วิวาทะปม ‘ครม.บุรีรัมย์’ : ‘ก่อแก้ว’ ฉะ ตั้งคนไม่เหมาะสม ชี้ระบอบอุปถัมภ์-ไม่ยึดประโยชน์ประเทศ ทางด้าน ‘โสภณ’ ลุกป้อง ‘ไชยชนก’ มาตามความสามารถ-เป็น สส.
ทางด้าน ‘ไชยชนก’ รับเป็น รมว.ป้ายแดง ไม่มีประสบการณ์แต่พร้อมทำเต็มที่ แฉมีคนเสนอให้เดือนละ 40 ล้าน แลกไม่จับสแกมเมอร์
ก่อแก้ว ฉะ ‘ครม.บุรีรัมย์’ ระบอบอุปถัมภ์-ไม่ยึดประโยชน์ประเทศ
คลิป ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.เพื่อไทย อภิปรายฉะ ครม.บุรีรัมย์ ไม่เหมาะสม โสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรียัน ‘ไชยชนก ชิดชอบ’ มาตามความสามารถ
30 ก.ย. 2568 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ต่อที่ประชุมรัฐสภาวันที่สอง ก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงคำแถลงนโยบายรัฐบาลที่ดูสวยงาม โดยเฉพาะคำมั่นว่าจะเร่งแก้ปัญหาประเทศ จะยึดมั่นในหลักนิติธรรม จะยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง แต่ว่าคำเหล่านี้สอดคล้องกับการกระทำหรือไม่ เราสามารถดูได้จากการแต่งตั้ง ครม.ชุดนี้ บางท่านก็ไม่มีความเหมาะสม บางท่านเป็นนอมินีของผู้มีอำนาจตัวจริงในพรรค ภท.
ก่อแก้ว กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง การแต่งตั้ง โสภณ ซารัมย์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี โสภณเป็นคนสนิทของเนวิน ผู้นำจิตวิญญาณของ ภท. ย้อนไปในปี 2554 มีข่าวคราวใหญ๋โต เกิดเหตุปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม โจรได้เงินสดไปกว่า 200 ล้านบาท ต่อมาโจรถูกจับได้ และสารภาพต่อตำรวจว่าในบ้านนั้นมีเงินสดมากกว่า 500 ล้าน แต่โจรเอาไปไม่ไหวจึงเอามาแค่นั้น สื่อมวลชนก็ตั้งคำถามกันหลายอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือถ้าบ้านของปลัดกระทรวงคมนาคมมีเงินสดมากขนาดนั้น แล้วบ้าน รมว. คมนาคม จะมีเงินสดมากขนาดไหน เสียดายที่ไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อ
ตัวอย่างที่สอง — การแต่งตั้ง พลตำรวจตรีรุทธพล เนาวรัตน์ เป็น รมว.ยธ. อันนี้ทุกคนก็ทราบดีว่าทำงานใกล้ชิดกับ เนวิน ชิดชอบ เช่นกัน
“การแต่งตั้งพลตำรวจตรีรุทธพลเป็นการแต่งตั้งหวังผล ถามจริงๆ ไม่มีคนอื่นแล้วหรือครับถึงได้ชัดเจนแจ่มแจ้งขนาดนี้ เพราะว่ากระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงสำคัญ ตามหลักเกณฑ์แล้วเวลาพรรคไหนได้โควตากระทรวงนี้ ก็จะให้แกนนำคนสำคัญของพรรค…พรรคภูมิใจไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถมากมาย แต่เอาคนนอกที่ไม่มีความผูกพันในการสร้างผลงาน สร้างความนิยมต่อพรรคมาเป็นรัฐมนตรี จึงคิดได้มุมเดียว ว่าท่านมีภารกิจพิเศษ ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการบางอย่าง ผมขอทำนายเลย ในยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คดีฟอกเงิน ซ่องโจร ที่เกี่ยวพันกับคดีฮั้ว สว. คดีนี้จะถูกสั่งเดินหน้าเต็มที่ และจะจบลงในยุคท่านด้วยการ… หลักฐานไม่เพียงพอ ไม่ฟ้อง”
ตัวอย่างที่สาม — การแต่งตั้ง ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายของเนวิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นกระทรวงสำคัญดูแลโครงสร้างโทรคมนาคมของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ปราบปรามคอลเซนเตอร์ ในปลายสมัยรัฐบาลนายกแพทองธารปัญหาคอลเซนเตอร์หายไป แต่ตอนนี้เริ่มกลับมาอีกแล้ว แล้ววันนี้เราต้องการรัฐมนตรีที่พร้อมทำงาน ไม่ใช่ยังศึกษางาน
ก่อแก้วกล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างที่ยกมา 3 ข้อเป็นการแต่งตั้งแบบระบอบอุปถัมภ์ ไร้ความชอบธรรม ไม่ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ถ้าตั้ง ครม.แบบนี้ ผมแนะนำให้ตั้งกระทรวงบุรีรัมย์ขึ้นมาเลยดีกว่า
‘โสภณ’ ลุกป้อง ‘ไชยชนก’ มาตามความสามารถ-เป็น สส.
โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีลุกชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงว่า ในปี 2554 ตนออกจากการเป็น รมว.คมนาคมแล้ว ที่มีกรณีของท่านปลัดจึงเป็นเรื่องของท่านปลัด และเป็นรัฐบาลในยุคท่าน ไม่ใช่ยุคตน และในเรื่องที่ท่านบอกว่าบ้านของรัฐมนตรีจะมีเงินเท่านั้นเท่านี้ อย่ามาพูดพล่อยๆ แบบนี้ คนบุรีรัมย์เขารู้ดีว่าตนเป็นคนยังไง ประเด็นต่อมาเรื่องการแต่งตั้งคนบุรีรัมย์เข้ามาใน ครม.ไม่ใช่เรื่องผิด
“รัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ เป็นบุตรของเนวิน ชิดชอบ ก็ไม่ผิด การได้เป็นรัฐมนตรีก็มาตามความสามารถก็คือเป็น สส. แล้วได้มาเป็นรัฐมนตรี แต่พรรคของท่าน เอาลูกมาเป็นนายกฯ”
‘ไชยชนก’ รับเป็น รมว.ป้ายแดง
แฉมีคนเสนอให้เดือนละ 40 ล้าน แลกไม่จับสแกมเมอร์
ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลุกขึ้นชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงว่าเป็นรัฐมนตรีป้ายแดง โดยไชยชนกยอมรับว่าจริงที่ตนยังไม่มีประสบการณ์ แต่ไม่ว่าจะทำหน้าที่ไหนก็อย่างสุดความสามารถ ครั้งหนึ่งตนเคยไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมฟุตบอลและอีสปอร์ต แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถทำได้ ตอนนี้ตนมีหลายเรื่องที่สงสัยในประเพณีปฏิบัติของฝ่ายบริหาร การปราบคอลเซนเตอร์ ตั้งแต่ตนยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่ง มีคนติดต่อมาหาผ่านทางเพื่อนสมาชิกว่าเสนอจะมอบเงินให้ตนเดือนละ 40 ล้าน เพื่อไม่ให้จับสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งตนได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้นไปแล้ว ทำให้สงสัยว่าประเพณีปฏิบัติของ รมว.ดีอี คนก่อนๆ เป็นอย่างไร
