Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

10 เม.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงประเด็นที่ถูกอภิปรายว่าในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งและการแข่งขันกันทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี โลกมีสภาวะไร้ระเบียบมากขึ้นจึงต้องมีความเข้มแข็งโดยทำให้นโยบายมีเอกภาพมากขึ้น

ประเด็นความมั่นคงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ขณะนี้เราหยุดยิงมาตั้งแต่ 27 ธ.ค.2568 โดยยังมีความเปราะบางอยู่แต่ก็ต้องทำให้มีความยั่งยืนเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องเป้นความพยายามสองฝ่ายโดยที่ผ่านมามีกรตอบสนองจากฝ่ายกัมพูชาน้อยไปหน่อย กัมพูชาต้องเลือกว่าจะเดินเส้นทางของความร่วมมือสันติภาพหรือเส้นทางของความขัดแย้งความสูญเสีย

ประเด็นเรื่อง MOU44 ก็เป็นไปตามที่ปรากฏในนโยบายของรัฐบาล ขณะนี้กระทรวงต่างประเทศกำลังจะเสนอให้ ครม.พิจารณาแนวทางการยกเลิก MOU44 แต่จะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในที่นี้ แต่จะหาโอกาสขอปรึกษาหารือในรัฐสภาเพราะว่ากระบวนการยกเลิกเกี่ยวข้องกับท่าทีในการเจรจากับฝ่ายกัมพูชาที่จะมีขึ้นต่อไป ส่วน MOU43 ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงข้อดีข้อเสียการหารือก็ต้องเป็นไปอย่างเปิดกว้างและมีฉันทามติในการเดินหน้า MOU43 อย่างไร

ประเด็นฟรีวีซ่า 60 วัน กระทรวงการต่างประเทศจะเสนอให้ลดเวลาลงเหลือ 30 วัน เพราะว่าน่าจะเพียงพอกับวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว และทราบกันดีว่าเมื่อฟรีวีซ่าถึง 60 วันก็มีบุคคลไม่พึงปรราถนาดีใช้เป็นช่องทางในการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่เป็นภัยความมั่นคงของไทย ส่วนวีซ่าประเภทอื่นๆ กำลังพิจารณาในภาพรวมให้การออกวีซ่าแต่ละประเภทรัดกุมยิ่งขึ้น

ประเด็นพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศพยายามหาแหล่งใหม่ๆ โดยติดต่อผ่านช่องทางรัฐบาลและทางการทูตทั้ง บราซิล ไนจีเรีย คาซัคสถาน อาร์เซอร์ไบจาน และรัสเซีย ขณะเดียวกันสถานการณ์ที่ช่องแคบฮอร์มุซวันที่ 15-16 เม.ย.นี้ตนจะเดินทางไปที่โอมานเนื่องจากมีความใกล้ชิดกับอิหร่านจึงอยากเปิดอีกช่องทางสำหรับติดต่ออิหร่านเพื่อขอให้เรือที่บรรทุกสินค้า น้ำมัน แก๊ส ปุ๋ยที่จะเดินทางมาไทยสามารถผ่านช่องแคบมาได้ด้วยความปลอดภัย และวันนี้ตนได้พบทูตปากีสถานที่มีความใกล้ชิดกับอิหร่าน ก็ได้ขอให้ทางปากีสถานช่วยเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่มีการอภิปรายว่าไม่มีเรื่องนี้ในนโยบายรัฐบาลนั้น แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นที่เขาให้ความสำคัญในฐานะที่เคยเป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและที่จริงแล้วในคำแถลงเองก็มีปรากฏอยู่ เช่น การดำเนินนโยบายให้ไปไกลกว่าประเทศไทยหมายความเราไม่ใช่แค่เอาผลประโยชน์ของประเทศไทย เรื่องค่านิยมสากลเป็นเรื่องที่สำคัญ ค่านิยมที่เป็นประชาธิปไตยแล้วก็สิทธิมนุษยชน ในย่อหน้าเดียวกันก็มีการพูดเรื่องค่านิยมและหลักสากลก็หมายถึงค่านิยมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ผมถือว่าการต่างประเทศที่ดีนั้นต้องสะท้อนค่านิยมสากลคือเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

รมว.ต่างประเทศกล่าวว่าการดำเนินการเน้นทำงานร่วมกับทางรับสภาเพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกันคือปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง