โฮจิมินห์ซิตี้ของเวียดนามกำลังเผชิญปัญหาผู้คนโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นจำนวนมากจนทำให้ที่จอดรถตามสถานีต่างๆ แน่น ที่จอดรถเต็ม ทำให้เกิดความไม่สะดวก เมื่อบวกกับปัญหาผู้คนแออัดในรถไฟฟ้าแล้ว ทำให้หลายคนหันกลับไปใช้มอเตอร์ไซค์ในการเดินทาง บริษัทให้บริการรถไฟในโฮจิมินห์เผยว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รถไฟในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้สายที่ 1 ได้ให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 13.7 ล้านราย และมีความต้องการลานจอดรถจำนวนมหาศาล
9 ต.ค. 2568 ปฏิเสธไม่ได้ว่าขนส่งสาธารณะเป็นสิ่งที่เกี่ยวโยงกับคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน จึงควรจะทำให้ผู้คนเข้าถึงได้ทุกคนและมีโครงสร้างที่รองรับกับวิถีชีวิตผู้คน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบยังขาดความทั่วถึง จึงทำให้เกิดปัญหาการใช้งานขนส่งสาธารณะในแบบที่เกิดขึ้นกับเมืองโฮจิมินห์ซิตี้ของเวียดนาม
มีรายงานข่าวจากสื่อเวียดนามและประสบการณ์ส่วนตัวจากผู้ใช้รถไฟฟ้าใต้ดินในโฮจิมินห์ซิตี้ สะท้อนถึงปัญหาเรื่องความแออัดและที่จอดรถที่สถานีไม่เพียงพอ เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินสายที่ 1 ของโฮจิมินห์ซิตี้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยผู้ใช้บริการมักจะขับขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปจอดที่สถานีแล้วใช้บริการรถไฟฟ้าต่อ แต่จำนวนผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ก็มีเป็นจำนวนมาก ทำให้ประสบปัญหาที่จอดรถเต็ม
ทางการเวียดนามระบุว่า กำลังพยายามหาทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวสำหรับเรื่องนี้ แล้วขอให้ประชาชนใช้รถเมล์เพื่อเดินทางมาที่สถานีรถไฟฟ้าแทนรถมอเตอร์ไซค์ แต่การใช้รถเมล์เองก็มีปัญหาในตัวเองที่อาจจะทำให้เกิดความล่าช้า หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ทุกคน
มีผู้ใช้รถไฟฟ้ารายหนึ่งชื่อ Minh Phuong เขียนถึงประสบการณ์การใช้รถไฟฟ้าโฮจิมินห์ซิตี้สาย 1 เส้น Ben Thanh - Suoi Tien เขามักจะจอดรถที่สถานีมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนามแล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปใจกลางเมือง แต่ทำแบบนี้ได้แค่ไม่กี่สัปดาห์เขาก็เปลี่ยนกลับไปใช้รถมอเตอร์ไซค์เหมือนเดิม
Minh Phuong เผยว่า รถไฟฟ้าแออัดมากในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า รถไฟฟ้ามาถึงสถานีก็มีคนอยู่เต็มขบวนแล้ว และสถานีแรกสุดคือสถานีรถโดยสาร Suoi Tien ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่ถือสัมภาระมาด้วย เขาขึ้นรถไฟฟ้าโดยไม่ได้นั่งเลยตลอดทั้งสาย มีผู้คนแออัดยัดเยียดเต็มขบวนรถในช่วงเย็นก็ไม่ต่างกัน
ที่จอดรถเต็ม ที่จอดเอกชนก็แพง
สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 1 ของโฮจิมินห์ซิตี้แทบจะทุกสถานีประสบปัญหาที่จอดรถเต็มตั้งแต่ตอนเช้าตรู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานีมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม, สถานี Thu Duc และสถานีไฮเทคปาร์ค โดยที่ประชาชนในพื้นที่รวมถึงนักศึกษามักจะใช้รถมอเตอร์ไซค์ขี่เข้าไปจอดที่สถานีแล้วโดยสารรถไฟฟ้าต่อไปยังใจกลางเมือง เพื่อไปเรียนหรือไปทำงาน และเวลา 9 โมงเช้าก็จะมีป้ายเขียนว่า "ที่จอดรถเต็มแล้ว"
ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์จึงพยายามหาที่อื่นๆ ในการจอดรถทิ้งไว้ ทางเลือกหนึ่งคือการไปจอดรถไว้ในบริการให้เช่าที่จอดรถของเอกชนที่ผุดขึ้นรอบๆ สถานีรถไฟฟ้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม แต่ก็มักจะชาร์จราคามากเกินสองเท่าเทียบกับที่จอดรถของทางการ นอกจากนี้ที่จอดเอกชนบางที่ก็มีคนจอดเต็มเช่นเดียวกับที่จอดรถของเมือง
เรื่องนี้ทำให้ผู้ขับขี่รถต้องชั่งน้ำหนักว่าจะจอดรถในที่เอกชนดีหรือไม่ เพราะที่จอดรถเอกชนในพื้นที่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเวียดนามก็ไม่ได้ปลอดภัยมากนัก มีผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์รายหนึ่งบอกว่า นอกจากเรื่องค่าเช่าที่จอดรถแพงแล้วยังมีเรื่องเสี่ยงไฟไหม้ด้วย ทำให้เธอไม่อยากเสี่ยงจอดรถไว้ในที่เอกชนเพราะกลัวถ้ารถเสียหายจะไม่ได้ค่าชดเชย ทำให้วันไหนที่ไม่มีที่จอดรถ เธอก็จะขี่ตรงไปยังที่ทำงานเลย
สะท้อนปัญหาว่าที่จอดรถก็มีความสำคัญในการผลักดันให้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะ ลดจำนวนการใช้ยานพาหนะส่วนตัวไปทำงานที่ใจกลางเมือง เพราะการจะทำให้คนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะได้นั้นต้องมีการเสริมแรงทางบวกที่เอื้อต่อการปรับพฤติกรรมด้วย เช่นการทำให้ขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ง่าย, สะดวกสบาย และคุ้มราคา
ชาวเวียดนามผู้ใช้รถไฟฟ้ามองว่านอกจากควรจะเพิ่มปริมาณที่จอดรถแถวสถานีแล้ว รัฐบาลควรจะกำกับดูแลทำให้ที่จอดรถมีความปลอดภัย และมีค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรมด้วย เพื่อทำให้ผู้คนอยากจอดรถในที่เหล่านั้นโดยไม่ต้องกลัวว่าจะเสียเวลาหาที่จอดรถหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ทางบริษัทการรถไฟในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้สายที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟสายดังกล่าวนี้เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รถไฟในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้สายที่ 1 ได้ให้บริการแก่ผู้โดยสารแล้ว 13.7 ล้านราย มีความต้องการใช้ลานจอดรถเป็นจำนวนมหาศาล ส่วนรถที่มาจอดก็มักจะจอดอยู่ทั้งวัน ส่งผลให้ความต้องการจอดรถมีมากกว่าจำนวนรถที่รองรับได้ ซึ่งทางบริษัทเล็งเห็นปัญหานี้และได้ปรึกษาหารือกับบริษัทเยาวชนอาสาเพื่อบริการสวัสดิการสาธารณะ ในเรื่องข้อเสนอที่จะขยายเพิ่มเติมที่จอดรถภายในเร็วๆ นี้
ผลักดันให้ใช้รถเมล์ร่วมด้วย
Nguyen Van Vinh เป็นผู้ใช้รถไฟฟ้าบ่อยมาก ก่อนหน้านี้เขามักจะพยายามหาที่จอดรถก่อนที่จะขึ้นรถไฟฟ้าต่อ แต่เมื่อพบว่าที่จอดรถมักจะเต็มเขาหันมาเดินออกจากบ้านเป็นเวลา 10 นาที เพื่อไปรอรถประจำทางสาย 153 แล้วลงที่สถานีได้ ซึ่งสะดวกกว่า
Vinh บอกว่า หน่วยงานในท้องที่ควรจะเพิ่มจุดจอดรถไปพร้อมๆ กับการส่งเสริมให้คนหันมาขึ้นรถเมล์ไปยังสถานีรถไฟฟ้า และเพื่อที่จะส่งเสริมให้คนนั่งรถเมล์มากขึ้น ควรมีการวางผังการเดินรถใหม่ที่ครอบคลุม ทำให้คนเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีโครงการจูงใจให้นักศึกษาหันมาใช้รถไฟฟ้า
ปัจจุบันการใช้รถเมล์เพื่อเดินทางไปรถไฟฟ้าในโฮจิมินห์ยังคงมีอุปสรรคอยู่ เพราะผู้คนมักจะต้องรอรถเมล์เป็นเวลานาน บางครั้งก็นานถึง 20-25 นาที รวมถึงการเสี่ยงเจอรถติดกลางทาง เทียบกับการใช้รถมอเตอร์ไซค์ไปสถานีแล้วใช้เวลาน้อยกว่าแค่ประมาณ 5-7 นาที การที่จะแก้ปัญหานี้จึงควรต้องเพิ่มการเชื่อมต่อรถเมล์กับรถไฟฟ้ามากขึ้นด้วย
Le Hoan รองอธิบดีศูนย์การจัดการขนส่งสาธารณะโฮจิมินห์ซิตี้ สังกัดกรมการโยธาเวียดนาม แถลงเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ว่าทางศูนย์กำลังประสานความร่วมมือเพื่อให้มีการพิจารณาเพิ่มการเชื่อมต่อรถบัสกับสถานีรถไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น
เรียบเรียงจาก
Ho Chi Minh City metro station parking lots frequently overflowing, Tuoi Tre News, 01-10-2025
Overcrowded HCMC metro forces me back to motorbike, VN Express, 15-06-2025
