- 'วีระ แสงทอง' แกนนำกลุ่ม Bright Future ยื่นหนังสือถึง 'อนุทิน' ขอเรียกร้องให้ภาครัฐ ยกเลิกการทำเล่มเขียว CI เพราะไม่อยากเอาเงินให้รัฐบาลทหารพม่า ไปซื้ออาวุธเข่นฆ่าประชาชน แต่อยากเปลี่ยนเป็นภาษีให้กับรัฐไทย ผ่านการทำใบอนุญาตทำงาน (บัตรชมพู)
- "เราอยากให้ยกเลิก CI และเอาเงินตรงนี้เปลี่ยนมาเป็นเงินจ่ายค่า Workpermit ให้กับรัฐบาลไทย ผมก็เสนอว่า (รัฐไทย) จะเก็บเพิ่มก็ได้เราไม่ว่า แต่ขอให้ไม่ทำ CI ด้วยได้ไหม"
เมื่อ 28 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 11.20 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล 1111 ถนนพิษณุโลก วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่ม "Bright Future" ยื่นหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณายกเลิกการทำเอกสารรับรองสถานะบุคคล (CI) ของฝั่งรัฐบาลทหารเมียนมา และขอให้เพิ่มราคาค่าทำใบอนุญาตทำงาน (Workpermit) ของประเทศไทย เหตุไม่อยากจ่ายภาษีเข้ารัฐบาลทหาร ทำสงครามเข่นฆ่าประชาชนเมียนมา แต่ขอเปลี่ยนเป็นเงินภาษีให้รัฐไทย
วีระ แสงทอง มองว่าเมื่อก่อนรัฐบาลไทยทำแค่บัตรสีชมพู (Workpermit) ไม่ได้ทำเล่มเขียว CI มาก่อน และเล่มเขียว CI เพิ่งมามีตอนที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) เป็นรัฐบาล พอพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ทำรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 2564 คนเมียนมาเขาก็มาบอกว่าไม่อยากทำ CI แล้ว เพราะว่ารัฐบาลมีการขึ้นราคาจนแพง และไม่ต้องการให้เงินกองทัพพม่าเอาเงินไปใช้ซื้ออาวุธ
"เราอยากให้ยกเลิก CI และเอาเงินตรงนี้เปลี่ยนมาเป็นเงินจ่ายค่า Workpermit ให้กับรัฐบาลไทย ผมก็เสนอว่าจะเก็บเพิ่มก็ได้เราไม่ว่า แต่ขอให้ไม่ทำ CI ด้วยได้ไหม อยากสื่อสารรัฐบาลไทยเรื่องนี้" วีระ กล่าว
ทั้งนี้ จากประกาศของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า ค่าทำเอกสาร CI ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,670 บาท แต่วีระ มองว่าที่แพงขึ้น เพราะว่ามาจากการทำเอกสารกับนายหน้า หรือที่เรียกว่า 'Broker' ด้วยที่ทำให้ราคาแพงขึ้น
ความคาดหวังของเขา คืออยากให้รัฐบาลไทยพิจารณายกเลิกการทำเอกสาร CI ซึ่งอาจจะเพิ่มราคาค่าทำเอกสารใบอนุญาตทำงานของรัฐบาลไทยเองก็ได้ และอยากให้มองว่าแรงงานข้ามชาติอยากเอาเงินมาให้รัฐบาลไทย ไม่อยากให้รัฐบาลพม่า เพราะพวกเขาไม่ได้มองว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย เป็นผู้นำประเทศของเขาแล้ว
นอกจากนี้ วีระ เขายังเสนอให้รัฐบาลไทยเข้าหารัฐชาติพันธุ์ต่างๆ ในประเทศเมียนมา อย่างกองกำลังอาระกัน (AA) เพื่อส่งเสริมให้รัฐบาลไทยสามารถประกอบกิจการการค้า ทำอุตสาหกรรม และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เหล่านั้นได้
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ จะทำหนังสือแจ้งนายกฯ รับทราบเรื่องนี้ ทางวีระ ก็จะรอคำตอบของรัฐบาลไทยอีกทีหนึ่งว่าเป็นแบบใดบ้าง โดยหวังว่านายกฯ จะฟังเสียงของแรงงานข้ามชาติ
วีระ ระบุด้วยว่า หากข้อเสนอยังไม่ได้รับการตอบสนอง เขาก็จะยื่นหนังสือถึงหลายๆ หน่วยงาน ให้ช่วยพิจารณาอีกทีอย่างรัฐสภา หรือองค์กรอื่นๆ
รายละเอียดหนังสือ
นับตั้งแต่การทำรัฐประหารเมื่อปี 2021 (2564) ประชาชนพม่าได้ลุกขึ้นต่อต้านเผด็จการทหารทุกวิถีทาง ทั้งการประท้วงอย่างสันติ การนัดหยุดงาน และท้ายที่สุดต้องจับอาวุธขึ้นสู้เพื่อปกป้องตนเองจากการที่กองทัพเมียนมาเข่นฆ่าประชาชนไปหลายพันคน จับกุมนักโทษการเมืองการเมืองนับหมื่น และใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่พลเรือนจนเกิดผู้ลี้ภัยนับไม่ถ้วน จนถึงปัจจุบัน ความพยายามชุบตัวของเผด็จการทหารยังคงดำเนินต่อไป โดยการจัดฉากการเลือกตั้งจอมปลอม โดยที่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยกว่า 40 พรรคถูกยุบและกีดกัน รวมถึงพรรค NLD ในขณะที่ประชาชนถูกปิดปากด้วยกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างโหดเหี้ยม
และรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ มินอ่องหล่าย ยังคงใช้กระบวนการทางกฎหมายและเอกสารแรงงานเป็นเครื่องมือในการขูดรีดภาษี และรายได้จากแรงงานข้ามชาติ เพื่อนำไปใช้เป็นทุนในการจัดซื้ออาวุธ และเข่นฆ่าประชาชนในประเทศต้นทาง เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิมนุษยชน และหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเรา กลุ่มแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาจึงขอประกาศข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ยกเลิกกระบวนการจัดทำเอกสารรับรองบุคคล (CI) กับรัฐบาลเผด็จการทหาร
พวกเราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยุติความร่วมมือในการจัดทำและต่ออายุเอกสารรับรองตัวบุคคล (Certificate of Identity: CI) ผ่านช่องทางของรัฐบาลเมียนมาโดยทันที เนื่องจากกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังรัฐบาลทหารออกกฎในปี 2567 บังคับใหเแรงงานเมียนมาในต่างประเทศต้องโอนเงินกลับประเทศอย่างน้อย 25% ของรายได้ ผ่านช่องทางธนาคารที่รัฐรับรอง หากไม่ปฏิบัติตาม อาจกระทบต่อการต่ออายุหนังสือเดินทาง และสิทธิในการทำงานต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนที่เอาเปรียบและเงินไหลเข้าคลังกองทัพโดยทางแรงงานพม่าขอให้รัฐบาลรับรองสิทธิการทำงาน และการพำนักด้วยการออกเอกสารอนุญาตทำงาน “บัตรชมพู” เพียงใบเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตเมียนมา ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเมียนมา
เพื่อตัดวงจรไม่ให้รัฐบาลเผด็จการได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากหยดเหงื่อของแรงงานพม่าในไทย
2. ขอให้รัฐบาลไทยเตรียมการรับรองอำนาจการบริหารของ “รัฐยะไข่” และสนับสนุนโครงสร้างการปกครองตนเองในอนาคต
จากสถานการณ์การต่อสู้ของกองกำลังชาติพันธุ์อาวุธในเมียนมาที่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และกองทัพ Arakan Army หรือ AA มีบทบาทในการครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในพม่า และหากในอนาคตมีการจัดตั้ง “รัฐยะไข่” (Rakhine State) หรือเขตปกครองตนเองใหม่ที่ชอบธรรมโดยประชาชน ขอให้รัฐบาลไทยรับรองอำนาจการบริหารของรัฐยะไข่ และรัฐอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ซึ่งแรงงานพม่าส่วนใหญ่ในไทย มีมติร่วมกันที่จะไม่ยอมรับ CI (Certificate of Idenityt) ที่รับรองโดยรัฐบาลเมียนมาปีจจุบัน และการบังคับโอนเงินกลับประเทศผ่านระบบที่ทหารควบคุม ซึ่งเป็นรายได้ให้กับรัฐบาลเผด็จการชุบตัวของมินอ่องหล่าย ทั้งนี้ หากรัฐบาลไทยยังคงเลือกที่จะสานสัมพันธ์และเอื้อประโยชน์ทางการทูตและเศรษฐกิจให้แก่รัฐบาลเมียมาต่อไป ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียแรงงานข้ามชาติ เนื่องจากเมื่อมีการตั้งรัฐใหม่ ในมาตุภูมิ ซึ่งจะมีความมั่นคงมากขึ้น แรงงานจำนวนมากจะทยอยเดินทางกลับไปพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิด ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรกรรม และภาคการบริการของไทยที่พึ่งพิงแรงงานพม่าเป็นหลัก
ท้ายที่สุด พวกเราอยากสื่อสารว่า เราเข้ามาทำงานในประเทศไทยด้วยความสุจริตและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยอย่างเต็มกำลัง เราต้องการเสียภาษีให้กับรัฐบาลไทยและรัฐเกิดใหม่ในอนาคตเท่านั้น ไม่ต้องการเสียภาษีให้กับรัฐบาลเมียนมาซึ่งนำโดยมินอ่องหล่าย เราไม่สามารถยอมรับได้หากเงินรายได้ส่วนหนึ่งของเราต้องถูกส่งไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิด และกระสุนปืนเพื่อทำลายล้างครอบครัวของเราในบ้านเกิด
ทั้งนี้ พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลไทยจะรับฟังเสียงของแรงงานพม่า และเลือกยืนอยู่บนความถูกต้อง สิทธิมนุษยชน และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ในระยะยาวของทั้ง 2 ประเทศ
