'ธารา บัวคำศรี' อดีตผู้อำนวยการกรีนพีซประเทศไทย โพสต์โซเชียลระบุประเทศไทยไม่ควรเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ SMR ที่แม่เมาะ ชี้ไทยมีทางเลือกที่สะอาดกว่า ถูกกว่า และทำได้เร็วกว่า พร้อมให้ดำเนินการทันทีทั้งโซลาร์ พลังลม แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ ซึ่งสามารถทดแทนถ่านหินแม่เมาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 'ธารา บัวคำศรี' อดีตผู้อำนวยการกรีนพีซประเทศไทย โพสต์โซเชียล แถลงการณ์ : ประเทศไทยไม่ควรเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ SMR ที่แม่เมาะ ระบุว่า ข้อเสนอของ กฟผ. ที่ต้องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่แม่เมาะภายในปี 2580 ถือเป็นแผนการที่มีความเสี่ยงสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย NDC 3.0 แต่อย่างใด
การประเมินอิสระรวมถึงข้อมูลจาก BloombergNEF ชี้ชัดว่า SMR มีต้นทุนแพงกว่าโซลาร์ถึง 6–10 เท่า และแพงกว่าโซลาร์ร่วมกับแบตเตอรี่หลายเท่าตัว ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วนภายในปี พ.ศ.2573 และ 2578 โรงไฟฟ้าที่อาจเดินเครื่องได้หลังปี พ.ศ.2580 จะมาช้าเกินไป แพงเกินไป และไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านสภาพภูมิอากาศที่เราต้องการในทศวรรษนี้ได้
ตลอดกว่า 40 ปีที่ผ่านมา แม่เมาะต้องรับภาระจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง การนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์เข้ามาในพื้นที่ที่เคยเผชิญปัญหามลพิษ ดินทรุด และความเสี่ยงอุตสาหกรรมซ้ำซาก ถือเป็นการซ้ำเติมภาระของชุมชนด้วยความเสี่ยงใหม่ ทั้งด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์ การจัดการกากกัมมันตรังสี และข้อจำกัดการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมต้องฟื้นฟูพื้นที่ ลดภาระเดิม และสร้างทางเลือกให้กับคนในชุมชน หาใช่การทดลองทางเทคโนโลยีใหม่มาวางไว้บนบาดแผลเดิมของแม่เมาะ
ประเทศไทยมีทางเลือกที่สะอาดกว่า ถูกกว่า และทำได้เร็วกว่า พร้อมให้ดำเนินการทันทีทั้งโซลาร์ พลังลม แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ ซึ่งสามารถทดแทนถ่านหินแม่เมาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้า และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ดีกว่า เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ คุ้มครองผู้บริโภค และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมต่อชุมชนท้องถิ่น โครงการ SMR ที่แม่เมาะจึงไม่ควรเดินหน้าต่อไป
