วันนี้ (30 ก.ย.) อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “บัวลอย” ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ หลายพื้นที่
30 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ เรื่อง พายุ “บัวลอย” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 15 (276/2568) ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “บัวลอย” ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน
ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568 เวลา 11.00 น. ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้
โดยวันนี้ (30 ก.ย.) อิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “บัวลอย” ส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ในประเทศไทย ดังนี้
จ.เพชรบูรณ์ รับอิทธิพลจากพายุบัวลอยส่งผลทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก แม่น้ำป่าสักล้นตลิ่ง และดินถล่ม

วันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 04.00 น.เกิดน้ำป่าไหลหลากพื้นที่อำเภอหล่มเก่า และดินสไลด์ปิดเส้นทางหมายเลข 12 หล่มสัก-ชุมแพ นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้สั่งการให้นายกองตรี พรพงษ์ ไหมแพง ชาญชัยภัครธากูร นายอำเภอหล่มเก่า และแขวงการทางเพชรบูรณ์ที่ 1 เข้าพื้นที่แก้ไขปัญหา โดยเหตุการได้เกิด ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 29 กันยายน 2568 เป็นต้นมา ได้มีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอหล่มเก่า รวมถึงพื้นที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย (พื้นที่เขตติดต่อ) วัดได้สูงสุด ที่ อบต ตาดกลอย 128 มม. ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำป่าสัก ห้วย และคลองต่างๆ มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่ทางเกษตรของประชาชน
สถานการณ์ฝน และระดับน้ำในพื้นที่ (ข้อมูลเบื้องต้น ณ เวลา 04.00 น.) ดังนี้ พื้นที่ประสบอุทกภัย (ข้อมูลเบื้องต้น ณ เวลา 04.00 น.) จำนวน 2 ตำบล 8 หมู่บ้าน คือ ตำบลนาแซง จำนวน 2 หมู่บ้าน (น้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2568 ) คือ หมู่ที่ 1 ประมาณ 8 หลังคาเรือน หมู่ที่ 2 ประมาณ 7 หลังคาเรือน ตำบลตาดกลอย จำนวน 2 หมู่บ้าน (น้ำเริ่มเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ช่วงเวลาประมาณ 01.30 น.) ข้อมูลเบื้องต้น ณ เวลา 04.00 น. คือ หมู่ที่ 1 ประมาณ 80 หลังคาเรือน หมู่ที่ 2 ประมาณ 110 หลังคาเรือน หมู่ที่ 3 ประมาณ 90 หลังคาเรือน หมู่ที่ 4 ประมาณ 55 หลังคาเรือน หมู่ที่ 7 ประมาณ 35 หลังคา หมู่ที่ 8 ประมาณ 40 หลังคาเรือน
ระดับน้ำของแม่น้ำป่าสัก ณ เวลา 04.00 น. ณ สะพาน S-33 บ้านท่าไฮหย่อง หมู่ที่ 15 ต.ศิลา วัดได้อยู่ที่ 10.06 ม. สูงกว่าตลิ่ง 1.22 ม. (ตลิ่งสูง 8.84 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มระดับสูงขึ้น เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ และมีน้ำเหนือมาสมทบ ถนนกกกะทอน - น้ำหนาว ตรงบริเวณสะพาน S.33 ระดับท่วมสูง ล่าสุดน้ำได้ลดลงอย่างรวดเร็วสามารถผ่านได้แล้ว ระดับน้ำในลำน้ำพุง เวลา 04.00 น. ณ ฝายวังสิม หมู่ที่ 5 ต.หล่มเก่า วัดได้ 2.50 ม. อีก 3.50 ม. จะล้นตลิ่ง (ตลิ่งสูง 6.00 ม.) มีแนวโน้มเพิ่มระดับสูงขึ้น เบื้องต้น ยังไม่ได้รับรายงานว่าส่งผลกระทบ ระดับน้ำในลำน้ำ ห้วย และคลองอื่นๆ ในพื้นที่ อาทิ ห้วยน้ำเลา และห้วยน้ำย่า ห้วยน้ำเลา - มีระดับสูงขึ้น เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ สถานการณ์ฝนในพื้นที่ - ณ เวลา 04.00 น. มีเมฆฝนปกคลุมพื้นที่ และมีฝนตกบางพื้นที่ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
รายงานจากแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ว่าน้ำท่วมทาง บริเวณสะพานแม่น้ำป่าสัก ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ การจราจรผ่านไม่ได้ ระดับน้ำ 35 เซ็นติเมตร ในทางหลวงหมายเลข 2216 ตอน โคกมน - กกกะทอน กม.: 80+465 ถึง กม.: 80+700 (สะพานแม่น้ำป่าสัก) ต.ตาดกลอย อ.หล่มเก่า ล่าสุดสามารถผ่านได้แล้ว และเกิดเหตุดินหินถล่มทับผิวทางหลวงหมายเลข 12 หล่มสัก-ชุมแพ ขาขึ้นจากหล่มสัก มุ่งหน้าชุมแพ ก่อนถึงศาลเจ้าพ่อผาแดง มีก้อนหินขนาดใหญ่ กีดขวางการจราจร และมีฝนตกหนัก ผู้ที่จะสัญจรเส้นทางนี้ โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เส้นทางขึ้นเขาปากช่องจนถึงหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จะมีหินร่วงตามพื้นถนน ผู้ใช้รถใช้ถนนโปรดเพิ่มความระมัดระวัง แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 ให้นำเครื่องจักรเข้าเคลียพื้นที่ พร้อมทั้งป้ายแจ้งเตือน ให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนแล้ว
ส่วนสถานการณ์น้ำอำเภอหล่มสัก แม่น้ำป่าสัก ระดับน้ำบริเวณฝายศรีจันทร์ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าอิบุญ ปริมาณ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น สูงกว่าสันฝายประมาณ 1.20 เมตร เป็นมวลน้ำที่เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ และไหลลงมาจากลำห้วยสะดวงใหญ่ และมวลน้ำจากตำบลตาดกลอย อำเภอหล่มเก่า ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนราษฎรริมตลิ่ง หมู่ที่ 10 ต.ท่าอิบุญ ระดับน้ำบริเวณฝายริมแม่น้ำป่าสักฝั่งซ้าย หมู่ที่ 5 บ้านวังร่อง ตำบลห้วยไร่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงอยู่ในระดับ 4.65 เมตร สูงกว่าระดับวิกฤติ 1.65 เมตร(ระดับวิกฤตสันฝาย 3.50 เมตร) ไหลเออล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ริมตลิ่ง ตำบลสักหลง และตำบลห้วยไร่ บางส่วน ระดับน้ำบริเวณสะพานตาลเดี่ยว ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 8.80 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 0.50 เมตร (ระดับตลิ่ง 8.30 ม.) เขตตำบลวัดป่า หมู่ที่ 9 บ้านท่ามะกล้วย ระดับน้ำสูงขึ้นจากน้ำแม่น้ำเข้าท่วมถนนและพื้นที่ในจุดที่แนวคันกั้นน้ำขาดและท่วมพื้นที่ ระดับน้ำอ่างเก็บนํ้าห้วยขอนแก่น ปริมาณน้ำ 36.820 ล้าน ลบ.ม. เปิดบาน 100 ซม.ปริมาณน้ำผ่าน 7.839 ลบ.ม.วินาที ปริมาณนํ้าฝน 18.497ม.ม. เปิดการระบายทางSpillway เปิดบาน 2 บาน ยกสูง0.40เมตร น้าล้นสะพานฉุกเฉิน 30เซ็นติเมตร
ทั้งนี้อำเภอที่แม่น้ำไหลผ่าน ได้แจ้งเตือนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ รวมถึงการแจ้งเตือนข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอให้ประชาชนที่มีบ้านอยู่ติดกับแม่น้ำ ห้วย และคลอง ต่างๆ ได้เตรียมพร้อมขนของขึ้นที่สูงแล้ว
หนองบัวลำภูเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอโนนสัง เข้าสู่ภาวะวิกฤต
จังหวัดหนองบัวลำภูเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อำเภอโนนสัง เข้าสู่ภาวะวิกฤต จากผลกระทบของพายุ "บัวลอย" หลังปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายพื้นที่ถูกน้ำเข้าท่วมอย่างหนัก
ซึ่งขณะนี้นายประเสริฐ นิมมานสมัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมด้วยพันจ่าอากาศเอก กิตติพงษ์ ยอดไชยเพ็ชร นายอำเภอโนนสัง และหน่วยงานหลายภาคส่วนได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน
พร้อมใช้เรือท้องแบนเพื่อลำเลียงและอพยพประชาชนโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และเด็กเล็กออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีราษฎรน้ำท่วมไม่สามารถออกพื้นที่ได้ จำนวน 19 ราย ด้านสถานการณ์โดยรวมพบความเสียหาย ที่ถนนสายโนนสัง -อำเภอเมือง มีน้ำล้นถนน 3 จุด สูงประมาณ 20 -40 เซนติเมตร พบถนนดินสไลด์ ถนนสายอำหนองวัวซอ มาตำบลปางกู่ อำเภอโนนสัง จำนวน 2 จุด และถนนสายบ้านถิ่น ไป ยังตำบลโคกม่วง ผ่านอุทยาน ดินสไลด์ ต้นไม้ล้ม จำนวน 2 จุด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากประสบเหตุแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน ปภ. 1784
อิทธิพลของพายุบัวลอย ส่งผลให้ฝนตกตลอดทั้งคืน น้ำป่าไหลท่วมบ้านเรือน ถนนในหมู่บ้าน พื้นที่ ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา

อิทธิพลของพายุบัวลอย ทำให้ฝนตกหนักหลายพื้นที่ของจังหวัดพะเยา ตลอดทั้งคืนถึงเช้าของวันนี้ (30 ก.ย.68) โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปง บริเวณสามแยกบ้านผาตั้ง ถึงบ้านใหม่สารภี ต.ขุนควร , บ้านแบ่ง ต.งิม น้ำป่าไหลท่วมบ้านเรือนและถนนในหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงประมาณ 20 เซ็นติเมตร
ล่าสุด เวลา 10.20 น. นายยศกร สุขสอาด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยา ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยพื้นที่อำเภอปง ยังมีฝนตกต่อเนื่องเป็นระยะ ระดับน้ำท่าสายหลักทรงตัว โดยมีพื้นที่ตำบลงิม ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่บ้านควร บ้านเก๊าเงา บ้านแบ่ง ขณะนี้น้ำลดลงแล้ว โดยชาวบ้าน อบต.ในพื้นที่ และกำลังพล ร.17 พัน 4 เร่งทำความสะอาดบ้านเรือนแล้ว ส่วนตำบลขุนควร ปริมาณน้ำท่าในลำน้ำควร น้ำขาม ยังทรงตัว พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขณะนี้น้ำลดระดับปกติแล้ว โดย อบต.ขุนควร ได้จัดข้าวกล่องแจกจ่ายให้ประชาชน จำนวน 300 กล่อง
สำหรับผลกระทบด้านอื่น พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย ถนนบางเส้นทาง ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย
อุบลฯ น้ำมูลล้นตลิ่งเกือบ 1 เมตร
นายปรีดา อุ่นอุดม นายอำเภอเมืองอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ระดับน้ำแม่น้ำมูลที่สถานีวัดน้ำ M7 สะพานเสรีประชาธิปไตย อ.มืองอุบลราชธานี ขณะนี้ล้นตลิ่งแล้วและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้ (30 ก.ย.68) ระดับน้ำอยู่ที่ 112.88 ม.รทก. ระดับตลิ่ง 112.00 ม.รทก. เพิ่มจากเมื่อวาน 16 เซนติเมตร สูงกว่าตลิ่ง 88 เซนติเมตร
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบอุทกภัย ด้านที่อยู่อาศัย จำนวน 2 ตำบล 12 ชุมชน 2 หมู่บ้าน 155 ครัวเรือน 615 คน และอพยพเคลื่อนย้ายมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว จำนวน 13 ศูนย์พักพิง 2 ตำบล 10 ชุมชน 1 หมู่บ้าน 110 ครอบครัว 443 คน ในพื้นที่ ตำบลในเมือง และตำบลแจระแม
ผลกระทบด้านการเกษตร 6 ตำบล 2 ชุมชน 28 หมู่บ้าน 921 ราย นาข้าว พืชไร่ และไม้ยืนต้น รวมกว่า 6,000 ไร่ ในพื้นที่ ตำบลขามใหญ่ ตำบลไร่น้อย ตำบลแจระแม ตำบลหนองขอน ตำบลกุดลาด ชุมชนวัดป่าแสนอุดม และชุมชนวัดกุดคูณ
ในด้านการป้องกันและบรรเทาผลกระทบนั้น อำเภอเมืองอุบลราชธานี และเทศบาลนครอุบลราชธานี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือ ตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือราษฎรได้อย่างทันท่วงที
ดินสไลด์ทับบ้าน อ.แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน เสียชีวิต 1 คน

เวลา 09.30 น. นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าและน้ำแม่ยวม ที่เอ่อท่วมกระทบพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนประชาชน รวมถึงสะพาน และสถานที่ราชการ ได้รับความเสียหายในหลายหมู่บ้าน
อีกทั้งยังมีบางหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ โดยมีเหตุดินสไลด์ทับบ้านเรือนประชาชนบริเวณโรงฆ่าสัตว์หลัง อบต.แม่คง อ.แม่สะเรียง รายงานเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 คน ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าพื้นที่ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเร่งด่วน
อำเภอแม่สะเรียง ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอ สมาชิก อส. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือประชาชน พร้อมประสานกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยราชการทุกภาคส่วน เข้าสนับสนุน โดยเน้นการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ส่วนที่บ้านสบหาร ม.2 ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง น้ำป่าไหลหลากส่งผลให้คอสะพานหน้าโรงเรียนสบหารขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้, รถยนต์กระบะถูกน้ำพัดเสียหาย 1 คัน และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 15 หลัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน
นอกจากนั้น แม่น้ำยวมเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่บ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินไปยังที่ปลอดภัย โดยชุมชนร่วมแรงจัดตั้งโรงทาน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามและเร่งเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน
นายอำเภอแม่สะเรียง กล่าวว่า สำหรับข้อมูลความสูญเสียและความเสียหายต่าง ๆ อำเภออยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะได้สรุปและรายงานให้ทราบโดยเร็วต่อไป
ด้านกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน (กอปภ.จ.มส.) รายงานว่า จากอิทธิพลพายุบัวลอย ทำให้ในช่วงวันที่ 29-30 ก.ย.2568 เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของ จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำเอ่อล้นตลิ่ง
พื้นที่ได้รับผลกระทบ รวม 3 อำเภอ 6 ตำบล 36 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน (ต.ห้วยผา หมู่ 3), อำเภอแม่สะเรียง (ต.บ้านกาศ, ต.แม่คง, ต.แม่ยวม, ต.แม่สะเรียง) และอำเภอแม่ลาน้อย (ต.แม่ลาน้อย หมู่ 1)
ส่วนความเสียหาย มีบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร สถานศึกษา ถนน คอสะพาน ถูกดิน หิน และต้นไม้ปกคลุมกีดขวางการจราจร มีผู้เสียชีวิต 1 คน เป็นหญิงอายุ 38 ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม
