ผู้สื่อข่าวเกาะติดการเมืองนิวยอร์กให้สัมภาษณ์สื่อ Vox ถึงเรื่อง 'โซห์ราน มัมดานี' ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตี ที่ไม่เพียงแค่ทำให้เขากลายเป็นนายกเทศมนตรีชาวมุสลิมและชาวเอเชียใต้คนแรกของเมืองนี้ แต่ยังสะท้อนการที่พรรคเดโมแครตสร้างพันธมิตรทางการเมืองระหว่างเสรีนิยมกับฝ่ายซ้ายรวมถึงมัดใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้สำเร็จ
![]()
โซห์ราน มัมดานี (Zohran Mamdani) ผู้ชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตีได้เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา | ภาพจาก: Wikimedia/Bingjiefu He (CC BY-SA 4.0)
โซห์ราน มัมดานี ชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตีได้เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา โดยสามารถโค่นอดีตนายกเทศมตรีผู้มีชื่อเสียงเสื่อมเสียอย่าง แอนดรูว คูโอโม ลงได้ ทำให้เขากลายเป็นนายกเทศมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ของนครนิวยอร์กที่เป็นชาวมุสลิมและเป็นชาวเอเชียใต้
แอสตีด เฮิร์นดอน จากสื่อ Vox และนิวยอร์กไทม์ ผู้ที่รายงานข่าวในคืนการเลือกตั้งที่นครนิวยอร์ก บอกว่าชัยชนะของมัมดานีนั้นมีความหมายในระดับประเทศต่อพรรคเดโมแครต
เฮิร์นดอน บอกว่าชัยชนะของมัมดานีนั้นสะท้อนให้เห็นถึงการที่เดโมแครตได้ขยายกลยุทธ์แบบสายก้าวหน้าที่ เบอร์นี แซนเดอร์ส เคยวางแผนไว้ให้ในสมัยของการเลือกตั้งประธานาธิบดี มันถือเป็นการที่มัมดานีปูหนทางสู่ความสำเร็จด้วยการสร้างแนวร่วมทางการเมืองระหว่างผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตทั้งฝ่ายซ้ายกับฝ่ายเสรีนิยม เป็นแนวทางที่เน้นขยายแนวร่วมไปไกลกว่าอุดมการณ์เดิม เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้
เฮิร์นดอน พูดย้อนไปถึงกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 ที่เดโมแครตพ่ายแพ้ เขามองว่าสาเหตุที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะคะแนนเสียงในครั้งนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในพื้นที่ๆ เคยเป็นสายสนับสนุนเดโมแครตอย่างนิวยอร์กและชิคาโก ต่างก็มีคนออกไปเลือกตั้งน้อย เป็นปัญหาการสร้างแบรนด์ของพรรคเดโมแครตที่ทำให้คนในเมืองเหล่านี้มองว่าการบริหารงานของพรรคเดโมแครตไม่ได้ส่งผลลัพธ์อะไรต่อพวกเขา ไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กระทบต่อชีวิตของพวกเขา เช่น การเรื่องขนส่งสาธารณะ หรือ คนเช่าอาศัยที่พักอาศัยที่เผชิญค่าเช่าแพงๆ การที่พรรคเดโมแครตพยายามเข้าถึงการแก้ไขปัญหาในประเด็นเหล่านี้จะจะช่วยให้พรรคได้รับความนิยมได้มากกว่า
อีกเรื่องหนึ่งที่เฮิร์นดอนตั้งข้อสังเกตคือการที่ มัมดานี ไม่ใช่คนที่สร้างชื่อเสียงในพื้นที่ดั้งเดิม แต่คือคนที่ใช้สื่อใหม่อย่างสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดียในการเข้าไปถกเถียงและสร้างพลังขับเคลื่อนได้อย่างชำนาญ
ในแง่อุดมการณ์แล้ว มัมดานี แสดงตัวว่าเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย แล้วก็พูดถึงปัญหาเรื่องค่าเช่าที่พักอาศัยซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้คนกังวลมาก ขณะเดียวกันก็ใช้ภาษาแบบนักสังคมนิยมประชาธิปไตยที่สื่อถึงเรื่องชนชั้น เขาเป็นคนที่แสดงออกสนับสนุนชาวปาเลสไตน์มาตั้งแต่สมัยไฮสคูล แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลซึ่งกลายเป้นเสมือนบททดสอบทางศีลธรรมในสายตาของฝ่ายซ้าย-เสรีนิยมในสหรัฐฯ
เฮิร์นดอน บอกว่าสิ่งที่ทำให้มัมดานีโดดเด่นเป็นพิเศษคือการเป็นคนกล้าพูดออกปากทำให้ผู้คนเชื่อถือ อีกทั้งยังเป็นคนที่ทำแคมเปญหาเสียงในแบบที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ได้ มีภาพลักษณ์บางมุมที่ข้ามพ้นทั้งความเป็นฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา เขากลายเป็นคนที่ต่างจากนักการเมืองสมัยก่อน
เฮิร์นดอน ยังมองว่า การปลุกปั่นความเกลียดกลัวอิสลามโดยนักการเมืองอนุรักษ์นิยมแบบคูโอโม กลับกลายเป็นสิ่งที่หันไปทำร้ายพวกเขาเอง เฮิร์นดอน มองว่าบางคนออกมาเลือกตั้งเพราะไม่ชอบวิธีการของคูโอโมด้วยซ้ำ "ในความเป็นของผมแล้ว (คูโอโม)ทำแคมเปญหาเสียงที่ดูถูกชาวนิวยอร์ก ดูถูกนครนิวยอร์ก โดยไม่ได้อยู่บนฐานในด้านที่ดีของเมือง แต่อาศัยความกลัวจากทั้งตัวผู้แทนและจากสถานที่ กับเรื่องศาสนาและอัตลักษณ์ตัวตนของเขา"
มัมดานีได้ให้สัญญาไว้ในการหาเสียงเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตด้านต่างๆ ของผู้คน โดยบอกว่าจะให้มีรถประจำทางฟรี, มีสถานรับเลี้ยงเด็กฟรี และ มีการออกมาตรการห้ามขึ้นค่าเช่าที่ ซึ่งเฮิร์นดอน มองว่านี่คือศึกหนักสำหรับมัมดานี ถ้าเขาจะทำให้มันเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากประชาชนแค่ออกมาโหวตอย่างเดียวแล้วก็กลับบ้านไปโดยไม่ช่วยกันผลักดัน
เฮิร์นดอน ชี้ว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดที่มัมดานีต้องเผชิญคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งในตอนนี้ยังคงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาอาจจะ "สร้างความเสียหายให้กับนครนิวยอร์กได้" ถ้าหากเขาเลือกที่จะทำเช่นนั้น ฉะนั้นแล้วอุปสรรคของมัมดานีไม่ใช่ความสามารถของเขาเอง แต่คือสภาพแวดล้อมทางการเมืองสหรัฐฯ ที่อาจจะส่งผลต่อเขา
เรียบเรียงจาก
Why Zohran Mamdani’s victory will resonate beyond New York City, Vox, 05-11-2025
