Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สว. นันทนา พร้อมทนายความ เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา จี้สอบพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ ประธานคณะกรรมการจริยธรรมฯ และกรรมการกว่าอีก 15 คนในคณะกรรมการจริยธรรมฯ เอี่ยวคดี ฮั้ว สว. ซึ่งถือเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับตนเอง กระทำผิด ม.157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ในการสอบจริยธรรมตนเอง หลังมีการดำเนินกระบวนการสอบจริยธรรมที่ สว. นันทนา มองว่ามิชอบและขาดความเป็นธรรม เช่น การกำหนดวันนัดหมายให้ตนเองเข้าให้ปากคำตรงกับอภิปรายญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุมวุฒิสภา ทำให้ สว. นันทนา ไม่สามารถเข้าให้ปากคำตามสิทธิได้ ถือเป็นการจงใจกีดกันหรือไม่

 

5 พ.ย. 2568 สว. นันทนา นันทวโรภาส พร้อมทนายความ อนันต์ชัย ไชยเดช แถลงต่อสื่อมวลชนเตรียมยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ขอให้ไต่สวน สว. ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา รวม 18 คน โดยมีพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่งในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาว่ามีการกระทำที่อาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

สว. นันทนาระบุว่า คำร้องดังกล่าวมีขึ้น ภายหลังการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2568 ซึ่งมีการพิจารณารายงานผลการสอบสวนจริยธรรมของตน โดยคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาที่มีพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งเป็นประธาน ได้วินิจฉัยว่าตนมีพฤติกรรมฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีที่ตนเสนอแนะเกี่ยวกับความเหมาะสมของผู้ทำหน้าที่กรรมาธิการสามัญวุฒิสภา และที่ประชุมวุฒิสภามีมติด้วยเสียงข้างมาก 130 เสียง เห็นชอบให้ส่งเรื่องต่อไปยัง ป.ป.ช.

ทั้งนี้ ในคณะกรรมการจริยธรรมฯ มีกรรมการ 15 คน เป็นสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดี ฮั้ว สว. ถือเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับตนเอง จึงได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อประธานกรรมการจริยธรรมฯ และต่อประธานวุฒิสภา ซึ่งต่างก็ถูกกล่าวหาในคดีเดียวกัน แต่คำร้องคัดค้านไม่เป็นผล และคณะกรรมการจริยธรรมฯ ยังเดินหน้าพิจารณากรณีของตนต่อไป สว. นันทนามองว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบและขาดความเป็นธรรม

นอกจากนี้ สว. นันทนา ระบุว่า ยังมีการนัดหมายให้ตนเองเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตนต้องอภิปรายญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุมวุฒิสภา และในวันเดียวกันยังมีนัดไต่สวนคดีหมิ่นประมาทกับนางแดง กองมา ซึ่งคู่กรณีในอีกคดีหนึ่ง ทำให้ สว. นันทนา มองว่าการกำหนดวันดังกล่าวอาจเป็นการจงใจกีดกันไม่ให้ตนสามารถเข้าให้ปากคำได้ตามสิทธิ โดยตนได้ทำหนังสือขอเลื่อนแต่คณะกรรมการจริยธรรมฯ แล้ว แต่ถูกปฏิเสธและไม่อนุญาตให้นำพยานเข้าให้ปากคำ

สว. นันทนากล่าวต่อว่า กระบวนการทั้งหมดไม่เป็นไปตามระเบียบและกรอบเวลาที่กำหนด ตามระเบียบว่าด้วยการพิจารณาจริยธรรมกำหนดกรอบเวลาไว้ 150 วัน แต่ในกรณีของตน ผู้ร้องได้ยื่นเรื่องตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.2567 จนถึงวันที่วุฒิสภามีมติเมื่อวันที่ 28 ต.ค.2568 รวมระยะเวลานานกว่า 316 วัน เห็นว่าเป็นการดำเนินการเกินกรอบเวลาและไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ดังนั้น ตนจึงได้ทำหนังสือยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาว่าอาจเข้าข่ายกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาเพื่อตอบโต้ส่วนตัว แต่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบจริยธรรมของวุฒิสภา

ด้านทนายความกล่าวว่า ในรายชื่อที่ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. มีพลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา และมงคล สุรัจจะ ประธานวุฒิสภารวมอยู่ด้วย การยื่นคำร้องครั้งนี้มุ่งให้ ป.ป.ช. ไต่สวนใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การไม่ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการยื่นและรับเรื่องร้องเรียนของคณะกรรมการจริยธรรมฯ การพิจารณาที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ต้น การรายงานผลต่อที่ประชุมวุฒิสภาซึ่งอาจมีลักษณะเป็นรายงานเท็จ และการละเมิดหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติตามกระบวนการที่ระเบียบกำหนด 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง