพราะเนื้อหาหลายส่วนถูกตัด
โซรยา จามจุรี รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้
20 กันยายน 2568 นางโซรยา จามจุรี รองประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาประชาสังคมชายแดนใต้จะโฟกัสไปที่รายงานของคณะกรรมาธิการสันติภาพชายแดนใต้ (คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้) ที่มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธาน ซึ่งจัดทำรายงานทำเสร็จแล้วหลังใช้เวลา 2 ปี โดยจะพยายามผลักดันให้ประธานรัฐสภาผู้แทนราษฎรเร่งบรรจุวาระการพิจารณาให้ทันก่อนที่จะมีการยุบสภาเลือกตั้ง สส.ใหม่ และพยายามผลักดันให้ สส.พรรคต่าง ๆ ยกมือให้ความเห็นชอบ
“คิดว่าเป็นรายงานการศึกษาฉบับนี้ที่มีความลุ่มลึก เพราะมีการฟังข้อมูลอย่างรอบด้านไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาสังคมและภาคประชาชน มีการเดินทางสัญจรไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศด้วย ผ่านคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมฯ ที่หมอเพชรดาว โต๊ะมีนา เป็นประธาน และดิฉันก็เป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วย” นางโซรยา กล่าว
ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย.68) จะมีการจัดเวที ล้อมวงเสวนากับ กมธ.สันติภาพฯ ว่าด้วย "อนาคตสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี และทางออกในสถานการณ์ที่ท้าทาย" เวลา 13.30 - 16.30 น. ณ ลานหน้าสำนักงานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ชั้น 1 อาคาร 51 B พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ย์เสวนาเนื่องในโอกาส "วันสันติภาพสากล" 21 กันยายน โดยมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง มาร่วมพูดคุยด้วย
นางโซรยา เปิดเผยด้วยว่า ทราบมาว่า ร่างรายงานฉบับนี้มีประมาณ 200 กว่าหน้า ผ่านการถกเถียงในกรรมาธิการค่อนข้างเยอะ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป เพราะฉะนั้นภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ความสำคัญ และอยากจะผ่านการรับรองจากสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะได้มีผลให้รัฐบาลนำข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตไปปฏิบัติในการแก้ปัญหา และสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป
“แม้การจัดทำร่างรายงานเสร็จแล้ว รอเพียงการบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราคาดหวังว่าอยากจะให้ทันก่อน 4 เดือนในช่วงรัฐบาลชุดนี้ก่อนที่จะมีการยุบสภา เพราะถ้าไม่ทัน รายงานงานชุดนี้ก็จะตกไปเลย” นางโซรยา กล่าว
ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้เราจะพูดคุยกับประธานคณะกรรมาธิการ เพื่อให้อัพเดทดำเนินการไปถึงไหนแล้วในภาพรวม เพราะเป็นรายงานที่เราเฝ้ารอคอยมา 2 ปีและมีผลการศึกษาอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรมที่จะเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แม้ว่ายังเปิดเผยร่างรายงานฉบับจริงไม่ได้ก็ตาม อย่างน้อยก็เป็นการอุ่นเครื่องให้ประชาชนที่ติดตามเรื่องนี้ได้รับรู้ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและแถลงอย่างเป็นทางการ
รายงานฉบับนี้สภาผู้แทนราษฎรจะโหวต 2 แบบคือโหวตเห็นชอบรายงาน และโหวตเห็นชอบในข้อสังเกต ถ้าเห็นชอบในข้อสังเกต รัฐบาลก็จะต้องรับไปดำเนินการต่อ รวมถึงองค์การพยศของรัฐบาลหรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายพลเรือนด้วย เพราะในข้อสังเกตจะระบุถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องว่าต้องทำอะไรบ้าง
“ดิฉันหวังว่ารายงานฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร มั่นใจว่าจะได้เสียโหวตเกินกึ่งหนึ่ง เหตุที่เชื่ออย่างนั้น เพราะตัวประธานคณะกรรมาธิการเอง คือคุณจตุรนต์ ฉายแสง ก็มาจากพรรคเพื่อไทยที่มี สส.มากเป็นอันดับ 2 คือ 141 คน” นางโซรยา กล่าว
ขณะที่รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ก็คือคุณรอมฎอน ปันจอร์ ก็มาจากพรรคประชาชนซึ่งมีความกระตือรือร้นมาก และเป็นพรรคที่มี Power ในการกำกับรัฐบาลได้ ตั้งแต่การทำข้อตกลงสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แม้ว่าเรื่องชายแดนใต้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงที่พรรคประชาชนทำกับพรรคภูมิใจไทยก็ตาม
“พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด ซึ่งตอนจะตั้งกรรมาธิการสันติภาพ สส.พรรคประชาชนและ สส.คนอื่น ๆ จากหลายพรรคที่ร่วมกันผลักดันอย่างแข็งขัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทย ดังนั้นเพียง 2 พรรคนี้ คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนก็มี สส. รวมกัน 284 คน ก็เกินกึ่งหนึ่งไปแล้ว” นางโซรยา กล่าว
นางโซรยา กล่าวด้วยว่า อีกพรรคคือ พรรคภูมิใจไทยก็มีกรรมาธิการหลายคนจากพรรคภูมิใจไทย คือ แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา นายนัจมุดดีน อูมา และ นายจาตุรนต์ เอี่ยมโสภา ทั้งสามคนก็มีความแข่งขันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยต้องยกมือรับรองอยู่แล้ว จะไม่รับได้อย่างไร
ดังนั้น ทุกพรรคมีส่วนร่วมทั้งหมดตามสัดส่วนของ สส.ที่มี รวมถึงพรรคประชาชาติเองที่ สส.เป็นคนในพื้นที่เกือบทั้งหมด แม้ว่าจะไปเป็นฝ่ายค้านตามพรรคเพื่อไทย
นางโซรยา กล่าวว่า มั่นใจว่า ทุกพรรคจะโหวตให้ผ่าน เพราะเราอยากให้ทุกพรรคถือว่าปัญหาชายแดนใต้และการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี เป็นปัญหาร่วมของประเทศนี้ มีคนตาย 7,000 กว่าคน มีคนเจ็บ 14,000 กว่าคน และผ่านมาหลายรัฐบาลแล้ว ทั้งรัฐบาลพลเรือนและรัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องถือว่าเป็นปัญหาร่วมของทุกพรรคการเมือง
นางโซรยา กล่าวด้วยว่า การรับหรือไม่รับก็อาจจะมีผลในทางการเมืองด้วย เพราะตอนนี้หลายพรรคต่างก็พยายามจะช่วงชิง สส. ในพื้นที่ชายแดนใต้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงเป็นโอกาสของพรรคการเมืองที่จะเห็นชอบรายงานฉบับนี้ เพราะเป็นประเด็นความต้องการของคนในพื้นที่ที่อยากให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ด้วยข้อสังเกตที่เราเชื่อว่ารอบด้านและตรงจุด เพราะเป็นการศึกษาปัญหาที่ลึกไปถึงรากเหง้า ไม่ใช่การแก้ปัญหาในเชิงปรากฏการณ์เท่านั้น
“คิดว่าจะมีผลในแง่ที่ว่าแต่ละพรรคก็ควรจะต้องตอบสนองต่อความต้องการของประชาสังคมและของประชาชนในพื้นที่ นี่เป็นข้อเสนอที่เราคิดว่าดีที่สุดครั้งหนึ่ง ถัดจากรายงานของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมาฉันท์แห่งชาติหรือ กอส.เมื่อปี 2548 เพื่อศึกษาปัญหาและข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาทจังหวัดชายแดนภาคใต้ และวันนี้คนของ กอส.เองหลายคนก็มาเป็นกรรมาธิการสันติภาพด้วย โดยเฉพาะตัวประธานเอง”
นางโซรยา กล่าวย้ำว่า “ทุกพรรคไม่ควรปฏิเสธ เพราะถ้ารับก็จะได้ใจประชาชน ยิ่งใกล้ช่วงหาเสียงที่คุณต้องเอาใจประชาชนและรับฟังประชาชน นี่คือความคาดหวังของเรา”
นางโซรยา เปิดเผยด้วยว่า อย่างไรก็ตาม สภาประชาสังคมฯ เองก็ต้องมาคุยกันอีกทีว่าจะมีส่วนผลักดันรายงานฉบับนี้ให้ผ่านสภาได้อย่างไร คิดว่า ลำดับแรกอาจจะต้องไปพบปะประธานรัฐสภาให้เร่งบรรจุวาระการพิจารณาร่างรายงานฉบับนี้เข้าสู่สภา ซึ่งรอไม่ได้เพราะมีคนเจ็บคนตายทุกวัน ไม่งั้นแล้วสิ่งที่ศึกษามา 2 ปีมันจะจบไปเลย จะไม่มีผลอะไรหากมีการยุบสภาเสียก่อน เหลืออีกนิดเดียวแล้ว ยิ่งอาจารย์วันนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เองก็มาจากพื้นที่ชายแดนใต้ เข้าใจปัญหาในพื้นที่ดี นี่คือความคาดหวังของเรา
จากนั้น เราอาจจะเดินสายไปพบพรรคต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารายงานฉบับนี้มีความสำคัญ เราจะขอเสียงสนับสนุนจาก สส.ของพรรคให้ยกมือเห็นชอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะต้องหารือกันต่อไปว่าจะเดินสายไปพบอย่างไร
“แต่ถ้าเกิดมีการยุบสภาก่อนจริง ๆ โดยไม่ทันบรรจุวาระหรือมีอุบัติเหตุที่ทำให้สภาไม่อาจพิจารณาเรื่องนี้ได้ เราก็สามารถนำข้อเสนอหรือข้อสังเกตุในร่างรายงาน มาใช้ในโอกาสที่หากจะมีการเลือกตั้งใหม่ โดยให้พรรคการเมืองนำไปขับเคลื่อนผ่านพรรคการเมืองของตัวเอง แล้วผลักดันให้เป็นนโยบายของพรรคในการหาเสียงกับประชาชนต่อได้ หรือภาคประชาสังคมนำมาขับเคลื่อนเองก็ได้ คิดว่าไม่สูญเปล่า แต่ก็เสียดาย” นางโซรยา กล่าว
อาจได้ประโยชน์น้อยเพราะเนื้อหาหลายส่วนถูกตัด
ขณะที่ ก่อนหน้านี้ ในซีรี่ย์เสวนาเนื่องในโอกาส "วันสันติภาพสากล" Ep1 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา นายฮากิม พงติกอ จากองค์กร The Patani ได้แสดงความเห็นในเรื่องเดียวกันนี้ว่า ได้ฟังมาตลอดว่า สส. หลายคนก็ไม่ได้เข้าประชุมคณะกรรมาธิการชุดนี้ มีแต่ตัวแทนภาคประชาสังคมที่เขาไปนั่งเถียงในที่ประชุม
อย่างไรก็ตาม เห็นความตั้งใจของสภาที่นำเรื่องที่มีความซับซ้อนของปัญหาชายแดนใต้เข้าไปพูดคุยในสภา แต่ในขั้นต้นเราอาจจะอยากได้มากกว่านั้น เช่น อยากให้มีเรื่องของสถาบันที่มีความมั่นคงในการแก้ปัญหาในพื้นที่ แต่ก็เห็นแล้วว่ามีอุปสรรคเยอะ มีการตัดเนื้อหาหลายส่วนกว่าจะได้ตัวรายงาน
นายฮากิม กล่าวด้วยว่า สุดท้ายแล้ว คิดว่าประเด็นที่มีการศึกษาในสภา อาจจะได้ประโยชน์น้อยมากจากที่เราคาดหวังไว้ เช่น ไม่ได้อภิปรายเรื่องปาตานี และที่คิดว่าประเด็นที่นี่ต้องให้คนในสภามีบทบาท ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะทำอย่างนั้นได้แล้ว ก็น่าเป็นห่วง
ขอเชิญผู้สนใจร่วมรับฟังและสนทนาพูดคุยแลกเปลี่ยน... ในรายการ สันติภาพชายแดนใต้ เดอะซี่รี่ย์ EP. 3 เรื่อง ล้อมวงเสวนากับ กมธ.สันติภาพฯ ว่าด้วย "อนาคตสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี และทางออกในสถานการณ์ที่ท้าทาย" ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 13.30 - 16.30 น. ณ ลานหน้าสำนักงานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ชั้น 1 อาคาร 51 B พิพิธภัณฑ์ประวัติธรรมชาติและเครือข่ายเรียนรู้ท้องถิ่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ไลฟ์สดผ่านเพจ สภาประชาสังคมชายแดนใต้, เพจ Wartani และเพจอื่น ๆ ซีรี่ย์เสวนาเนื่องในโอกาส วันที่ 21 กันยายน ซึ่งองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศให้เป็น "วันสันติภาพสากล"
