“จดหมายจากไผ่” ระบุ ถูกตัดสิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดในวันที่ 27 พ.ย. นี้ คาดว่าสาเหตุมาจากการประท้วงผู้คุมในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ไม่ย้ายแดนเมื่อกักโรคครบ 5 วัน โดยให้ไผ่อยู่ในห้องกังโรคนานกว่าผู้ต้องขังรายอื่น ในการประท้วงผู้คุมไผ่ได้ใช้กาแฟผสมน้ำเขียนใส่ผนังห้องกักตัว ด้วยข้อเรียกร้องของการต่อสู้เมื่อปี 63 “ปฏิรูปสถาบัน Reform the Monarchy” ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ไผ่และครูใหญ่ อรรถพล 2 ผู้ต้องขังคดี ม.112 ได้ถูกย้ายจากเรือนจำภูเขียวมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
19 พ.ย. 2568 เฟซบุ๊กของไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา นักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้า วัย 34 ปี ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ด้วยผลของคดี ม.112 ได้โพสต์ “จดหมายจากไผ่” ระบุว่า ไผ่ถูกตัดสิทธิเยี่ยมญาติใกล้ชิดในวันที่ 27 พ.ย. นี้ คาดว่าสาเหตุมาจากการประท้วงผู้คุมในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ที่ให้ไผ่อยู่ในห้องกังโรคนานกว่าผู้ต้องขังรายอื่น
จดหมายจากไผ่
ผมใช้กาแฟผสมน้ำ ปั้นแล้วเขียนใส่ผนัง เพื่อประท้วงการกักขังโรคที่นานจนเกินไป เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2568 ที่ผ่านมา ผมและครูใหญ่ย้ายจากเรือนจำภูเขียวมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และได้เข้าไปกักตัวห้อง 13 แดน 2 ซึ่งโดยปกติเราจะต้องถูกกักโรค 5 วันแล้วจึงจะได้จำแนกลงมาใช้ชีวิตข้างล่าง แต่เมื่อครบ 5 วันตามกำหนดเพื่อนผู้ต้องขังในห้องอื่นๆถูกจำแนกตัวไปยังแดนต่างๆ แล้ว ผมยังต้องกักโรคอยู่ เหมือนถูกกลั่นแกล้งจากผู้คุม ผมจึงประท้วงโดยใช้ข้อเรียกร้องของการต่อสู้เมื่อปี 63 “ปฏิรูปสถาบัน Reform the Monarchy” มาเขียนบนผนัง
วันต่อมา นายนิภัทรชล หินสุข ได้ให้ผู้ช่วยงานเรือนจำมาใส่กุญแจมือไขว้หลัง ให้มาประกบผมซ้ายขวา แล้วพาผมลงไปสอบถามที่หน้าแดน 2 ในช่วงบ่ายมีเจ้าหน้าที่ ชื่อนายสันติ ป้องนพ ขึ้นมาที่ห้องกักโรคที่ผมอยู่ เพื่อถ่ายรูปและยังขู่ว่า จะไม่ให้ไปอยู่กับอานนท์และเพื่อนคู่คดีที่แดน 4 จะให้ไปอยู่ที่แดน 8
วันพุธที่ 1 ตุลาคม 68 คณะกรรมการจำแนกได้ให้ผมกับครูใหญ่ไปอยู่แดน 8 ตามที่นายสันติได้ขู่ไว้จริง หลังจากนั้นก็มีคณะกรรมการตรวจสอบวินัยมาสอบถามข้อเท็จจริงจากผม และเรื่องราวก็เงียบไป
จนกระทั่งได้ทราบจากญาติว่าการจองเยี่ยมญาติใกล้ชิด ในวันที่ 27 พ.ย. ช่วงบ่ายของผมถูกตัดสิทธิ์ โดยที่ผมไม่ได้รับแจ้งผลของคณะกรรมการสอบวินัยด้วยซ้ำ
“ผมโดนตัดสิทธิ์ที่จะได้พบปะญาติพี่น้องในวันเยี่ยมญาติใกล้ชิด”
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 ไผ่ และครูใหญ่ - อรรถพล บัวพัฒน์ 2 นักกิจกรรมภาคอีสาน ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาจำคุกในคดีมาตรา 112 จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ตำรวจ สภ.ภูเขียว ขอโทษ กรณีไปคุกคามนักเรียนที่บ้าน
ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ศาลจังหวัดภูเขียวอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 โดยศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 จำคุกคนละ 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 จตุภัทร์กึ่งหนึ่ง เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก และได้กระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษ เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 12 เดือน จำเลยที่ 2 อรรถพล มีกำหนด 2 ปี ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษา ไผ่และครูใหญ่ได้ยื่นขอประกันตัวรวม 3 ครั้งแล้ว แต่ศาลฎีกาไม่อนุญาต โดยอ้างเหตุว่า “หากปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 อาจจะหลบหนี”
