เปิดข้อสังเกต-ข้อเสนอ รายงาน ‘กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ 9 ประเด็นสำคัญใน 2 ปีที่ศึกษา เน้นย้ำเจตจำนงการเมือง กำหนดกลไกสันติภาพ สร้างหลักประกันความปลอดภัยแก่ประชาชน ฟื้นความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมและการเยียวยา เคารพยอมรับอัตลักษณ์ความแตกต่าง ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน แก้ปัญหารวมศูนย์อำนาจ ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจการศึกษา และแสวงหาทางออกทางการเมือง ลุ้นเข้าสภาพิจารณา แม้เหลือเวลาน้อย ขอ สส.ทุกพรรคร่วมสนับสนุน ชงข้อเสนอแก้ปัญหาชายแดนใต้ บรรจุในคำแถลงนโยบายรัฐบาล
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กมธ.สันติภาพชายแดนใต้) เปิดเผยถึงข้อสรุปและข้อค้นพบจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สันติภาพชายแดนใต้ ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นจากรับฟังคนหลายภาคส่วน จนได้รายงานฉบับสมบูรณ์กว่า 200 หน้า
โดยนายจาตุรนต์กล่าวผ่านรายการสันติภาพชายแดนใต้ เดอะซี่รี่ย์ EP.3 เรื่อง ล้อมวงเสวนากับ กมธ.สันติภาพฯ เนื่องใน "วันสันติภาพสากล" 21 กันยายน 2568 ที่โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี โดยระบุว่ามี 9 ประเด็น รวม 34 ข้อเสนอ โดยข้อเสนอที่สำคัญ ๆ ได้แก่
การแสดงเจตจำนงทางการเมืองและการกำหนดกลไกในการสร้างสันติภาพ
เสนอให้นายกรัฐมนตรีแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจนต่อสาธารณะด้วยการออกค้าสั่งทางบริหารจัดทำยุทธศาสตร์การสร้างสันติภาพเป็นหลักในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
เสนอให้รัฐบาลรับรองอัตลักษณ์วัฒนธรรมที่หลากหลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสนับสนุนการมีพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนทุกกลุ่มได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา รวมถึงประวัติศาสตร์ที่หลากหลายอย่างปลอดภัย
เสนอให้รัฐบาลตั้งศูนย์บูรณาการการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นกลไกหลักในการกำหนดทิศทางนโยบายและยุทธศาสตร์
เสนอให้รัฐบาลออกคำสั่งทางบริหารแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับทิศทางกระบวนการสันติภาพ (Steering Committee) โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
เสนอให้รัฐบาลมุ่งส่งเสริมให้มีกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย และแผนงานต่าง ๆ มากขึ้น
เสนอให้รัฐบาลปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 เพื่อปรับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น
เสนอให้รัฐบาลทบทวนปรับปรุงกฎหมายด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องหรือจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เสนอให้รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเรียกร้อง หรือการเคลื่อนไหวแสดงออกทางสังคมการเมืองในฐานะที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนต่อการสร้างสันติภาพ
อาจรวมถึงการจัดตั้งกลไกรับฟังความคิดเห็นอย่างเป็นทางการในลักษณะของการปรึกษาหารือสาธารณะ สามารถใช้เป็นข้อมูล ตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เพื่อสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การสร้างหลักประกันความปลอดภัยแก่ประชาชน
เสนอให้รัฐบาลเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการดูแลรักษาความปลอดภัยและปกป้องคุ้มครองประชาชนทั้งระบบ โดยเคารพและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
เสนอให้รัฐบาลเร่งพูดคุยเจรจากับทุกฝ่ายเพื่อยุติเหตุรุนแรงโดยสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ประชาชนได้มีส่วนร่วม
เสนอให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์และแผนงานในการปรับเปลี่ยนการใช้กฎหมาย จากกฎหมายความมั่นคงไปสู่กฎหมายปกติภายใต้หลักนิติธรรม รวมถึงถ่ายโอนกำลังจากกองทัพไปสู่ตำรวจและฝ่ายพลเรือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนสู่สภาวะปกติ
เสนอให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สร้างความรู้สึกปลอดภัยให้ประชาชนเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหา
รวมถึงยุติการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมสาธารณะ (SLAPP) มาตรการในการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) และการยุติมาตรการในการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ (SC) ที่สร้างความเกลียดชังในสังคม
การฟื้นคืนความเชื่อมั่นในการอำนวยความยุติธรรมและการเยียวยา
เสนอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะทำงานติดตามประเมินผลการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม
เสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระค้นหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์รุนแรงที่กระทบความรู้สึกของสังคม (Fact-finding Commission) ที่มีองค์ประกอบจากภาครัฐและภาคประชาชน
เสนอให้รัฐบาลสั่งการให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดระบบการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มในทุกมิติโดยไม่เลือกปฏิบัติ
การเคารพยอมรับอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ที่หลากหลายของทุกกลุ่มวัฒนธรรม
เสนอให้รัฐบาลเปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์ที่แตกต่างของคนทุกกลุ่ม และเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมออกแบบหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับสถานศึกษาทั้งของรัฐ เอกชน และชุมชน
เสนอให้กระทรวงวัฒนธรรมสนับสนุนภาควิชาการร่วมกับภาคประชาชนในพื้นที่จัดตั้ง “สถาบันอนุรักษ์มรดกทางภาษาและวัฒนธรรม” (Institute of Cultural and Language Heritage) ของคนทุกกลุ่ม
การส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนในพหุสังคม
เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาที่ส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างวัฒนธรรม (Inter-cultural Education: ICE) ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจกระบวนการสร้างสันติภาพที่นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจ้าวัน
เสนอให้สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้มีพื้นที่กลางสร้างปฏิสัมพันธ์และสานเสวนาที่ปลอดภัยระหว่างคนต่างศาสนา ชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมมากขึ้น
การแก้ปัญหาการรวมศูนย์อำนาจ การกระจายอำนาจ และการเพิ่มอำนาจให้ประชาชน ตามหลักแห่งการปกครองตนเองภายใต้รัฐธรรมนูญ
เสนอให้รัฐบาลตั้ง “คณะกรรมการศึกษาแนวทางการกระจายอำนาจและรูปแบบการเมืองการปกครองที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ทำหน้าที่ศึกษา และจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อแนวทางและรูปแบบการกระจายอำนาจที่เหมาะสม ตามเจตนารมณ์ของประชาชนและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 249 ว่าด้วย “หลักแห่งการปกครองตนเอง” (Constitutional Principle of Self-government) และการคุ้มครองชาติพันธุ์ตามมาตรา 70
การพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและการศึกษา
เสนอให้รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย วางแผนการพัฒนาเศรษฐกิจ และจัดการทรัพยากรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของท้องถิ่นและความต้องการของประชาชน และทุ่มเทการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเน้นให้ประชาชนร่วมคิด ตัดสินใจและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของมากขึ้น
เสนอให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพหลักในการเพิ่มความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งในภูมิภาคในการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เต็มศักยภาพ
เสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนในพื้นที่ทับซ้อนหรือมีข้อพิพาท
เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย (Early Childhood Education) แบบทวิภาษาบนฐานของภาษาแม่ (มลายูปาตานี) ในสถานศึกษา ทั้งของรัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการเรียนรู้ของเด็กและเป็นการรับรองสิทธิทางภาษา
เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุ “วิชาภาษามลายู” เป็นวิชาเรียนหนึ่งในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพิ่มเติมจาก “วิชาภาษาไทย”
เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและเตรียมทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจและสังคมสมัยใหม่ ด้วยการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
การแสวงหาทางออกทางการเมืองด้วยกระบวนการสันติภาพ
เสนอให้รัฐบาลตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยเจรจาเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นพลเรือน
เสนอให้สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จัดโครงสร้างของกระบวนการสันติภาพใหม่ (Peace Infrastructure) โดย
1. กำหนดยุทธศาสตร์ให้ขบวนการปลดปล่อยปาตานีหรือผู้เห็นต่างจากรัฐทุกกลุ่มได้เข้าร่วมกระบวนการพูดคุย
2. จัดให้มีคณะผู้สังเกตการณ์กระบวนการสันติภาพ ซึ่งมีบุคคลจากทั้งในและต่างประเทศที่หลากหลายเพื่อร่วมรับรู้ เสนอแนะ และสนับสนุนการดำเนินการกระบวนการสันติภาพในภาพรวม
3. จัดให้มีกลไกหลักในการจัดการปรึกษาหารือสาธารณะ
4. กำหนดบทบาทที่เหมาะสมของผู้อำนวยความสะดวก และ
5. กำหนดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ (Roadmap for Peace Process)
เสนอให้รัฐบาลส่งเสริมการสื่อสารเพื่อสร้างความรับรู้ ความเข้าใจ และองค์ความรู้ในเรื่องปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
การติดตามตรวจสอบและสนับสนุนการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ของสภา ผู้แทนราษฎร
เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรทบทวนปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือจัดทำกฎหมายฉบับใหม่ให้สอดคล้องกับการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนลดเงื่อนไขการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะที่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหา
เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง “คณะกรรมาธิการสามัญการสร้างสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้” ขึ้นมาอีกคณะเพื่อกำกับ ติดตามและให้ข้อเสนอแนะต่อการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เสนอให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งศูนย์รวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ศึกษาวิจัย และติดตามพัฒนาการของความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพทั่วโลกและในไทย เพื่อสนับสนุนการทำงานของสมาชิกรัฐสภา พรรคการเมืองและนักวิจัย
ลุ้นเข้าสภาพิจารณา แม้เหลือเวลาน้อย ขอทุกพรรคสนับสนุน
จาตุรนต์ ยอมรับว่า ตอนนี้รายงานผลการศึกษาของ กมธ.ยังรอคิวเข้ารายงานต่อสภาฯ แม้เหลือเวลาน้อย โดยรายงานฉบับนี้รอพิจารณาในสภาอันดับ 20 กว่า แต่ยืนยันพยายามจะเร่งให้ทัน โดยจะเจรจาพรรคการเมืองขอให้นำเรื่องนี้เร่งเลื่อนขึ้นมาพิจารณาให้เร็วขึ้น แต่ถึงจะได้เข้าสภาฯ ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ ซึ่งต้องพยายามสื่อสารให้ สส. และพรรคการเมืองต่าง ๆ เห็นชอบรายงานฉบับนี้ให้ได้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วน ส่งเสียงเพื่อผลักดันให้เรื่องนี้ทันสมัยการประชุมของรัฐบาลชุดนี้
“พวกเราต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจให้พรรคการเมืองต่าง ๆ สนับสนุน หรือเข้าใจในข้อเสนอเหล่านี้ แม้บางเรื่องเค้าอาจจะไม่เห็นด้วย แต่หากผ่านการพิจารณา บางเรื่องก็จะถูกใช้อ้างอิงนำเสนอต่อหน่วยงาน หรือแม้รัฐบาล เพื่อนำไปปรับแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแก้ความขัดแย้งมาตลอดกว่า 20 ปี” นายจาตุรนต์ กล่าว
จาตุรนต์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน โดยการพูดคุย ต้องส่งเสริมให้ภาคประชาสังคมมีพลังมากขึ้นที่ ต้องให้ภาคประชาชนมีบทบาทมากขึ้น เปิดพื้นที่ทางการเมือง ส่งเสริมสันติวิธี ให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าใจมากกว่านี้ ต้องสื่อสารให้คนทั้งสังคมเข้าใจการอยู่ร่วมกัน แม้ว่าวัฒนธรรม ความคิดเห็นจะต่างกัน ต้องมองว่า คิดต่างกันได้ แต่ต่างคนต่างต้องการพัฒนาประเทศไทยได้เหมือนกัน”
“ประเด็นสำคัญคือการแก้ปัญหาชายแดนใต้ต้องอาศัยความเข้าใจของประชาชนในวงกว้าง ซึ่งสภาฯ คือตัวแทนประชาชนทั้งประเทศ จะทำอย่างไรให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าใจว่า ข้อเสนอ ข้อค้นพบหลายอย่างจะเป็นประโยชน์ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
ชงข้อเสนอแก้ปัญหาชายแดนใต้ บรรจุในคำแถลงนโยบายรัฐบาล
ด้าน พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวคาดหวังว่า ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนใต้จะถูกบรรจุอยู่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งส่วนตัวในฐานะที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ก็อยากให้มีเรื่องของชายแดนใต้อยู่ในนโยบายของรัฐบาลนี้
“ในฐานะมาจากพรรคภูมิใจไทย วันอังคารนี้ (23 ก.ย. 68) จะประชุมพรรค หนึ่งในข้อเสนอในฐานะสมาชิกพรรคคือ เรื่องชายแดนใต้ต้องบรรจุในนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งส่งข้อเสนอไปเกือบทุกมิติ ยอมรับว่า ความหวังมีอยู่ทุกรัฐบาลและรายงาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ฉบับนี้ ต้องบอกว่าเป็นรายงานที่สมบูรณ์ที่สุด” พญ.เพชรดาว กล่าว
