หลังจากที่มีสื่อตีข่าวว่ารัสเซียกำลังเกิด "วิกฤตน้ำมัน" ในระดับประเทศ แต่ก็มีการสำรวจพบว่าความจริงไม่ได้เป็นอย่างที่สื่อพูดถึง เพราะถึงแม้จะเกิดปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงจริง แต่ก็เกิดขึ้นแค่เฉพาะในบางพื้นที่ และเกิดขึ้นชั่วคราวเฉพาะฤดูท่องเที่ยว โดยพื้นที่ๆ เกิดปัญหามากที่สุดคือไครเมียและเซวาสโตปอล แต่ก็มาจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ได้มาจากสงครามหรือความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน
ก่อนหน้านี้เคยมีสื่อต่างๆ นำเสนอว่าเกิด "วิกฤตน้ำมันในรัสเซีย" ช่วงตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา แต่ก็มีข้อสงสัยว่าสิ่งที่สื่อเหล่านั้นกล่าวอ้างเป็นเรื่องจริงมากแค่ไหน รัสเซียกำลังเกิดวิกฤตเชื้อเพลิงในระดับประเทศจริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้วเป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในเฉพาะพื้นที่ เป็นปัญหาความติดขัดชั่วคราวที่ถูกสื่อเอาไปนำเสนอแบบใส่สีตีไข่เกินจริงจนถูกเข้าใจว่าเป็นวิกฤตระดับประเทศ
เพื่อหาคำตอบนี้ ทีมวิจัย CASE ได้ทำการสำรวจผ่านทางโทรศัพท์ เป็นการสอบถามกลุ่มตัวอย่างชาวรัสเซียผู้ใช้รถ 1,158 ราย จากทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ยึดครองไครเมียและเซวาสโตปอล คำถามมีอยู่ว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาได้เผชิญกับปัญหาการขาดแคลนหรือความติดขัดในการเข้าถึงน้ำมันหรือไม่ เช่น พบว่าปั้มน้ำมันไม่มีเชื้อเพลิงขาย หรือต้องต่อคิวเป็นเวลานานถึงจะได้ใช้ปั้มน้ำมัน หรือถูกจำกัดปริมาณการซื้อน้ำมันหรือไม่
มีข้อสังเกตว่าช่วงเวลาที่ผู้ทำการสำรวจตั้งคำถามนั้น ตรงวันหยุดยาวพอดี ทำให้ชาวรัสเซียจำนวนมากเดินทางมากกว่าช่วงอื่นๆ และโดยมากก็เดินทางไปยังพื้นที่ๆ ได้รับรายงานว่ามีปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง ทำให้มองได้ว่า การที่รถจำนวนมากเดินทางไปยังพื้นที่ที่ว่านี้พร้อมกัน จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันได้เช่นกัน อีกทั้งมีกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากในพื้นที่ๆ ไม่ได้รับผลกระทบก็บอกว่ามีปัญหาขาดแคลนน้ำมันในช่วงวันหยุดยาวเช่นกัน
ผลการสำรวจระบุว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 24 บอกว่าในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมา พวกเขาพบเจอปัญหาไม่สามารถหาน้ำมันประเภทที่ต้องการเติมได้ที่ปั้มน้ำมัน มีอยู่ร้อยละ 11 บอกว่าพวกเขาเจอปัญหาแบบนี้ครั้งสองครั้ง มีอยู่ร้อยละ 7 บอกว่าพวกเขาเจอปัญหาแบบนี้ 3-5 ครั้ง และมีอยู่ร้อยละ 6 บอกว่าพวกเขาเจอปัญหาแบบนี้มากกว่า 5 ครั้ง
แต่ก็มีแค่ร้อยละ 10 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่บอกว่าพวกเขาเผชิญปัญหาเกี่ยวกับเชื้อเพลิงในระดับขาดแคลน มีอยู่ร้อยละ 2.4 เท่านั้นที่บอกว่าพวกเขาหาเติมน้ำมันไม่ได้เลยในวันเดียวกัน แต่กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะบอกว่าพวกเขาสามารถยังคงหาเติมน้ำมันได้ในปั้มน้ำมันอื่นที่ใกล้เคียงกัน
สำหรับเรื่องการต้องรอคิวนานนั้น มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 18 บอกว่าพวกเขาต้องรอคิวนานอย่างผิดปกติเพื่อเข้าไปเติมน้ำมัน แต่ก็มีกลุ่มตัวอย่างเกือบครึ่งหนึ่งที่บอกว่าพวกเขาต้องรอไม่ถึง 20 นาที ก็สามารถเข้าไปเติมน้ำมันได้ ซึ่งเป็นสภาพการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในระดับวิกฤตมากเท่าที่สื่อนำเสนอ
นอกจากนี้แล้วมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 6 เท่านั้นที่เคยถูกจำกัดปริมาณการเติมน้ำมัน และน้อยกว่าร้อยละ 1 ที่เคยเจอกับเรื่องแบบนี้มามากกว่า 5 ครั้ง
การสำรวจพบว่าภูมิภาคส่วนใหญ่ของรัสเซียไม่ได้ประสบปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงเลยแม้แต่น้อย แต่เกิดขึ้นแค่ในพื้นที่ๆ มีปั้มน้ำมันขนาดเล็กและกำลังขาดแคลนทุนทรัพย์เท่านั้น ซึ่งบางส่วนก็ปิดตัวลงไม่นานหลังจากนั้น
พื้นที่ๆ เกิดปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างแท้จริงคือพื้นที่ที่รัสเซียเคยยึดจากยูเครนและผนวกรวมเป็นดินแดนของตนคือไครเมียและเซวาสโตปอล มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 70 จากพื้นที่นี้บอกว่าพวกเขาประสบภาวะปั้มน้ำมันไม่มีน้ำมันเหลือ มีร้อยละ 26 ที่เผชิญกับความขาดแคลนมากกว่า 5 ครั้ง และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถหาน้ำมันจากที่อื่นได้เลยในวันเดียวกัน มีอยู่ร้อยละ 61 ที่ถูกจำกัดการเติมน้ำมัน และมีร้อยละ 40 ที่เจอคิวยาวตอนรอเติมน้ำมัน
อย่างไรก็ตามคนในพื้นที่ไครเมียบอกว่า ถึงแม้ในพื้นที่ของพวกเขาจะมีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันอยู่จริง แต่ก็เกิดขึ้นเป็นภาวะติดขัดเป็นเวลาไม่นานนัก และกับพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบอีก 13 ภูมิภาคที่สื่อมักจะนำเสนอก็จะเกิดปัญหานี้แค่เฉพาะในช่วงฤดูท่องเที่ยวเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่สื่ออ้างว่าปัญหาขาดแคลนน้ำมันในรัสเซียเกิดจากการที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย แต่ก็ดูเหมือนว่าปัญหาการขาดแคลนจะเป็นเพราะมีผู้ใช้น้ำมันเป็นจำนวนมากในช่วงฤดูการท่องเที่ยวมากกว่า แล้วหลังจากฤดูท่องเที่ยวของรัสเซียจบลง ก็เป็นช่วงที่ประเด็นขาดแคลนน้ำมันหลุดจากวงจรข่าวพอดี หลังจากนั้นน้ำมันกลับมาราคาถูกลงต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์
เรียบเรียงจาก
Did Russia Really Have a Gasoline Crisis? New Data Suggests Otherwise, The Moscow Times, 03-12-2025
