ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี 'เกศกมล เปลี่ยนสมัย' หลังระบุตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” ในใบแนะนำตัว สว. โดยไม่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ ก.พ.อ. ชี้เข้าข่ายทำให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติ ผู้ถูกร้องส่งทนายฟังคำพิพากษาแทน
4 มีนาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ลต สว 11/2568 กรณีนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตรวจสอบคุณสมบัติ จากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการ ที่อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อจูงใจให้มีการเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)
โดยศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้นางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากวินิจฉัยแล้วเห็นว่า การระบุตำแหน่ง "ศาสตราจารย์" ในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว.3) ในส่วนของประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่ 19 ปีพ.ศ. 2567 เป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจากตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าว ไม่ได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และไม่เคยได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์
แม้นางสาวเกศกมล จะให้การคัดค้านว่า ตำแหน่งดังกล่าว ได้รับมาอย่างถูกต้องโดยการเทียบวุฒิการศึกษาและคุณสมบัติ จากสถาบัน California University FCE สหรัฐอเมริกา ซึ่งมาจากการพิจารณาผลงานทางวิชาการจำนวน 5 ผลงาน แต่ศาลให้ความเห็นว่า ตำแหน่งดังกล่าว ได้รับจากต่างประเทศ แต่ไม่ได้ถูกนำมาเทียบตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ.อ.เพื่อให้การรับรองตำแหน่งทางวิชาการ จึงไม่สามารถระบุลงในประวัติการทำงานในใบแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ได้
และในส่วนที่นางสาวเกศกมล อ้างว่า ก่อนลงรายละเอียดในใบสมัคร ได้สอบถามไปยังรองเลขาธิการ กกต. ในขณะนั้นว่า ต้องกรอกรายละเอียดอย่างไร และได้คำตอบว่าต้องใส่ลงในส่วนของประวัติการทำงาน เท่ากับว่าได้มีการตรวจสอบจาก กกต. แล้วว่าสามารถใช้คำว่า ศาสตราจารย์ ได้นั้น ทางกกต. ชี้แจงว่าในขั้นตอนดังกล่าวเป็นเพียงการแนะนำตามข้อมูลที่สอบถาม แต่ไม่ได้เป็นการตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นเท็จหรือไม่ ศาลฎีกาจึงมีความเห็นว่านางสาวเกศกมล มีความผิดจริงตามคำร้องของ กกต. และพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิดังกล่าว
โดยในการอ่านคำพิจารณาคดีวันนี้ ไม่พบว่านางสาวเกศกมล มารับฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง แต่ได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้เข้ารับฟังแทน
