Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ธรรมนัส - นฤมล - ไชยชนก' ยังไร้เงา เข้าชี้แจง กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร ปมความสัมพันธ์ ‘เบน สมิธ’ ขบวนการฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และติดสินบน 40 ล. 'โรม' ยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย เผยได้หลักฐานเอกสาร 48 หน้า เชื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามอาณาจักรอาชญากรรมฟอกเงิน เตรียมเชิญ 'วรภัค' ชี้แจง กมธ. วันที่ 30 ต.ค.นี้

 

9 ต.ค. 2568 สำนักข่าว The Reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (9 ต.ค.) เมื่อเวลา 9.29 น. ที่รัฐสภา แยกเกียกกาย คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้มีการเชิญหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม กองทัพเรือ รวมได้เชิญร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการควมมั่นคงฯ ประเด็นที่เกี่ยวกับ “เบน สมิธ” และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงประเด็นติดสินบน 40 ล้านบาทที่ไชยชนก ได้อภิปรายในสภาฯ

รังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์สื่อก่อนเข้าประชุม กมธ. ระบุว่า วันนี้จะมีการหารือและพิจารณาจำนวน 3 วาระ ประกอบด้วย วาระแรกจะเน้นไปที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการฟอกเงิน โดยได้มีบุคคลที่เชิญมาหลายคน เช่น พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย กองทัพเรือที่เกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่บริเวณจังหวัดตราด และอีกหลายๆ หน่วยงาน

ในวาระที่ 2 จะเป็นกรณีที่มีการเชิญ ธรรมนัส และนฤมล ที่เกี่ยวข้องกับ ‘เบน สมิธ’ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าธรรมนัสจะมาเองหรือไม่ แต่อยากยืนยันว่าทาง กมธ.ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

สุดท้าย วาระที่ 3 ที่จะพิจารณาคือเราเชิญเฉพาะไชยชนก ชิดชอบ เรื่องเกี่ยวกับการพยายามติดสินบนรัฐมนตรีจำนวน 40 ล้านบาท

โรม กล่าวต่อว่า เบื้องต้น เราได้รับหนังสือตอบกลับจากไชยชนก ได้มีการให้การกับทางตำรวจซึ่งเป็นประเด็นข่าว และจะไม่มาตอบคำถามของ กมธ. ซึ่งเราจะดำเนินการติดตามต่อในเรื่องนี้ ซึ่งเรายังให้โอกาสทั้งธรรมนัส และไชยชนก อย่างที่ยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหน เราให้โอกาส ถ้าไม่มาครั้งที่ 1 ไม่ว่าจะติดภารกิจอะไรก็แล้วแต่ ไม่มาครั้งที่ 2 ก็ต้องมีคำตอบที่ดีแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหลังจากนี้ตนเองจะพยายามนัดล่วงหน้าให้ไชยชนก และร้อยเอก ธรรมนัส กรณีที่ธรรมนัส ไม่มาในวันนี้ เพื่อให้ข้อมูลใน กมธ.ครบถ้วน เพราะถ้าหากเราไม่ฟังทุกฝ่าย ก็จะมีข้อกล่าวหาว่า กมธ. เลือกปฏิบัติ

สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่อง ‘เสี่ยตือ’ ถ้าไปดูข้อมูลจริงๆ เราจะเห็นอะไรเยอะ และเขาเองอยากเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าถ้าไปดูข้อมูลจริงๆ โดยใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดูว่าเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร คุณมีคำอธิบายอย่างไรในเรื่องที่มาของเงิน และเชื่อเขาเถอะว่าที่มาของเงินมันอธิบายไม่ได้โดยง่าย มากไปกว่านั้นในกรณีอื่นๆ ที่หลังๆ เราเจออาชญากรรมข้ามชาติมีความสลับซับซ้อน ถึงขั้นที่ว่าอาจจะทำให้ไม่มีร่องรอยอะไรเหลืออยู่เลย เพื่อไม่ให้มีความเชื่อมโยงกับตัวเอง ซึ่งมันต้องอาศัยความร่วมมือจำนวนมาก แต่แนวทางที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่ใช่แค่เฉพาะชุดนี้ แต่ก่อนหน้านี้ด้วย คือให้ความสำคัญกับบัญชีม้า และซิมม้า แต่เราต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถจัดการโครงข่ายข้ามชาติด้วยการแค่จับบัญชีม้าได้ ถ้าอยากทำลายโครงสร้างของอาชญากรรมข้ามชาติ เราต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องการฟอกเงิน

“การฟอกเงินวันนี้มันมโหฬารจริงๆ เผลอๆ มันจะมากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของเราด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นเรากำลังต่อสู้กับเรื่องที่มันใหญ่มาก และเงินเหล่านี้ไหลเข้าสู่ประเทศไทยใช้เพื่อยึดอำนาจรัฐ บางส่วนถูกใช้เพื่อยึดบริษัทพลังงาน บางส่วนก็ถูกใช้เพื่อติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทำให้กระบวนการยุติธรรมเดินไม่ได้ แล้ววันนี้ระดับรองนายกฯ ยังไม่นำพา ระดับรัฐมนตรี หรือ นายกฯ ยังเงียบ แม้กระทั่งคุณไชยชนก ออกมาแฉ ออกมาพูด ทุกคนฟังแล้วมีความหวังเอาจริงแน่ๆ เลยในเรื่อง 40 ล้าน แต่ไปๆ มาๆ มันเริ่มส่งสัญญาณแปลกๆ มันจะอยู่กันยังไง”

“ผมอยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่า วันนี้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์มันไม่ใช่อาชญากรรมธรรมดา และอาจจะไม่รู้ตัว ประเทศเรากำลังตกอยู่ภายใต้ทุนสีเทาเหล่านี้จริงๆ” โรม กล่าว

สส.พรรคประชาชน กล่าวต่อว่า วันนี้เขาเชิญธรรมนัส มาด้วยตัวเองจริงๆ เพราะเราอยากจะฟังจากปากคำของธรรมนัสโดยตรง คือ กมธ.พร้อมให้เกียรติท่านและเราปฏิบัติด้วยดี เราไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร และเราให้ความสำคัญในเรื่องของข้อมูล เราพยายามทำความเข้าใจกับธรรมนัสในฐานะประจักษ์พยาน แต่ท่าทีของธรรมนัสทำให้เราเกิดความสงสัยว่าทำไมต้องช่วย ‘เบน สมิธ’ ขนาดนี้ สุดท้าย ถ้ามีหลักฐานพยานยืนยันความบริสุทธิ์ สามารถเอามาแสดง เพราะว่า กมธ.เป็นหนึ่งในกลไกของสภาฯ และเราพร้อมที่จะรับฟังข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเรื่องที่อยากให้ธรรมนัส ชี้แจงเป็นเรื่องความเป็นมาและความสัมพันธ์กับเบน สมิธ เป็นหลัก และจะเชื่อมไปถึงว่าการฟอกเงินต่างๆ มีมากน้อยแค่ไหน ธรรมนัสทราบมากน้อยแค่ไหน

ต่อประเด็นที่สื่อถาม เอกสารหลักฐาน 48 หน้ามันคืออะไร โรม กล่าวตอบว่า เอกสารดังกล่าวทำให้ข้อมูลอาณาจักรกรฟอกเงิน และมีตัวละครต่างๆ หลายตัวละครทั้งที่เรารู้จัก หรืออาจจะไม่รู้จัก และมีหลักฐานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งคิดว่าการได้ข้อมูลนี้มาเป็นประโยชน์ในการติดตามขบวนการฟอกเงิน

“เรื่องการฟอกเงิน ของผมมันไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล มันไม่ใช่แค่เรื่องของคุณธรรมนัสกับผม ไม่ใช่แค่เรื่องของเบน สมิธ แต่เป็นอาณาจักรในการฟอกเงินที่ใหญ่มโหฬาร ในระดับที่อาจจะมีรัฐบางรัฐอยู่เบื้องหลังเรื่องเหล่านี้ นี่คือความใหญ่ของสถานการณ์ที่เรากำลังเจอ และผมคิดว่าถ้ารัฐบาลนี้เอาจริงเอาจริง ให้ความสำคัญในเรื่องการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้วจริงๆ ท่านต้องทำให้เห็น ต้องทำให้มากกว่านี้” โรม กล่าว

โรม กล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังไม่อยากเปิดเผยตัวเลขผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จะมีการเชิญ วรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามาให้ข้อมูลกับ กมธ.ด้วย และด้านหนึ่งวรภัค มีสิทธิในการชี้แจง และให้ข้อมูล อาจจะเป็นวรภัค และคนอื่นๆ

โรม กล่าวต่อว่า จริงๆ ตอนที่เอาเรื่องนี้มาแถลงนโยบาย เขาคาดหวังว่ารัฐบาลจะรับเรื่องนี้ไปดำเนินการอย่างจริงๆ จังๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องที่เราพยายามไปสอบหาเส้นเงินต่างๆ และคาดหวังว่าหน่วยงานรัฐจะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่

หลังจากนี้ โรม มีแผนจะนำเรื่องไปยื่น ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เพื่อให้หน่วยงานรับลูกต่อ อยู่ในแผนที่เราจะทำอยู่แล้ว

ต่อกรณีที่สื่อถามว่า ที่ทางธรรมนัส ชี้แจงว่า เบน สมิธ เป็นเพียงแค่คนรู้จักนั้น โรม ตอบว่า ถ้าทีมงานของธรรมนัส ไปตรวจสอบเรื่องนี้ดีๆ จะเจอชื่อบริษัทหนึ่ง ลองไปดูข้อมูลเรื่องนี้เราจะเห็นความเชื่อมโยงหลายๆ อย่าง และเป็นร่องรอยที่สำคัญ ข้อมูลที่หลายๆ อย่างมันยืนยัน และเชื่อมโยงในลักษณะแบบนี้ บางครั้งที่เราอย่าไปคิด อย่าไปดูแค่ว่าชื่อมันไม่เหมือนกันและเป็นคนละคน อย่าไปคิดว่าบริษัทที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้มตุ๋นคน มันจะต้องมีตัวละครจริงๆ คนพวกนี้ไม่โง่ คนพวกนี้มีวิธีการในการทำให้พวกเราเชื่อและหลอกเงินจากพวกเราไป จริงๆ เราไปเจอข้อมูลไปเพิ่มเติมอีก แต่ขอยืนยันข้อมูลอีกนิดหนึ่ง เรื่อง “เทียนเทียนเวนเจอร์” และผมคิดว่าเรื่องนี้จะสะท้อนว่ากระบวนการทางกฎหมายมาก

เรื่องเทียนเทียนเวนเจอร์ ทาง ก.ล.ต.เคยดำเนินคดีแจ้งความไปตั้งแต่ปี 2564 อยู่ในชั้นอัยการ และตอนนี้ปี 2568 แล้วไม่มีความคืบหน้า มันเกิดอะไรขึ้น

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีหลักฐานเชื่อมโยง ‘เบน สมิธ’ หรือยัง โรม กล่าวเพียงว่าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่วนการแจ้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจทำอย่างเต็มที่แน่นอน

'ไชยชนก' ไร้เงา แจง กมธ.สื่อสารฯ ปมสินบน 40 ล. ติดภารกิจด่วน 

The Standard รายงานในวันเดียวกัน ที่รัฐสภา สยาม หัตถสงเคราะห์ สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการเชิญ ไชยชนก เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ กรณีที่ได้มีการระบุถึงเงินสินบน 40 ล้านบาท ในการไม่ดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
 
สยาม ระบุว่า ทางกรรมาธิการฯ ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่าสิ่งที่ไชยชนก พูดเป็นเรื่องจริง เพราะกรรมาธิการได้ติดตามเรื่องสแกมเมอร์มาตลอด และเมื่อได้เจอกับไชยชก จึงได้เชิญว่าหากสะดวกก็มาชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าใครเป็นผู้นำเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อว่ เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไร เดิมทีไชยชนก รับปากว่าจะมาชี้แจงกับกรรมาธิการ แต่เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจเร่งด่วน จึงไม่ได้มาชี้แจงด้วยตัวเอง และได้ส่งตัวแทนมา
 
สยาม เชื่อว่า เมื่อเกิดช่องว่างในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราจะสังเกตได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะข้อเท็จจริงจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะชี้ได้ชัดว่า คนที่โทรเข้ามาเป็นการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นมาอีก แต่ล่าสุดเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้น
 
สยาม ยังยืนยันว่าจะต้องเชิญไชยชนก มาชี้แจงอีกแน่นอน อย่างไรก็ต้องเชิญ และไชยชนก ก็เคยอยู่ในกรรมาธิการนี้ด้วยกัน วันนี้จึงเชื่อเหลือเกินว่าไชยชนก เมื่อเข้าไปนั่งรัฐมนตรีถึงได้รู้ความเป็นจริงว่า พวกนี้กล้ามากที่อาศัยช่วงจังหวะแบบนี้ และคิดว่าจะเอาเงินมา เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ดังนั้น คิดว่าไชยชนก ควรมาร่วมมือกับกรรมาธิการเพื่อปราบปรามแก๊งพวกนี้ให้เด็ดขาด
 
"วันนี้ผมเข้าใจว่า ขั้นตอนไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองปราบแล้ว ดังนั้น ถ้าคดีไม่คืบหน้า ผมต้องไปติดตาม ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่โดนหลอกลวง เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคง อย่างไรต้องติดตามแน่นอน" สยาม กล่าว
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง