Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สงขลายังน่าห่วง น้ำท่วมทั้ง 16 อำเภอ กระทบชาวบ้านกว่า 6.9 แสนคน จังหวัดผนึกกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง - จ.ยะลา ยังถือว่าวิกฤตโดยเฉพาะในย่านตัวเมืองย่านเศรษฐกิจ น้ำท่วมขังสูงรถไม่สามารถสัญจรได้ ‘น้ำ-ไฟ’ใช้การไม่ได้

25 พฤศจิกายน 2568 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานสถานการณ์อุทกภัย วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ เวลา 24.00 น. จังหวัดสงขลายังคงเผชิญภาวะฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลร่องมรสุมและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่มีกำลังแรง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในวงกว้างทุกอำเภอของจังหวัด จากการสำรวจพบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 115 ตำบล ครอบคลุม 16 อำเภอ 823 หมู่บ้าน 200 ชุมชน 270,906 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 697,231 คน ต้องอพยพ 1,228 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย สถานการณ์หนักที่สุดอยู่ในอำเภอหาดใหญ่ สะเดา รัตภูมิ จะนะ และนาหม่อม โดยหลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูงและเพิ่มระดับต่อเนื่องจากการล้นตลิ่งของคลองอู่ตะเภา ซึ่งส่งผลให้มวลน้ำไหลเข้าท่วมอำเภอสะเดา คลองหอยโข่ง และขยายเข้าสู่เขตเมืองหาดใหญ่เป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่สถานการณ์ยังวิกฤติ ประชาชนอพยพแล้วกว่า 2,050 คน พบผลกระทบสูงสุด 104,917 ครัวเรือน 243,778 คน

จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 3 แห่งหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รองรับ 5,000 คน (เข้าพักแล้ว 1,500 คน) , มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา รองรับ 2,000 คน (เข้าพักแล้ว 50 คน) และโรงเรียนเทศบาล 4 คลองเรียน รองรับ 500 คน (เข้าพักเต็มแล้ว) รวมมีผู้อพยพแล้ว 2,050 คน โดยจังหวัดได้ผนึกกำลังหน่วยงานทุกฝ่ายได้สนับสนุนกำลังช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่ประสบภัย ทั้งเครื่องสูบน้ำ 86 เครื่อง, เรือท้องแบน พร้อมเครื่องยนต์ 44 ลำ และ เรือยาง 21 ลำ, รถยกสูง 83 คัน, รถบรรทุกขนาดใหญ่ 74 คัน, รถครัวสนาม 6 คัน และรถประกอบอาหาร 1 คัน เฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ปภ. อปท. มูลนิธิกู้ภัย และจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการอพยพ การจราจร การเคลื่อนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมถึงการแจกจ่ายถุงยังชีพและอาหาร

โฆษณา - Advertising

ส่วนแนวโน้มสถานการณ์ ในช่วงวันที่ 24–25 พฤศจิกายน 2568 พื้นที่จังหวัดสงขลายังมีฝนตกหนักหลายแห่ง และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 26–29 พฤศจิกายน 2568 มรสุมจะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วม จ.ยะลา ยังถือว่าวิกฤต โดยเฉพาะในย่านตัวเมืองย่านเศรษฐกิจ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดยะลายังคงน่าเป็นห่วง หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา  24 พ.ย. 68  ส่งผลให้มวลน้ำไหลเชี่ยวและเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณตลาดใหม่ยะลา ทำให้ถนนขาเข้าเมือง บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัสและบิ๊กซี ไม่สามารถสัญจรได้ ย่านการค้า ถนนพิพิธภักดี ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมสู่ตลาดเก่าและย่านการค้ายังคงมีน้ำท่วมขังในระดับสูง บ้านเรือนและร้านค้าเร่งเสริมกระสอบทรายป้องกันความเสียหาย ขณะที่ระดับน้ำท่วมถึงเกือบหน้าห้างโคลีเซี่ยม

ขณะที่ ประชาชนในพื้นที่ตลาดเก่าต้องเดินลุยน้ำเกือบ 1 กิโลเมตรเพื่อหาจุดชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์ หลังถูกตัดกระแสไฟฟ้าและน้ำประปาไม่สามารถใช้งานได้

ชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้รุนแรงกว่าปีที่แล้ว โดยระดับน้ำเพิ่มสูงจากครึ่งเข่าเป็นระดับเอว แม้จะมีการเตรียมพร้อมเก็บของขึ้นที่สูงไว้ก่อนหน้า แต่ก็ไม่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้โดยระบุว่า เมื่อเช้าวันที่ 25 พ.ย. 68 ระดับน้ำลดลงจากเมื่อวาน (24 พ.ย. 68) เพียงประมาณหนึ่งคืบ หากไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกสถานการณ์อาจจะคลี่คลาย

พร้อมทั้งฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ชะลอความเร็วและหลีกเลี่ยงการขับรถเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วมโดยไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อบ้านเรือนและร้านค้าที่ประสบภัย

ทางด้าน เขื่อนบางลางยังคงงดระบายน้ำในช่องทางปกติ และไม่มีการเปิดสปิลเวย์  โดยมีรายงานสถานการณ์น้ำของเขื่อนบางลางประจำวันที่ 25 พ.ย. 68 ว่า ปริมาณน้ำในอ่างกักเก็บอยู่ที่ 749.97 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 51.4% ของความจุ ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 706.39 ล้านลูกบาศก์เมตร (48.6%)

ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising