องค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับระดับความเสี่ยงการระบาดของอีโบลาสายพันธุ์หายากในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เป็นระดับ "สูงมาก" หลังพบผู้ป่วยที่สงสัยแล้ว 750 รายและเสียชีวิต 177 ราย พร้อมเตือนความเสี่ยงระดับภูมิภาคแอฟริกาอยู่ที่ "สูง"
สำนักข่าว BBC รายงานเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ปรับระดับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขจากการระบาดของไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) จาก "สูง" เป็น "สูงมาก" เมื่อวันศุกร์ โดย ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO แถลงในการแถลงข่าวที่กรุงเจนีวาว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยที่สงสัยแล้ว 750 รายและเสียชีวิต 177 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันแล้ว 82 รายและเสียชีวิต 7 ราย
การระบาดครั้งนี้เกิดจากอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่ยังไม่มีวัคซีนที่พิสูจน์ประสิทธิภาพได้ และมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ติดเชื้อ ความหายากของสายพันธุ์นี้ยังหมายความว่ามีเครื่องมือรับมือน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น สถานการณ์ในยูกันดาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านพบผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 รายและเสียชีวิต 1 ราย โดยทั้งหมดเดินทางมาจากดีอาร์คองโก เทดรอสระบุว่าสถานการณ์ยังอยู่ในระดับ "คงที่"
ในด้านการพัฒนาวัคซีน นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร กำลังเร่งพัฒนาวัคซีนโดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ผลิตวัคซีนโควิดของ AstraZeneca คาดว่าจะพร้อมสำหรับการทดลองทางคลินิกภายใน 2-3 เดือน โดยขณะนี้การทดสอบในสัตว์ได้เริ่มต้นแล้ว และ Serum Institute of India เตรียมพร้อมสำหรับการผลิตจำนวนมากเมื่อออกซ์ฟอร์ดสามารถจัดหาวัสดุระดับทางการแพทย์ได้
นอกจากนี้ยังมีวัคซีน Bundibugyo อีกชนิดหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่ง ดร.วาซี มัวร์ธี ที่ปรึกษาด้านวิจัยและพัฒนาของ WHO ระบุว่าเป็น "วัคซีนที่มีความหวังมากที่สุด" เพราะหากสำเร็จจะเทียบเท่ากับ Ervebo ซึ่งใช้ได้ผลกับอีโบลาสายพันธุ์ Zaire ที่พบบ่อยกว่า อย่างไรก็ตาม คาดว่าต้องใช้เวลา 6-9 เดือนกว่าจะมีขนาดยาพร้อมทดสอบ
