มูลนิธิทำทาง-เครือข่าย ยื่นหนังสือ รมว.แรงงาน ติดตามการบังคับใช้ประกาศ สปส. ให้สิทธิประโยชน์ด้านการทำแท้ง หลังพบปัญหาผู้ประกันตนหลายรายถูกปฏิเสธสิทธิ-ไม่ทำเรื่องส่งตัว ตีตราหรือตำหนิให้รู้สึกผิด รวมถึงให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนจนผู้ประกันตนต้องออกค่ารักษาเอง
3 พ.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิทำทาง ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 10.10 น. ที่กระทรวงแรงงาน เขตดินแดง กรุงเทพฯ มูลนิธิทำทาง และภาคีเครือข่าย ได้แก่ 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม Rsathai เครือข่ายท้องไม่พร้อม และกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิต เข้ายื่นหนังสือต่อ ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ช่วยติดตามการบังคับใช้ประกาศสำนักงานประกันสังคม ให้สิทธิเบิกค่ารักษายุติการตั้งครรภ์ภายใต้หน่วยพยาบาลของสำนักงานประกันสังคม หลังก่อนหน้านี้พบปัญหาผู้ประกันตนหลายรายเข้าไม่ถึงสิทธิ ถูกปฏิเสธการใช้สิทธิ ถูกตำหนิหรือตีตรา ไปจนถึงการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จนผู้ประกันตนต้องออกค่าใช้จ่ายเอง
ชนฐิตา ไกรศรีกุล ผู้จัดการมูลนิธิทำทาง เล่าให้ฟังถึงเหตุผลถึงมายื่นหนังสือวันนี้ (3 พ.ย.) สืบเนื่องจากเมื่อ 19 ก.พ. 2568 สำนักงานประกันสังคมได้ออกประกาศ รง 0626/ว2225 ซึ่งมีสาระสำคัญที่ระบุว่า การยุติการตั้งครรภ์ถือเป็นการเจ็บป่วยทั่วไป ผู้ประกันตนจึงมีสิทธิรับบริการในโรงพยาบาลตามสิทธิได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทั้งแรงงานไทย และแรงงานต่างชาติ และหากจำเป็นต้องส่งต่อ ก็ให้โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่จากการเก็บข้อมูลของมูลนิธิทำทาง ยังคงพบปัญหาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการจากกองทุนประกันสังคม
- โรงพยาบาลประกันสังคมบางแห่งไม่ให้ยุติการตั้งครรภ์ หรือปฏิเสธการออกใบส่งตัว
- เจ้าหน้าที่บางรายขาดความเข้าใจในนโยบายให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ทำให้ผู้ประกันตนต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง
- ผู้ประกันตนบางคนถูกเลือกปฏิบัติ ตำหนิ หรือตีตราในการติดต่อขอรับบริการ
"ตั้งแต่ตอนที่เขาออกประกาศไปตั้งแต่เดือน ก.พ. มีคนที่ใช้สิทธิได้บ้าง มีคนที่ใช้สิทธิไม่ได้ มีคนที่ต้องต่อสู้นานมากเป็นเดือน กว่าจะได้ใช้สิทธิ สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่สำนักงานประกันสังคมออกประกาศแล้วมันควรใช้ได้จริงเลย แต่กลายเป็นว่าเราพบว่ามีคนที่ถูกโรงพยาบาลบอกว่าไม่มีบริการ
"ไม่มีบริการไม่เป็นไร ตามระเบียบข้อบังคับแพทยสภาคือต้องส่งต่อโดยรวดเร็ว โดยไม่ชักช้า และไม่ถูกตำหนิตีตรา แต่สิ่งที่เราเจอก็คือว่าโรงพยาบาลประกันสังคมพยายามที่จะตำหนิ หรือหว่านล้อมให้ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินให้ประกันสังคมทุกเดือนๆ ตั้งครรภ์ต่อ หรือรู้สึกผิดกับการตัดสินใจของตัวเอง
"นอกจากนี้ ยังไม่ยอมออกใบส่งตัวให้ไปรับบริการที่อื่นๆ ด้วย สิ่งนี้สำคัญมากคือไม่ให้บริการไม่เป็นไร แต่ต้องรีบออกใบส่งตัวเพื่อให้ประกันสังคมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เขาจะได้รับบริการที่อื่นต่อ แต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น และทำให้ผู้ประกันตนจำนวนมาก นอกจากจะจ่ายเงินประกันสังคมแล้ว แต่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่ายุติการตั้งครรภ์เพิ่มเข้าไปอีก" ชนฐิตา กล่าว
ชนฐิตา ไกรศรีกุล (ที่มา: แมวซาโบ)
ผู้จัดการ มูลนิธิทำทาง มองว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความล่าช้าในการบังคับใช้นโยบายของสำนักงานประกันสังคม แม้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่มีแนวทางที่แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น จึงนำมาสู่การยื่นหนังสือโดยมีข้อเรียกร้องถึงกระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ดังนี้
- เร่งรัดการบังคับใช้ประกาศประกันสังคมเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติทั่วประเทศ
- ออกแนวปฏิบัติ (Guideline) ชัดเจนให้โรงพยาบาลในเครือข่ายทุกแห่ง เข้าใจสิทธิ และขั้นตอนการส่งต่อผู้ประกันตน
- มีระบบกำกับติดตามและตัวชี้วัด เพื่อให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการได้จริง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนหรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
"วันนี้จึงเป็นการยกระดับข้อเรียกร้อง โดยจะเป็นการยื่นหนังสือถึงกระทรวงแรงงาน โดยหวังว่าการที่ ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง น่าจะเข้าใจว่าการที่ท้องไม่พร้อม มันเครียด มันหนัก หรือมันรู้สึกสิ้นหวังมากแค่ไหน และหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าคนจำนวนมากที่ท้องไม่พร้อม ส่วนใหญ่เป็นคนกลุ่มวัยแรงงานเป็นกลุ่มคนที่ประกันสังคม และกระทรวงแรงงานดูแลอยู่แล้ว" ชนฐิตา กล่าวทิ้งท้าย
ด้านปนัดดา ขวัญทอง ที่ปรึกษาสายด่วนให้คำปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 ระบุว่า วันนี้มาร่วมกับมูลนิธิทำทาง เพราะว่าต้องการสนับสนุนแนวคิดการยุติตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และต้องการผลักดันเรื่องสวัสดิการกองทุนประกันสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะก่อนหน้านี้มีเคสที่ประสบปัญหาเข้าไม่ถึงสิทธิทั้งเรื่องอคติ และสำนักงานฯ อาจยังสื่อสารได้ไม่ครอบคลุม ทำให้หน่วยงานบริการไม่ทราบว่ามีประกาศของสำนักงานประกันสังคมเกิดขึ้น จึงยังไม่มีการจัดบริการให้ หรือบางแห่งยังไม่ทราบว่าต้องทำอะไรบ้าง เราเองก็มองว่ากระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงหลักในการจัดการเรื่องนี้ได้ วันนี้เราเลยมายื่นหนังสือที่นี่
ศรีไพร นนทรีย์ สมาชิกสหภาพแรงงานย่านรังสิต ให้สัมภาษณ์เผยว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาเจรจากับมูลนิธิทำทาง และเครือข่าย เผยว่า พวกเขาไม่ทราบว่าจะมีการมายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรี ซึ่งเธอชี้แจงกับสื่อว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพยายามประสานงานนัดยื่นหนังสือมาโดยตลอด โดยเป็นการประสานผ่าน เซีย จำปาทอง สส.พรรคประชาชน แต่เมื่อใกล้จะถึงวันนัด จึงทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่สะดวกมารับหนังสือ เพราะว่าติดภารกิจเกี่ยวกับงานศพ และไม่ไประสานงานเจ้าหน้าที่คนอื่นมารับหนังสือแทน วันนี้พอมาถึงเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทราบอย่างเดียว และมีท่าทีว่าจะไม่รับหนังสือ
สมาชิกสหภาพแรงงานย่านรังสิต เผยว่า ก่อนมาที่กระทรวงแรงงาน เครือข่ายเคยยื่นหนังสือและพบกับรองเลขาธิการ สำนักงานประกันสังคมมาแล้ว แต่ไม่ได้มีความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขปัญหา นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องมาเจอรัฐมนตรีตรีนุช โดยหวังว่าการมาเจอรัฐมนตรีหญิงจะเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในเวลา 11.00 น. เกริกไกร นาสมยนต์ ผู้ตรวจการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และรักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย และกรจิรัฏฐ์ พงจันทร์ศธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน มาเป็นตัวแทนรัฐมนตรี รับหนังสือ และกล่าวยืนยันว่าเมื่อเป็นสิทธิ ก็ต้องใช้สิทธิได้ ขณะที่ทางส่วนกลางจะมีการคุยกันก่อนเพื่อหาปัญหาว่าเกิดจากอะไร จากนั้นจะมีหนังสือแจ้งไปยังหน่วยบริการอีกครั้ง เพื่อสอบถามถึงปัญหา ซึ่งต้องคุยกันอีกที
สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาการดำเนินงานนั้น ทางผู้มารับหนังสือกล่าวแต่เพียงว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ไม่ได้มีการระบุกรอบระยะเวลาให้ชัดเจน
กระทรวงแรงงานมารับหนังสือ
สุพีชา เบาทิพย์ ผู้ประสานงานมูลนิธิทำทาง กล่าวถึงความรู้สึกหลังยื่นหนังสือว่า สำหรับเธอไม่รู้สึกว่าได้รับคำมั่นสัญญาจากทางกระทรวงแรงงาน มีเพียงการเข้ามาหารือกับผู้ยื่นหนังสือเท่านั้น โดยเธอคาดหวังว่าทางกระทรวงแรงงานจะกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกันตนมากกว่านี้
หลังจากนี้ ทางมูลนิธิทำทางวางแผนไว้ว่าจะมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการประกันสังคม และบอร์ดคณะกรรมการแพทย์ สำนักงานประกันสังคม ภายในช่วงกลางเดือนนี้ (พ.ย.) และจะมีการยื่นหนังสือถึงกระทรวงแรงงานอีกครั้งในช่วงเดือน ธ.ค. 2568 เพราะเครือข่ายรู้สึกว่าถ้าไม่ทำอะไรเพิ่มเติม การแก้ไขปัญหาอาจจะไม่เกิดขึ้น
