Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) และ กป.อพช.ใต้ ออกแถลงการณ์ประณามการลุแก่อำนาจและการเพิกเฉยต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีคุกคามเครือข่าย ‘ปราจีนเข้มแข็ง’ เรียกร้องให้ สำนักงาน EEC ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

แถลงการณ์คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) ประณามการลุแก่อำนาจและการเพิกเฉยต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีคุกคามเครือข่าย ‘ปราจีนเข้มแข็ง’

จากกรณีที่ปรากฏบนสื่อสาธารณะ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ณ เวทีรับฟังความคิดเห็นร่างรายงานการศึกษาโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดปราจีนบุรี และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายประชาชนกลุ่ม ‘ปราจีนเข้มแข็ง’ ที่เข้าร่วมเวทีถูกเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จำนวน 2–3 นาย เข้าตรวจค้นกระเป๋าโดยอ้างว่าเป็นการค้นหาอาวุธ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าผู้แทนหน่วยงานของรัฐและสถาบันการศึกษา แต่กลับไร้การทักท้วงหรือหยุดยั้ง ทั้งยังมีท่าทีเพิกเฉยไม่สนใจต่อการคุกคามที่เกิดขึ้นต่อประชาชนผู้ใช้สิทธิในการแสดงออกอย่างสันติ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นได้ว่าผู้จัดเวทีไม่ได้มีเจตนาในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมใดๆ เพียงแต่ต้องการให้กระบวนการแล้วเสร็จไปเพียงเท่านั้น  พฤติกรรมเช่นนี้จึงเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการมีส่วนร่วมที่ควรเกิดขึ้นอย่างเสรีและปลอดภัย

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็น การลุแก่อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ใช้อำนาจในการคุกคามผู้เห็นต่าง และเป็นการเพิกเฉยอย่างน่าละอาย ของหน่วยงานผู้จัดกระบวนการ ทั้งสำนักงาน EEC มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี

ซึ่งไม่เพียงแต่ละเลยหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิประชาชน แต่ยังร่วมทำให้เวทีที่ควรเป็นพื้นที่เสรีทางวิชาการ กลายเป็นเวทีแห่งการข่มขู่และบิดเบือนข้อมูล

ในฐานะ กป.อพช. ซึ่งเป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่ติดตามปัญหาและผลกระทบของโครงการ EEC มาอย่างต่อเนื่อง เรารู้ดีว่า “การพัฒนา” ที่รัฐพยายามสื่อสารอย่างสวยหรู ไม่ได้สร้างความมั่นคงในชีวิต หากแต่ทำให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ถูกบังคับให้แบกรับความเสี่ยงและผลกระทบโดยตรง

ขณะที่เสียงคัดค้านและข้อเท็จจริงกลับถูกกดทับและปิดกั้น เราขอตั้งคำถามตรงไปยัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าจะยังคงเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนต่อไปอีกหรือไม่

เราขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการอย่างเร่งด่วนโดย

1. ผู้จัดการเวทีต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมต่อการปล่อยปละละเลยให้เกิดการคุกคามประชาชน ด้วยการไม่ใช้เวทีดังกล่าวในรายงานการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เนื่องจากการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ปรากฏสถานการณ์การละเมิดสิทธิอย่างชัดเจน
2. ต้องรับประกันว่ากระบวนการมีส่วนร่วมในอนาคตต้องเกิดขึ้นอย่างเสรี ปราศจากการปิดกั้น ข่มขู่ หรือแทรกแซงจากเจ้าหน้าที่รัฐ สถานที่จัดต้องเป็นพื้นที่สาธารณะที่เอื้อให้เกิดการถกเถียงแลกเปลี่ยนจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม
3. เปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ครบถ้วน และให้เกียรติต่อสิทธิของประชาชนอย่างแท้จริง

พร้อมทั้งขอเรียกร้องให้สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หยุดทำลายเกียรติภูมิและละเมิดพันธกิจของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยการเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิที่อยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งเดินหน้าจัดเวทีเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อรัฐและทุน

การพัฒนาไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการบังคับและปิดปากประชาชน หากรัฐยังคงเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป โดยเพิกเฉยต่อเสียงของผู้คัดค้าน ย่อมมีแต่จะเพิ่มความไม่ไว้วางใจ และขยายรอยร้าวระหว่างรัฐกับประชาชนให้ลึกยิ่งขึ้น

กป.อพช.ใต้ ออกแถลงการณ์ประณามการลุแก่อำนาจและการเพิกเฉยต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีคุกคามเครือข่าย ‘ปราจีนเข้มแข็ง’ เรียกร้องให้ สำนักงาน EEC ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน

ในกรณีเดียวกันนี้ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) ได้แถลงการณ์ ออกประณามกรณีการคุกคามเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง รวมถึงเรียกร้องให้ สำนักงาน EEC ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความรับผิดชอบ และเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน ระบุว่า จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการคุกคามตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ที่เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างรายงานการศึกษาโครงการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมกับส่วนราชการจังหวัดปราจีนบุรี และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดยในระหว่างที่ผู้แทนหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษากำลังดำเนินการประชุม ได้มีเจ้าหน้าที่ อส. เข้าตรวจค้นกระเป๋าของตัวแทนเครือข่ายปราจีนเข้มแข็งโดยเฉพาะสตรี ซึ่งได้รับหนังสือเชิญให้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น และไม่มีพฤติการณ์น่าสงสัยอันใด อ้างว่าต้องการค้นหาอาวุธ เป็นการแสดงออกถึงการคุกคาม ทำให้เกิดความอับอาย ลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเกิดความหวาดกลัว 

อีกทั้ง เวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวเป็นเสมือน “พิธีกรรม” ในการผลักดันโครงการ ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบใช้สิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญและหลักการสากล เมื่อผู้เห็นต่างแสดงความคิดเห็นจะพยายามรวบรัดจำกัดเวลา และโต้แย้ง แต่เปิดโอกาสให้ผู้สนับสนุนโครงการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ตลอดจนบรรยากาศในห้องประชุมมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ไว้ทั่วห้อง ทำให้ผู้เห็นต่างรู้สึกไม่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น และไม่ได้จัดประชุมในสถานที่ราชการซึ่งประชาชนรู้จักและเดินทางเข้าถึงง่าย

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ได้ติดตามกรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  ซึ่งเป็นต้นแบบของโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ มาอย่างต่อเนื่อง ได้รับรู้ว่าประชาชนชาวปราจีนบุรีจำนวนไม่น้อยมีความห่วงกังวลต่อกรณีการผนวกจังหวัดปราจีนบุรีเข้าไปอยู่ใน EEC ในขณะที่ EEC ไม่มีมาตรการตรวจสอบและควบคุมกลุ่มทุน ล้มเหลวในการจัดการปัญหามลพิษ รวมถึงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ทำลายเศรษฐกิจฐานรากและไม่ได้กระจายรายได้ให้คนท้องถิ่น แต่ภาครัฐและคณะวิชาการที่รับจ้างทำการศึกษาไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดการพัฒนาพื้นที่ มีท่าทีในการปิดปาก และบีบบังคับให้ประชาชนยอมรับ

เราจึงขอประณามเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงเรียกร้องให้ สำนักงาน EEC ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับประกันว่าจะปรับปรุงกระบวนการศึกษาให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เป็นกระบวนการศึกษาที่ครอบคลุม ทั่วถึง เป็นกลาง ปราศจากการปิดกั้น ข่มขู่คุกคาม หรือแทรกแซง และเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ตรงไปตรงมา 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง