หลังการสลายการชุมนุมวันที่ 7 ต.ค. 2551 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ ‘คนเสื้อเหลือง’ ได้ออกแถลงประณามรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และชุมนุมขับไล่รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างการชุมนุมได้เกิดเหตุความรุนแรงเป็นระยะต่อผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำพันธมิตรฯ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. - 23 พ.ย. 2551 มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นรวม 11 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก รวมทั้งเหตุสลายการชุมนุมและการปะทะกันระหว่างมวลชน
กระทั่ง 24 พ.ย. 2551 พลตรี จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง โดยเรียกว่า ‘ปฏิบัติการม้วนเดียวจบ’ ผ่านการนัดหมายมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเคลื่อนขบวนไปตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ยังไม่ประกาศจุดหมายว่าจะไปที่ใด เหมือนยุทธศาสตร์ดาวกระจายที่เคยทำมาก่อนหน้านี้
แต่ปรากฏว่ามีผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองและเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นเป็นที่ทำการชั่วคราวของรัฐบาล เพื่อไม่ให้คณะรัฐมนตรีสมชายใช้สถานที่เป็นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
จากนั้น 25 พ.ย. 2551 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เคลื่อนขบวนไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ และใช้ทั้งสองสนามบินเป็นที่ปักหลักชุมนุม เพื่อกดดันให้สมชายลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. 2551 และมีผู้โดยสารตกค้างรวมประมาณ 3,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การชุมนุมดำเนินเรื่อยมา กระทั่ง 2 ธ.ค. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย จากกรณีทุจริตเลือกตั้ง ส่งผลให้สมชายพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
3 ธ.ค. 2551 แกนนำพันธมิตรฯ จึงประการศยุติการชุมนุม โดยสามารถรวมระยะเวลาการชุมนุมปิดสนามบินทั้งสิ้น 10 วัน
จากนั้น 17 ธ.ค. 2551 ได้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่เคยสนับสนุนพรรคพลังประชาชนได้หันมาร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับคะแนนเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฏร ได้เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินความเสียหายต่อเศรษฐกิจจากการปิดสนามบิน 2 แห่ง ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นว่า มีความเสียหายสูงกว่า 2 แสนล้านบาท
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานเมื่อปี 2552 วิเคราะห์ผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจท่องเที่ยว รวมความเสียหาย 2.9 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นภาคบริการ 1.2 แสนล้านบาท ภาคขนส่ง 9 พันล้านบาท และภาคอุตสาหกรรม 6 พันล้านบาท
หลังจากนั้น แกนนำพันธมิตรฯ และผู้ชุมนุมบางส่วน ได้ถูกฟ้องร้องในคดีชุมนุมปิดล้อมสนามบินดอนเมือง ในความผิดฐานร่วมกันชุมนุมปลุกปั่นยุยงก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ โดยแบ่งจำเลยเป็น 2 ชุด ดังนี้
17 ม.ค. 2567 ชุดแรก ถูกศาลพิพากษาให้แกนนำ คือ สนธิ ลิ้มทองกุล จ่ายค่าปรับ 20,000 บาท ส่วนจำเลยที่เหลือ เช่น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายพิภพ ธงไชย, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และคนอื่น ๆ ศาลยกฟ้องทั้งหมด
29 มี.ค. 2567 ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 67 คน โดย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กล่าวว่า ศาลพิจารณาโดยเห็นว่าพวกจำเลย มาชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ คือ ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ฐานชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ มาตรา 116 และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง และข่มขืนใจผู้อื่น จึงมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมดทุกข้อหา
อ้างอิง
- การเมืองไทยร่วมสมัย พ.ศ. 2540-2563 : พัฒนาการทางการเมือง ความขัดแย้ง และประชาธิปไตย (เจริญพานิช, 2566)
- พันธมิตรกู้ชาติ บทพิสูจน์ความกล้า เสียสละ อหิงสา. กรุงเทพฯ: ผู้จัดการ 360, 2552. 420 หน้า
- ศาลยกฟ้อง พธม.เซตผู้ชุมนุม 67 คน ทุกข้อหา คดีปิดสนามบิน ปี 51 ถือเป็นชุมนุมโดยสงบไม่มีอาวุธ | ประชาไท
หมายเหตุ - ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปริญญานิพนธ์วารสารสนเทศและสื่อใหม่ (Senior Project) ของนิสิตภาควิชาวารสารสนเทศ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2567 โดยมีผู้จัดทำคือ โยษิตา สินบัว
