‘โรม’ อ้างข้อมูลจากสื่อนอก แฉที่ปรึกษา ‘ฮุน เซน’ ตัวการใหญ่เครือข่ายสแกมเมอร์ พาดพิง ‘อดีตนายกฯ-ธรรมนัส’ จี้ นายกฯ เร่งจัดการ
30 ก.ย. 2568 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ต่อที่ประชุมรัฐสภาวันที่สอง รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายนโยบายรัฐบาล โดยได้เผยแพร่เนื้อหาทางเอกซ์ระบุว่า ไทยและกัมพูชาวันนี้มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน เริ่มต้นจากความขัดแย้งของ 2 ครอบครัว นำไปสู่ความขัดแย้งในเรื่องอื่นๆที่ทำให้การแก้ไขปัญหาของ 2 ประเทศทำได้ยากยิ่ง ไม่ว่าจะเรื่องเขตแดน ปัญหาเรื่อง 3 ปราสาท การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง การรุกล้ำของคนกัมพูชาที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการทุจริตคอร์รัปชันของผู้มีอำนาจตามแนวชายแดน ไปจนถึงปัญหาเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติซึ่งเกี่ยวพันกับการค้ามนุษย์และฟอกเงิน ทั้งหมดนี้ เป็นความซับซ้อนที่มันระเบิดออกมาให้เราเห็นหลังจากซุกเอาไว้ใต้พรมเป็นเวลานาน ดังนั้นนโยบายของท่านนายกที่ต้องการเร่งแก้ปัญหากรณีพิพาทระหว่างไทย - กัมพูชา ตลอดจนการรักษาหลักนิติธรรม โดยเฉพาะในเรื่องปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ภัยไซเบอร์ จึงต้องทำไปพร้อมๆกัน จึงจะสร้างความมั่นคงสถาพรระหว่าง 2 ชาติให้เกิดขึ้นได้
รังสิมันต์ระบุว่า เรื่องสแกมเมอร์ ข้อมูลขององค์กร GASA ร่วมกับบริษัทที่พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall ได้ระบุเอาไว้ในรายงานเมื่อปี 2025 พบว่าจำนวนเงินซึ่งคนไทยสูญเสียให้กับแก๊ง สแกมเมอร์ มีมากถึง 1.15 แสนล้านบาทต่อปี ตัวเลขนี้สูงกว่าตัวเลขทางการของประเทศเราที่เคยประกาศเอาไว้ นี่แสดงให้เห็นว่าช่วงปีนี้ สถานการณ์แก๊งสแกมเมอร์ กำลังเลวร้ายกว่าเดิม โดยเส้นทางการเงินส่วนใหญ่สามารถระบุได้ว่าสแกมเมอร์ในกัมพูชา คือผู้อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงเหล่านี้
รังสิมันต์ระบุว่า อย่างไรก็ตาม มีการประเมินรายได้ที่เกิดจากสแกมเมอร์ในกัมพูชาว่ามีอยู่ 4.6 - 6.9 แสนล้านบาท ต่อปี คิดเป็น 60% ของ GDP กัมพูชาในปี 2022 โดยที่ สแกมเมอร์ หนึ่งคนจะสามารถทำงานหลอกคนให้กับแก๊งอาชญากรได้ราวเดือนละ 333,900 บาทเลยทีเดียว
รังสิมันต์ระบุว่า นอกจากนี้ข้อมูลของ Amnesty International ตามที่เห็นบนหน้าสไลด์นี้ คือภาพรวมของอาณาจักรแก๊งสแกมเมอร์ ที่ตั้งอยู่ในประเทศกัมพูชา ซึ่งถูกยืนยันแล้วว่ามี 53 แห่ง อีก 45 แห่งเป็นที่ต้องสงสัย กระจายในหลายเมือง ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอย่างพนมเปญ ปอยเปต โอเสม็ด โดยเฉพาะสีหนุวิลล์ ที่มีจำนวนกว่า 22 แห่ง มีข้อสังเกตว่า แก๊งสแกมเมอร์ จำนวนมากตั้งอยู่ติดชายแดนไทย นั่นก็เพราะว่าต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำมัน อินเตอร์เน็ต ของอุปโภคบริโภคต่างๆ
รังสิมันต์ระบุว่า ตัวละครสำคัญที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ มีใครกันบ้าง แล้วแต่ละคนล้วนมีอิทธิพล และเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางอำนาจของทั้งไทยและกัมพูชาอย่างไร คนแรกคือ ก๊กอาน สมาชิกวุฒิสภาของกัมพูชา ผู้มีฉายานามว่าราชาแห่งปอยเปต เป็นเจ้าของ Crown Casino และเจ้าของตึก 18 ชั้น และตึก 25 ชั้น เป็นหัวขบวนคนสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์ ปัจจุบันถูกออกหมายจับโดยทางการไทยในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ นำมาสู่การยึดอายัดทรัพย์สินมากมาย แม้จะยังจับกุมไม่ได้ แต่กรณีของก๊กอานน่าจะเป็นกรณีเดียวที่มีความคืบหน้ามากที่สุด น่าคิด ว่าหลังจากการยึดทรัพย์แล้ว การขยายผลอื่นๆก็เหมือนจะเงียบลง ท่านอนุทินแถลงนโยบายว่าจะสร้างหลักนิติธรรม ผมก็หวังว่าเราจะเห็นความคืบหน้าของกรณีนี้ในไม่ช้า
รังสิมันต์ระบุว่าคนต่อมาคือ ลียงพัด บุคคลนี้ถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งเกาะกง” หรือที่ชาวตราดเรียกว่าเสี่ยพัด ข้อมูลของทางการสหรัฐอเมริการะบุว่า มีสัญชาติไทยและกัมพูชา เป็นผู้ก่อตั้ง LYP Group ซึ่งมีรีสอร์ทในเครือชื่อ โอร์เสม็ด รีสอร์ต เคยมีเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งค์คอลเซนเตอร์ช่วงปี 2565 ถึง 2567 ด้วยเหตุนี้ ทางการสหรัฐจึงประกาศมาตรการคว่ำบาตรลียงพัด เนื่องจากความเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางไซเบอร์
รังสิมันต์ระบุว่าคนที่สามคือ ฮุน โต ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก่อนจะลงรายละเอียด ขอแนะนำให้รู้จักบริษัทนี้เสียก่อน นั่นก็คือ Huione Group ซึ่งถูกหน่วยงานอย่าง FinCEN ของทางการสหรัฐอเมริกา กำหนดให้เป็น “สถาบันการเงินที่น่าเป็นกังวลต่อการฟอกเงิน” เนื่องจาก พบหลักฐานว่า Huione ถูกนำมาใช้เพื่อการฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวง และผิดกฎหมายรวมกันอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านบริษัทลูกในเครือ 3 แห่ง หนึ่งในนั้นคือ Huione Pay PLC ที่พบว่า ฮุน โต ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
รังสิมันต์ระบุว่ามีอีกตัวละครหนึ่งคือธนาคารแห่งหนึ่งของกัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งซ่องสุมฟอกเงินที่มีทั้งคนกัมพูชาและคนไทย ไปใช้บริการ ธนาคารแห่งนี้มีชื่อว่า BIC Bank ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ BIC Group มีประธานบริษัทชื่อว่านายยิม เลียก ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่สมเด็จฮุน เซนไว้วางใจเป็นอย่างมาก ยิม เลียกยังมีพี่สาวเป็นลูกสะใภ้ของสมเด็จฮุน เซน, ยิม เลียกจึงไม่ใช่ไก่กา แต่เต็มไปด้วยคอนเน็กชันที่ไม่ธรรมดาในกัมพูชา
รังสิมันต์ระบุว่ายิม เลียก ยังมีหุ้นส่วนที่สำคัญอีกคน คนคนนี้ชื่อว่า เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ เป็นชาวแอฟริกาใต้ มีภรรยาชื่อ แคทลียา บีเวอร์ อดีตนางแบบชาวไทย ทั้งนี้ เบน สมิธมีประวัติเคยทำธุรกิจหลอกลวง เป็นคอลเซ็นเตอร์ รุ่นดั้งเดิม
โดย ก.ล.ต.นิวซีแลนด์ ตรวจพบว่าบริษัทของเบนโทรหานักลงทุนชาวนิวซีแลนด์และออสเตรเลียเพื่อเสนอขายหุ้นที่น่าสงสัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้นายเบน สมิธถูกสั่งปรับจากศาลในประเทศนิวซีแลนด์เนื่องจากหนีหมายศาล เป็นเงินมูลค่า 30,000 ดอลล่านิวซีแลนด์
รังสิมันต์ระบุว่า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอีกว่า นายเบน คือผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการหลอกลวงที่ชื่อว่า Tian Tian Ventures ซึ่งในอดีตเคยพยายามมาชักชวนคนไทยเข้าไปลงทุน ในงานประชุมนักลงทุนที่โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ
ปรากฎว่าหลังจากมีความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ บริษัท Tian Tian Ventures ก.ล.ต. ได้ต้องออกมาเตือน เมื่อปี 62 ว่าเป็นธุรกิจที่เข้าข่ายการหลอกลวง และการชักชวนดังกล่าวผิดกฎหมาย นอกจากนี้ผมยังพบว่าบริษัท Tian Tian Ventures มีคีย์แมนคนสำคัญ ก็คือนาย Benjamin Burger ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของนายเบน สมิธ ปัจจุบันบริษัทนี้ปิดตัวไปแล้ว หลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐตรวจพบว่าขาดความโปร่งใสอย่างรุนแรง
นายเบน สมิธคนนี้ ยังมีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างอาณาจักร BIC ของนายยิม เลียก เนื่องจากในรายงานประจำปี 2023 ของธนาคาร BIC ได้ปรากฏภาพถ่ายของทั้งสองเคียงข้างกันในระหว่างการเปิดสาขาของธนาคาร BIC ราวกับเป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจของธนาคารแห่งนี้
รังสิมันต์ระบุว่า ผมเองต้องขอบคุณข้อมูลของ คุณ Tom Wright นักเขียนผู้เปิดโปงการทุจริตในโครงการ 1MDB ของมาเลเซีย กล่าวคือ นายเบน สมิธ เป็นผู้ให้คำแนะนำนายยิม เลียกในการสร้างรายได้จากการฟอกเงินให้แก่ทุนจีน โดยพัฒนาที่ดินเป็นกาสิโนเพื่อใช้สำหรับฟอกเงิน หนึ่งในโครงการที่ทั้งคู่อาจจะไปเกี่ยวข้องนั่นก็คือโครงการเมืองใหม่ดาราสาคร ที่ทั้งคู่จะได้รับส่วนแบ่ง 20% ของเงินที่เข้ามา
ซึ่งตรงกับข้อมูลอีกแหล่งหนึ่ง ที่ชี้ว่าธนาคาร BIC เป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับ เจิ้งเหิง กรุ๊ป ผู้พัฒนาโครงการลองเบย์ดาราสาคร จังหวัดเกาะกง ถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ บังคับใช้แรงงาน และสแกมเมอร์ นอกจากนี้ โครงการลองเบย์ดาราสาคร ยังปรากฎผู้ร่วมลงทุนสำคัญอีกหนึ่งคน คือ นายเสอ จื้อเจียง เจ้าของบริษัทหย่าไถ่ ผู้สร้างเมืองใหม่ชเวก๊กโก ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ในพื้นที่เมียวดีของเมียนมา ปัจจุบันนายเสอ จื้อเจียง ได้ถูกจับในไทย ตั้งแต่ปี 2565 ตามหมายแดงของอินเทอร์โพล ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างธนาคาร BIC กับสแกมเมอร์ ทั้งในเมียนมาและกัมพูชา
ธนาคาร BIC มักมีผู้ทรงอิทธิพลมักเอาทรัพย์สินไปฝากไว้ที่นั่น นักการเมืองบางคน หรือ สว.ที่มีลักษณะทรงเอ ก็มีทรัพย์สินที่นั่น ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจของ BIC มักถูกโจมตีว่าเป็นสวรรค์แห่งการฟอกเงิน โดย BIC Group ยังมีออฟฟิศตั้งอยู่ที่ประเทศไทยในอาคารเกษรนี่เอง
รังสิมันต์เปิดภาพ หน้า passport ของนายเบน สมิธ ซึ่งปัจจุบันถือสัญชาติกัมพูชา เป็นพาร์สปอร์ตทางการทูต ต้องเป็นบุคคลสำคัญระดับสูงเท่านั้น จึงจะสามารถมีพาร์สปอร์ตเช่นนี้ได้ ในหน้าพาร์สปอร์ตได้ระบุว่านายเบน สมิธที่เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน พร้อมทั้งระบุชื่อนายยิม เลียก ประธานธนาคาร BIC เป็นบุคคลสำหรับการติดต่อฉุกเฉินอีกด้วย ต้องสนิทกันขนาดไหน ถึงเขียนระบุชื่อเอาไว้แบบนี้
รังสิมันต์กล่าวว่า ที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซนคนนี้ มาหาใครในประเทศไทย หนึ่งในเหตุการณ์ที่ฉายให้เห็นตัวตนของเบน สมิธ คือช่วงเวลาที่อดีตนายกรัฐมนตรีได้พบกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่หลีเป๊ะ ในภาพนี้ดูผิวเผินจะนึกว่าเป็นเพียงนักท่องเที่ยวธรรมดาคนนึง ที่บังเอิญไปเที่ยวหลีเป๊ะ อะไรทำให้ที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซนไปปรากฎตัวพร้อมกับผู้นำทางจิตวิญญาณของรัฐบาลที่แล้ว ท่าน ร.อ.ธรรมนัส ก็อยู่ด้วย น่าจะต้องลุกอธิบายหน่อยมั้ยครับว่านายเบน สมิธไปทำอะไร การเดินทางของท่านอดีตนายกประกอบไปด้วยเรือยอช์ตหรูถึง 6 ลำ อันนี้เป็นของใคร เป็นของท่านอดีตนายก ของ ร.อ.ธรรมนัส หรือของนายเบน สมิธ
รังสิมันต์กล่าวว่า ท่านธรรมนัสไม่รู้หรือครับว่านายเบนคนนี้อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา ท่านไม่รู้หรือครับว่าบุคคลคนนี้มีประวัติที่ด่างพร้อยในอดีตอย่างไร แล้วท่านในฐานะ สส. วันนี้เป็นถึงรองนายก ท่านไม่ต้องระวังในการคบหากับคนเทาๆเลยหรือครับ
รังสิมันต์กล่าวว่า ผมพบว่าในเวลาไล่เลี่ยกัน พบว่านายเบน และร.อ.ธรรมนัส ได้ออกงานบุญใหญ่ร่วมกัน ณ วัดดงช้างดี จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยนายเบน สมิธและภรรยา ถูกระบุชื่อเป็นประธานเจ้าภาพกฐินสามัคคี เคียงข้างกับนายธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งถูกระบุชื่อเป็นประธานอุปถัมภ์ของพิธีนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงงานเดียวเท่านั้น แต่มีอีกงานก่อนหน้า
รังสิมันต์กล่าวว่า ในงานบุญ ณ วัดดวงแข กรุงเทพฯ นายเบนได้ไปร่วมงานซึ่งมีท่านธรรมนัส และท่านนฤมล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเดินทางไปร่วมงานด้วย ต้องยอมรับว่าที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน ผู้มีเบื้องหลังเป็นนักต้มตุ๋น มีคอนเน็กชันที่ปึกจริงๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะในกัมพูชา แต่รวมถึงในไทยอีกด้วย
รังสิมันต์กล่าวว่า เบน สมิธคนนี้ ยังต้องการมาปักหลักที่ประเทศไทยอย่างถาวร เนื่องจากปรากฎข้อมูลว่านายเบนได้ขอสละสัญชาติกัมพูชา เพื่อขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ซึ่งการดำเนินการก็คืบหน้าจนถึงขั้นที่นายเบน ได้มีการรับรองการขอเปลี่ยนชื่อเป็นภาษาไทยว่า “สาธิต” ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 ณ สำนักงานเขตวัฒนา แม้ว่าท่านอนุทินจะเคยชี้แจงเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้อนุมัติให้สัญชาติ เนื่องจากเอกสารไม่ครบ แต่ท่านจะรับปากกับสภาแห่งนี้ได้หรือไม่ แม้ว่าในอนาคตเอกสารจะครบ ท่านจะไม่ไปให้สัญชาติกับใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์
รังสิมันต์กล่าวว่า จำเรื่องเรือยอช์ตหรู 6 ลำที่นักข่าวเขาลงกันได้ไหม ในเรื่องนี้ Tom Wright ได้ระบุว่า เรือยอช์ตชื่อ “Wanderlust” ที่ท่านอดีตนายกฯ ได้ใช้เดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่หลีเป๊ะ รวมถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวรุ่น Bombardier Global G7500 ซึ่งถูกนำมาใช้ในการบินไปดูไบเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้ล้วนถูกจัดหาให้จากนายเบน สมิธ ผู้มีประวัติโชกโชน ผมหวังว่าข้อกล่าวหานี้คงจะเป็นเพียงเรื่องเล่า เพราะหากเป็นเช่นนั้น อาจหมายถึงเงินจากการค้ามนุษย์ ตลอดจนเงินจากสแกมเมอร์ ในกัมพูชา ได้แปรสภาพเป็นของขวัญในคราบของสินค้าหรู เพื่อสร้างอิทธิพลของตัวเองในประเทศไทย ผมอยากให้ท่านนายกตรวจสอบข้อกล่าวหานี้ จะปล่อยผ่านไม่ได้โดยเด็ดขาด
รังสิมันต์กล่าวว่า ที่ผมอภิปรายมาเมื่อครู่ อาจเทียบไม่ได้เลยกับข้อกล่าวหานี้ ที่ปรากฎในบทความของ Tom Wright ว่าในช่วงการผลักดันโครงการ Entertainment Complex, CEO ของ MGM Resorts บริษัทกาสิโนยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ได้เดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อประชุมร่วมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีนายเบน สมิธ ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งหากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง การที่ที่ปรึกษาของผู้มีอำนาจระดับสูงในกัมพูชาจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับสร้าง Entertainment Complex ที่มีกาสิโนถูกกฎหมาย อาจถูกมองได้ว่า นี่จะเป็นช่องทางที่จะนำเงินผิดกฎหมายจากประเทศกัมพูชา มาฟอกผ่านกาสิโนที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย และจะทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างร้ายแรง เปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางแห่งการฟอกเงิน ผลกระทบคงจะรุนแรงต่อธุรกิจของผู้ทำมาหากินด้วยความสุจริตอย่างแน่นอน
รังสิมันต์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการปล่อยข่าวว่าสาเหตุที่สมเด็จฮุนเซน กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีมีความขัดแย้งกัน เป็นเพราะประเทศไทยต้องการทำ Entertainment Complex ซึ่งจะเป็นการตัดรายได้ของกัมพูชา แต่เราลองใคร่ครวญเรื่องนี้ดีๆ ว่ารายได้ของกัมพูชาเกิดจากการที่นักท่องเที่ยวบินไปเล่นกาสิโนที่กัมพูชา หรือรายได้ของกัมพูชาส่วนใหญ่มาจากการหลอกลวงผู้คนผ่านธุรกิจสแกมเมอร์-การค้ามนุษย์กันแน่ จำได้มั้ยครับ ผมได้พูดไปตอนต้น ว่ารายได้จากสแกมเมอร์ของกัมพูชามีมากถึง 60% ของ GDP กัมพูชา ดังนั้นการที่ประเทศไทยจะมี Entertainment Complex จึงไม่กระทบธุรกิจหลักของกัมพูชาอยู่แล้ว จะกระทบก็คงต้องเป็นกรณีเดียวคือ ประเทศไทยต้องการเป็นฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่แข่งกับกัมพูชา ซึ่งผมไม่คิดว่ารัฐบาลที่แล้วจะวางแผนชั่วช้าขนาดนั้น
ดังนั้นครับ การที่สมเด็จฮุนเซนและอดีตนายกเลือกใช้บริการที่ปรึกษาเป็นคนคนเดียวกัน สถานะหนึ่งเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฮุนเซน และมีสัญชาติกัมพูชา และอีกสถานะหนึ่งเป็นมือขวาของอดีตนายก สนิทสนมกับรองนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน กำลังยื่นขอสัญชาติไทย มันเป็นไปได้หรือไม่ที่สาเหตุที่ชายชราสองคนนี้ต้องมาทะเลาะกัน ทั้งๆที่ใช้ที่ปรึกษาคนเดียวกัน อาจไม่ใช่เพราะฝ่ายไทยจะทำ Entertainment Complex แต่เป็นเพราะฝ่ายไทยไม่สามารถผลักดันนโยบาย Entertainment Complex ได้อย่างที่ผู้มีอำนาจในกัมพูชาหวัง ทำให้ความฝันในการนำเงินสีดำที่มีอยู่ในกัมพูชามาเปลี่ยนเป็นเงินสีขาวที่ประเทศไทย ต้องถูกทำลายลง และทำให้ปัญหาของสองคน สองตระกูล กลายเป็นปัญหาของประเทศ ที่นำไปสู่ความขัดแย้งไม่รู้จบจนถึงตอนนี้
รังสิมันต์กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าชายชาวแอฟริกาใต้ผู้นี้ อยู่ในสถานะ VVIP ที่ได้รับความคุ้มครองดูแลจากผู้มีอำนาจในประเทศไทย เพื่อฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ ผ่านการยึดกิจการสำคัญต่างๆ ของประเทศ ซึ่ง สส.วิโรจน์จะได้อธิบายต่อไป ดังนั้นครับ ความร้ายแรงของเรื่องนี้มันจึงไม่ใช่แค่ทุนสีเทาได้แทรกแซงเข้ามาสู่ประเทศไทย หรือการตอบแทนผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรือยอช์ตหรือเครื่องบินเจ็ทเท่านั้น แต่มันอาจรวมไปถึงการที่ Big Boss ของสแกมเมอร์ เข้ามาเป็นเครือข่ายของศูนย์กลางอำนาจของพรรคการเมือง ที่ด้านหนึ่ง นักการเมืองที่มักนิยมการเมืองแบบเก่าๆ ก็ได้เงิน ได้ทรัพยากรของสแกมเมอร์ มาใช้ในการหล่อเลี้ยงเครือข่ายทางการเมืองของตนเองเพื่อรักษาฐานอำนาจแต่ในอีกด้านหนึ่ง อาชญากรเหล่านี้ ก็สมประโยชน์จากการได้รับการปกป้องคุ้มครองจากผู้มีอำนาจรัฐ ดังนั้นครับ ประเทศไทยในวันนี้จึงไม่ใช่ทางผ่านสู่ประตูนรกอีกต่อไป แต่ประเทศไทยได้กลายเป็นหมุดหมายปลายทางใหม่ของขบวนการสีเทาที่ต้องการเข้ามาปักธงชัย เพื่อขยายอาณาจักรสแกมเมอร์ ให้ยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้น
รังสิมันต์กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังครับท่านนายกรัฐมนตรีที่เราจะทำอะไรเสียทีกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ โดยเฉพาะเมื่อสแกมเมอร์ตัวเอ้ยังอยู่ในประเทศไทย หรือท่านจะปล่อยให้ขบวนการเข้ามายึดประเทศไทยผ่านกลไกต่างๆตามตัวอย่างที่ผมได้ฉายให้ท่านดู ผมคาดหวังว่าในช่วงเวลา 4 เดือนที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ผมคาดหวังว่าท่านจะทำงานอย่างเอาจริงเอาจังต่อปัญหานี้ อย่าให้เหมือนรอบที่แล้วที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ที่กว่าจะได้ปราบ ก็ใช้เวลามากมายเสียเหลือเกิน
รังสิมันต์กล่าวว่า ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการเสนอแนวทางแก้ปัญหาสแกมเมอร์ สร้างสันติภาพตามแนวชายแดน และมีข้อเสนอต่อกรณี MOU ที่อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ดังต่อไปนี้
เรื่องแรก ต่อปัญหาเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ ผมมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ หนึ่ง ภัยจากแก๊งสแกมเมอร์ ไม่แตกต่างอะไรจากภัยก่อการร้าย ผมคิดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีศูนย์ประสานงานต่อต้านสแกมข้ามชาติ เพื่อรวมข้อมูลจากตำรวจ, DSI, ก.ล.ต., ธปท., ปปง, กสทช., กระทรวงการต่างประเทศ และอัยการสูงสุด เพื่อทำงานเชิงรุกประสานงานกับประเทศต่างๆ แลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์แบบเรียลไทม์ จุดหมายปลายทางคือการทำลายโครงสร้างขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นี่ไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเหยื่อ นี่ไม่ใช่แค่การสกัดกั้น แต่นี่คือการทำลายองค์กรอาชญากรรมในระดับที่ทำให้โครงสร้างนี้ไม่สามารถกลับมาปฏิบัติการได้อีกแล้ว สอง กำหนดให้หน่วยงานทั้ง DSI องค์กรตำรวจ ปปง ตลอดจนองค์กรอัยการ ต้องสอบเส้นทางการเงินผ่านนายหน้าเงินสีเทาที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ, ลียงพัด, ยิม เลียก มุ่งเน้นไปที่การทำลายเครือข่ายการเงิน ตลอดจน Agent ต่างๆที่อาศัยในประเทศไทย ถ้ามีทรัพย์สินในประเทศไทย มาตรการยึดอายัดป้องกันการยักย้ายถ่ายเทเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เรื่องนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องมากมาย ผมเชื่อว่าในเรื่องนี้ท่าน ร.อ.ธรรมนัสน่าจะให้การเป็นประโยชน์ สาม ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ ก.ล.ต. ต้องทำให้กฎเกณฑ์เรื่อง Travel Rule มีผลในทางปฏิบัติกับพวกคริปโตเคอเรนซี่ การปล่อยให้เงินสามารถฟอกผ่านคริปโตฯ ต่อไปได้ ได้ทำให้ประเทศไทยอาจกลายเป็นฮับของเครือข่ายการฟอกเงินระดับโลก สี่ กระทรวงต่างประเทศ ต้องศึกษาความเป็นไปได้ และเตรียมพร้อมในการใช้มาตรการที่จะต้องทำให้บุคคลผู้มีอำนาจในประเทศเพื่อนบ้านต้องขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC, อาชญากรรมผ่านแก๊งสแกมเมอร์ที่มีรัฐบางรัฐอยู่เบื้องหลัง เป็นอาชญากรรมที่มีความร้ายแรง ประเทศไทยสามารถใช้กลไกนี้โดยที่เราไม่ต้องไปเป็นภาคีแต่ประการใด
เรื่องที่สอง ต่อข้อเสนอในการแก้ปัญหาชายแดน ปัญหาชายแดนมันมากกว่าการปะทะด้วยอาวุธตามแนวชายแดน ฝ่ายกัมพูชามองว่าการมีปัญหากับไทย แม้ว่าจะกระทบต่อธุรกิจและการค้า กัมพูชาก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลัว กัมพูชามีรายได้มากมายจากการหลอกลวงเงินจากคนทั่วโลก คิดเป็น 60% ของ GDP ผู้มีอำนาจไม่ต้องไปสนใจ ว่าการค้าและธุรกิจกับประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ตราบใดที่ตัวเลขของการหลอกลวงจากสแกมเมอร์ในกัมพูชายังคงเพิ่มขึ้น ความสำคัญของการค้าปรกติก็จะมีน้อยลง ถ้าท่านนายกจะไปฝากความหวังเอาไว้กับทหารอย่างเดียว ท่านคิดผิด และจะเป็นการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด อยากแก้ปัญหากัมพูชา แก้สแกมเมอร์ ผมทราบดีปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ง่าย และต้องใช้เวลา แต่วันนี้ท่านนายกต้องลงมือทำ เวลา 4 เดือนที่ท่านมี เริ่มตรงนี้ สร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้เกิดขึ้น กระทรวงต่างประเทศทำอะไร ใครต้องคุยกับจีน ใครต้องคุยกับสหรัฐอเมริกา ใครต้องคุยกับญีปุ่นเอาให้ชัด JBC GBC RBC ทำงานให้สอดประสาน เพิ่มบทบาทให้ สมช. สร้างความเป็นเอกภาพของการทำงานให้ได้ อย่าให้ผิดพลาดเหมือนรัฐบาลที่แล้ว ผมเชื่อว่าเราแก้ปัญหาชายแดนได้ ถ้ารายได้จากสแกมเมอร์ของกัมพูชาลดลง อะไรๆ มันก็จะง่ายขึ้นเอง พูดมาถึงตรงนี้ท่านนายกเข้าใจหรือยังว่า เรื่องชายแดน งานนี้ท่านต้องเป็นคนทำเท่านั้น
สำหรับเรื่องที่สาม ตามที่รัฐบาลได้ระบุในการแถลงนโยบายว่าจะมีการทำประชามติว่าจะยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่ เรื่องนี้จะฟังดูเหมือนจะดี แต่เราต้องไม่ลืมว่า การตัดสินใจเรื่อง MOU นั้นมีความเกี่ยวพันหลายเรื่อง ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ แผนที่ย้อนไปตั้งแต่ยุคล่าอาณานิคม บริษัทพลังงานต่างๆ มีชาติมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้อง และยังมีมิติทางความมั่นคงที่ซับซ้อนที่ต้องพิจารณา ถ้ารัฐบาลจะให้ประชาชนตัดสินใจในเรื่องที่สลับซับซ้อนแบบนี้จริงๆ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงพอต่อการตัดสินใจที่รอบด้าน
รังสิมันต์กล่าวว่า ความจริงแล้วสภาแห่งนี้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่อง MOU ที่กรรมาธิการ คือท่านรัฐมนตรี DE ผมก็หวังว่ากรรมาธิการและรัฐบาลชุดนี้จะมีคำตอบที่รอบด้านให้กับสังคม ท่านนายกต้องคิดต่อด้วยว่า หากมีการยกเลิก MOU จริง ก็ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับทุกฉากทัศน์ที่อาจเกิดขึ้น เช่นการเจรจาหรือเส้นเขตแดนจะดำเนินการอย่างไรต่อไปด้วยกรอบอะไร และจะดีกว่าเดิมอย่างไร มีแผนรับมืออย่างไร เมื่อยกเลิก MOU 43 ไปแล้ว กัมพูชาจะใช้การยกเลิกนี้ไปอ้างได้หรือไม่ ว่านี่ไง ไม่มีกลไกทวิภาคีแล้ว เห็นมั้ย JBC มันไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นศาลโลกต้องเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ เราต้องมีแผนรับมือเรื่องเหล่านี้ และต้องไม่ใช่บอกว่าให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหน้าไปคิด แต่รัฐบาลนี้ต้องมีความรับผิดชอบในการคิดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้เลย หรือแม้แต่เรื่องเขตทางทะเลก็เช่นเดียวกัน มีฉากทัศน์อะไรที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น บริษัททุนข้ามชาติที่เขาได้ผลประโยชน์ไปแล้ว หากมีการยกเลิก MOU44 ขึ้นมาจริงๆ บริษัทเหล่านี้จะฟ้องเราในอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ผมไม่มีข้อมูลจริงๆว่ารายละเอียดสัญญามีอย่างไร แต่ข้อมูลพวกนี้จำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะไปทำประชามติ ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ผมเองก็อยากให้ประเทศไทยของเราได้รับผลประโยชน์สูงสุด การยกเลิก MOU ถ้าจะทำ มันก็ต้องดูว่าเราจะได้อะไรกลับคืนมา แล้วมาดูว่าสุดท้ายแนวทางแบบไหนคุ้มกว่ากัน บางทีการปรับปรุง MOU ทั้ง 2 ฉบับที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของชาติสูงสุด อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งก็ได้
รังสิมันต์กล่าวว่า ก่อนที่ผมจะจบ ผมอยากเตือนความจำท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านได้เห็นตัวอย่างจากรัฐบาลที่แล้วว่าผลกระทบของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน และการขาดเจตจำนงค์ทางการเมืองในงานด้านความมั่นคง ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติอย่างไร สุดท้ายนี้ ผมสนับสนุนในจุดยืนของประเทศไทย ที่ต้องการเห็นการถอนอาวุธหนัก การร่วมมือกันกวาดทุ่นระเบิด และการร่วมกันปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศอย่างแก๊งสแกมเมอร์ นี่คือหนทางในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อสองประเทศ และคืนความปรกติตามพื้นที่ในแนวชายแดน เพื่อแก้ไขปัญหาอื่นๆต่อไป ทั้งนี้ ไม่ว่ารัฐบาลจะขยับเรื่องนี้หรือไม่ ผมในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงฯ ก็จะนำเรื่องเข้าพิจารณาในกรรมาธิการสำหรับวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ซึ่งผมก็ขอถือโอกาสนี้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทยไปให้ข้อมูลต่อในกรรมาธิการด้วย
