Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อนุทิน' ยอมรับรัฐบาลบกพร่อง ย้ำขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องให้ประชาชนปลอดภัยได้ มองต้องแก้กฎหมายยกระดับการเตือนภัย เผยเตรียมขนทีมเศรษฐกิจ-ผู้บริหารสถาบันการเงิน ลงพื้นที่หาดใหญ่พรุ่งนี้ - ระบุเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น หลังในหลวงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.68) ช่วงบ่าย จะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอีกครั้ง โดยจะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์, นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ., นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และรักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมคณะลงพื้นที่เพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์จริงทั้งหมด และจะได้เตรียมการเรื่องของให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องลงพื้นที่ไปเห็นหน้างานด้วยตัวเองจะได้เห็นภาพ และนำกลับมาทำงานได้ด้วยความเข้าใจ และรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ

ส่วนที่เรียกนายเอกนิติ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็เป็นการสรุป และสิ่งที่ต้องช่วยเหลืออย่างโดยด่วน หลังจากลงพื้นที่มา ได้มอบภารกิจให้กับรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ก็จะเร่งให้กระทรวงมหาดไทย นำรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเยียวยา หลังรัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชน

ส่วนที่มีข่าวว่า ยอดการเยียวยาอาจจะทะลุไปถึง 30,000 บาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยียวยามีหลายอย่าง ตอนนี้ตรงไหนที่ใช้เยียวยาได้ก็เอาออกมาใช้ให้หมด อย่างเช่นงบฯ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ครัวเรือนละ 9,000 บาท ก็จะดำเนินการทันที และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ตามความเสียหายจริงครัวเรือนละไม่เกิน 45,000 บาท ซึ่งตนจะระดมคนลงพื้นที่ไปเร่งสำรวจ โดยหากคนส่วนกลางไม่พอ ก็จะระดมคนจากส่วนภูมิภาคลงไปช่วยเหลือด้วย

นายอนุทิน กล่างอีกว่า นอกจากนี้จะมีการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นตัว รายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ในระยะเวลา 6 เดือน และอีกก้อนหนึ่งคือ สินเชื่อเพื่อนำไปซ่อมแซมทรัพย์สิน ครัวเรือนละ 100,000 บาทเช่นกัน และระยะเวลา 1 ปี ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตอบรับมาแล้วว่า สถาบันการเงินมีแหล่งเงินเพียงพอในการให้สินเชื่อ ซึ่งส่วนนี้ก็จะเป็นธนาคารของรัฐ ที่รับนโยบายอยู่แล้ว รวมไปถึงการพักหนี้ พักดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามนายเอกนิติ และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังหารือ เพื่อขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไปบังคับเขาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ

ส่วนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ก็จะมีการจัดให้มีสินค้าราคาทุน หรือต่ำกว่าทุน จัดเป็นมหกรรม หรือศูนย์กลางเพื่อจำหน่ายสินค้า ให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่า ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ และผู้ผลิตบางคน ให้สินค้าราคาทุน และยังแถมสินค้ามาเพิ่มให้ด้วย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำอีกว่า เมื่อวานนี้ระหว่างลงพื้นที่ พบเจอใครก็บอกขอโทษ ที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลปกป้อง ให้พวกเขามีความปลอดภัยได้

เมื่อถามว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้วได้มีการสรุปถึงสาเหตุปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ อ.หาดใหญ่วิกฤติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มองไปข้างหน้า เรื่องที่มาของปัญหาอย่างไร รัฐบาลก็มีความบกพร่อง ตนก็ยอมรับไม่ว่า จะมาจากที่ไหนก็แล้วแต่ เมื่อมีคนเสียชีวิต มีคนสูญเสีย มีคนบาดเจ็บอยู่บ้านไม่ได้ มันก็นายกฯ ทั้งนั้น ความผิดนายกฯ ทั้งนั้น นี่คือเหตุผลที่ต้องลงไปประจำ ต้องใช้องคาพยพ ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มเทลงไปในจุดแห่งปัญหานี้ และเร่งแก้ปัญหาพลิกฟื้นให้เร็วที่สุด

เมื่อถามย้ำว่า มีความจำเป็นต้องหาถึงต้นตอ จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต นายอนุทิน กล่าวว่า ต้นตอมีหลายอย่าง เรื่องของการเตือนภัยจะต้องมีการยกระดับว่า เตือนภัย เตือนปุ๊บต้องออกจากบ้านปั๊บ ซึ่งต้องมาแก้กฎหมายอีก เมื่อสักครู่นั่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ว่า เตือนใครจะออกก็ออก ต้องมีการซ้อมการหนีภัย ซึ่งได้สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเราทราบจุดที่เสี่ยงเกิดภัยอยู่แล้ว ต้องดำเนินการ และเรื่องของสภาพภูมิประเทศ จ. สงขลาคือ แอ่งกระทะจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมืองหาดใหญ่คือ กระทะ ทุกอย่างก็ไหลลงมากองอยู่ก้นกระทะ ตอนนี้ต้องไปนั่งแก้ไข ถนนเป็นอุปสรรคหรือไม่ ถ้าถนนเป็นอุปสรรคจะทำอย่างไร เพื่อให้ส่วนแนวถนนเป็นที่ระบายน้ำ ก็ต้องมาดูรายละเอียดเยอะ พอระบายไปที่ทะเลสาบสงขลา เกิดมีช่วงหนึ่งน้ำทะเลหนุนมากกว่าช่องรูถนน จะทำให้น้ำกลับไหลเข้าเมืองอีกหรือไม่ ตรงนี้กรมทางหลวงต้องดูอย่างละเอียด ทางเลี่ยงเมืองต้องคิดแล้วว่า จะเลี่ยงอย่างไร ทำให้เป็นคันกั้นน้ำ เอาไว้รายละเอียดค่อยว่ากัน

ระบุเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น หลังในหลวงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

นายอนุทินกล่าวถึงกรณี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ว่าถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งตนได้รับการเชิญพระราชกระแสจาก พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านได้อัญเชิญพระราชกระแสมาให้เร่งดำเนินการตามนี้ ด้วยพระองค์ท่านพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 100 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งมีความหมายมาก เพราะทางโรงพยาบาลจะได้นำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ที่เสียหายไปจากเหตุน้ำท่วม และนำไปพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อมาดูแลผู้ป่วย ซึ่งตนได้นำเรื่องขอนำผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ รีบไปรับพระราชทานพระราชทรัพย์ ซึ่งได้ทำเรื่องกราบบังคมทูลขึ้นไปทันที และทั้งสองพระองค์ทรงรับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เรื่องของการจัดการศพต่างๆ ก็จะทรงรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนของผู้เสียชีวิตเอง ทางรัฐบาลจะเร่งดำเนินการออกใบมรณบัตร และเร่งคืนร่างให้กับญาติ เพื่อไปทำพิธีทางศาสนา และเร่งจ่ายค่าปลงศพรายละ 2 ล้านบาท โดยทันที

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พระองค์ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานกำลังใจให้กับบุคลากรทุกเหล่าที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทั้งหลาย และยังทรงพระราชทานโดรนให้กับเหล่าทัพทั้งหมด เพื่อมาใช้ในการบริหารสถานการณ์ผู้ประสบภัย ซึ่งตนคิดว่าเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแล้ว ที่เหลือรัฐบาลจะต้องไปสืบสานต่อยอดทุกอย่างให้สมกับที่เราได้รับพระราชทานคำแนะนำต่างๆ มา

ในหลวง ทรงห่วงน้ำท่วมภาคใต้ พระราชทาน 100 ล้าน ฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ พร้อมพระราชทานโดรนช่วยค้นหา แจกจ่ายอาหาร ทรงรับศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงว่า ได้รับหนังสือจากสำนักพระราชวัง หนังสือพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระราชกระแสดังนี้

1. ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

2. พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว

3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ทดแทนที่เสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินดังกล่าว

4. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับค้นหา และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับขนส่งอาหารแก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และบรรเทาสาธารณภัยแก่ราษฎร นำมาซึ่งความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พสกนิกรชาวไทยและ รัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง


ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2] | เว็บไซต์รัฐบาลไทย


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง