องค์กร Free Periods Hong Kong เปิดเผยผลการสำรวจระบุว่าแรงงานทำงานในบ้านที่ฮ่องกง ร้อยละ 66 ซึ่งประกอบด้วยคนทำงานบ้านและผู้ดูแลบุคคลที่บ้าน ต่างก็เผชิญปัญหารู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ประจำเดือนกลายเป็นภาระค่าใช้จ่าย ก่อนหน้านี้เคยมีการสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นเมนส์ 1 ใน 10 ของฮ่องกงต่างก็เผชิญปัญหามีเงินไม่พอซื้อผ้าอนามัย ทำให้จำใจต้องลดการใช้ผ้าอนามัยลง

คนทำงานบ้านในฮ่องกง | ภาพจาก: Kyle Lam/HKFP
องค์กรเอ็นจีโอที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบปัญหาทางการเงินเนื่องมาจากประจำเดือนชื่อว่า Free Period Hong Kong ได้ทำการสำรวจแรงงานทำงานในบ้านซึ่งเป็นแรงงานข้ามชาติชาวฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียในฮ่องกงรวม 309 ราย ผลระบุว่ามีร้อยละ 66 ที่รู้สึกว่าการซื่อผลิตภัณฑ์ประจำเดือน อย่างเช่นผ้าอนามัยหรือแผ่นอนามัยนั้นกลายเป็น "ภาระทางการเงิน"
ผลการสำรวจขององค์กรยังระบุอีกว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามมากกว่าครึ่งหนึ่งที่บอกว่าพวกเขาต้องใช้เงินมากกว่า 50 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อเดือน (ราว 200 บาท) ไปกับผลิตภัณฑ์ประจำเดือน และมีมากกว่า 1 ใน 4 ที่บอกว่าพวกเขามีเงินไม่มากพอที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ประจำเดือน คนที่มีเงินไม่พอซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็จะใช้กระดาษชำระแทน หรือไม่ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ประจำเดือนชิ้นเดิมนานกว่าเวลาที่แนะนำให้ใช้
Zoe Chan ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Free Period Hong Kong กล่าวว่า คนทำงานในบ้านต้องแบกรับความรับผิดชอบทั้งงานบ้านและการดูแลบุคคลในครัวเรือนให้กับครอบครัวนับไม่ถ้วนในฮ่องกง แต่คนทำงานเหล่านี้ก็ถูกมองข้ามเรื่องความต้องการทางกายภาพของพวกเขาเอง ซึ่งในที่นี้หมายถึงเรื่องการเป็นประจำเดือน โดยที่หลายคนไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประจำเดือนได้มากพอหรือสำหรับบางคนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ก็สร้างภาระทางการเงินให้กับพวกเขา
Free Periods Hong Kong แถลงว่า การสำรวจนี้ได้แสดงให้เห็นว่าความยากจนจากประจำเดือนไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาระทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นปมปัญหาเชิงโครงสร้างหลายปัจจัยรวมกัน ทั้งเรื่องการขาดการศึกษา การที่วัฒนธรรมฮ่องกงทำให้เรื่องเมนส์กลายเป็นเรื่องห้ามพูด และ การที่สังคมขาดความเข้าใจในเรื่องประจำเดือน ทำให้ทางองค์กรมองว่าสังคมควรจะต้องหันมาสนใจในเรื่องนี้
มีแรงงานข้ามชาติชาวฟิลิปปินส์นฮ่องกงรายหนึ่งชื่อ อเล็กซานเดรีย บอกว่าเธอใช้เงินเกือบร้อยละ 10 ของรายได้ต่อเดือนไปกับผลิตภัณฑ์ประจำเดือน บีบให้ต้องเลือกระหว่างการใช้จ่ายเพื่อสุขภาวะที่เกี่ยวกับเมนส์ กับการใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้บางครั้งเวลาที่ต้องการเก็บเงิน เธอก็จำเป็นต้องตัดการซื้อของใช้จำเป็นอื่นๆ ทิ้ง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ประจำเดือนได้
ในฮ่องกงมีแรงงานทำงานในบ้านรวมแล้วราว 368,000 ราย ส่วนใหญ่มาจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งมักจะเป็นคนทำงานบ้านและเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็ก พวกเขาทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับนายจ้างที่ใช้เวลาไปกับการทำงานนอกบ้าน
ฮ่องกงมีกฎหมายระบุค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับแรงงานในบ้านอยู่ที่ 5,100 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 21,000 บาท) ต่อเดือน ในเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้พวกเขาร้อยละ 2.2 ซึ่งนักกิจกรรมวิจารณ์ว่าไม่เพียงพอ
1 ใน 10 ของคนเป็นเมนส์ ไม่มีเงินพอซื้อผ้าอนามัย
ไม่เพียงแค่เรื่องความยากจนเท่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาการเข้าถึงผลิตภัณฑ์อนามัย เรื่องของการขาดความเข้าใจในสังคม และเรื่องที่วัฒนธรรมทำให้การพูดเกี่ยวกับประจำเดือนกลายเป็นเรื่องต้องห้าม ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อปัญหาการไม่สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประจำเดือนเช่นกัน
สังคมยังขาดความเข้าใจว่าเรื่องของประจำเดือนไม่ใช่แต่เรื่องของเลือดเมนส์แต่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น เรื่องการเป็นตะคริวและความเมื่อยล้า มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 78 จากการสำรวจของ Free Period Hong Kong ระบุว่าพวกเขามีอาการตะคริวและมีความเมื่อยล้าในช่วงเป็นเมนส์ด้วย แต่ก็มีแค่ร้อยละ 35 เท่านั้นที่บอกว่านายจ้างของพวกเขาให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ เช่นการเพิ่มเวลาพักให้
แรงงานข้ามชาติชาวอินโดนีเซียชื่อ Anik บอกว่า การที่วัฒนธรรมทำให้การพูดถึงเมนส์กลายเป็นประเด็นต้องห้าม ยังส่งผลให้ลูกจ้างไม่กล้าปรึกษากับนายจ้างในเรื่องนี้ด้วย อีกทั้งยังไม่มีความพยายามแสวงความช่วยเหลือ
Zoe Chan จาก Free Periods Hong Kong บอกว่า การศึกษาเรื่องเมนส์และการเข้าถึงของใช้จำเป็นเกี่ยวกับประจำเดือนได้นั้น ควรจะเข้าถึงได้ทุกชนชั้นและทุกเชื้อชาติโดยไม่แบ่งแยก ทุกๆ คนที่เป็นประจำเดือนควรจะได้สิทธิในการจัดการเกี่ยวกับประจำเดือนของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี มีความปลอดภัย และถูกสุขภาวะ
เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาก็มีผลการสำรวจในประเด็นคล้ายกันโดยเอ็นจีโอนานาชาติ ชื่อองค์กร แพลน อินเทอร์เนชันแนล ผลสำรวจของพวกเขาระบุว่า 1 ใน 10 ของบุคคลที่เป็นเมนส์ในฮ่องกงประสบปัญหาไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ประจำเดือน โดยมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างอายุ 12-54 ปี ในช่วงระหว่างเดือน มิถุนายน-สิงหาคม ที่ผ่านมา เน้นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้มีรายได้น้อยหรือขาดโอกาส เช่นผู้ที่อาศัยอยู่ในแฟลตแบ่งเช่า หรือ เยาวชนที่ยังอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง
ในงานวิจัยเดียวกันของแพลนอินเทอร์เนชันแนลระบุว่า กลุ่มตัวอย่าง 2 ใน 3 เปิดเผยว่าพวกเขาได้รับได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบเกี่ยวกับประจำเดือนของพวกเขา มีกลุ่มตัวอย่างอยู่ 1 ใน 4 ซึ่งส่วนมากเป็นเยาวชนบอกว่าพวกเขาจำเป็นต้องลดจำนวนการใช้ผลิตภัณฑ์ประจำเดือนลงเพราะภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาวะและความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
เรียบเรียงจาก
66% of domestic workers say buying menstrual products causes financial stress, Hong Kong NGO finds, HKFP, 04-11-2025
1 in 10 Hong Kong women struggles to afford menstrual products as group urges ‘period poverty’ awareness, HKFP, 16-10-2025
