Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในฮ่องกงมีกระแสพูดถึงการดูแลจัดการอาคารเก่าเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เกิดเหตุไฟไหม้เคหะหว่องฝุกคอร์ท ย่านไทโป เมื่อไม่นานนี้ มีการถกเถียงมุ่งไปที่ประเด็นต่างๆ อย่างเช่น แผนการปรับปรุงอาคารตามคำสั่งและการฮั้วประมูล รวมถึงมีการเรียกร้องให้องค์การฟื้นฟูเมืองหรือ URA ต้องทำหน้าที่เป็น "ผู้เฝ้าประตู" คอยคัดกรองผู้รับเหมาซ่อมบำรุงอาคารเก่าให้ดีขึ้น และมีการวางผังเมืองที่คำนึงถึงวิถีชีวิตกับความปลอดภัยของผู้คนด้วย


ดอกไม้ไว้อาลัยเพลิงไหม้เคหะหว่องฝุกคอร์ท ภาพเมื่อ 30 พ.ย. 2568 | ภาพจาก: Cypp0847 (CC BY-SA 4.0)

กรณีไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่เคหะหว่องฝุกคอร์ท ย่านไทโป ของฮ่องกงจุดกระแสให้มีการพูดถึงประเด็นอาคารเก่าในฮ่องกงอีกครั้ง ไม่ว่าจะในการรายงานข่าว, ข้อคิดเห็น หรือ การพูดคุยโต้ตอบในชีวิตประจำวัน ซึ่งมักจะมีการหารือกันถึงเรื่องแผนการปรับปรุงอาคารตามคำสั่ง การฮั้วประมูล และวิธีการปราบปรามการฮั้วประมูล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทางด้านกรมโยธาธิการและผังเมืองของฮ่องกง ได้มีการสั่งให้อาคารทุกแห่งที่กำลังมีการซ่อมบำรุงหรือต่อเติมอาคารครั้งใหญ่อยู่นั้นต้องนำตาข่ายนั่งร้านออก

และเนื่องจากหว่องฝุกคอร์ทมีการพัฒนาภายใต้โครงการเจ้าของที่พักอาศัย HOS ของกรมการเคหะฮ่องกง ทำให้กรมการเคหะฮ่องกงเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องที่ไม่มีการดูแลจัดการที่ดีพอในเรื่องการซ่อมบำรุงอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้กลายเป็นเหยื่อของการฮั้วประมูล

อีกหน่วยงานหนึ่งที่ถูกเพ่งเล็งคือ องค์การฟื้นฟูเมือง หรือ URA โดยที่มีสื่อตรวจสอบพบว่า URA ทำหน้าที่ "ผู้เฝ้าประตู" ได้ไม่ดีพอ ซึ่งผู้เฝ้าประตูที่ว่านี้หมายถึงหน้าที่คัดกรองการประกวดราคาบริษัทที่รับเหมาซ่อมบำรุงอาคาร โดยมีบริษัทที่ไม่ได้มาตรฐานได้รับคะแนนประกวดราคาสูงสุด ทั้งๆ ที่บริษัทดังกล่าวนี้เคยทำการฝ่าฝืนกฎความปลอดภัยในการทำงาน และถูกลงโทษทางวินัยโดยกรมโยธาฯ มาเป็นเวลาหลายครั้ง ทำให้ต่อมาทาง URA ถอนบริษัทเหล่านี้ออกจากการลงทะเบียนประกวดราคา และสัญญาว่าจะปรับปรุงระบบการประกวดราคาที่ชื่อ Smart Tender ให้ดีขึ้น

ในกรณีไฟไหม้หว่องฝุกคอร์ทนั้น ถึงแม้ว่าบริษัทให้คำปรึกษาโครงการและผู้รับเหมาจะถูกสืบสวนในเรื่องนี้ด้วย แต่ก็ไม่มีใครตั้งคำถามว่า URA ร่วมฮั้วกับผู้ให้คำปรึกษาด้านสิ่งปลูกสร้างหรือผู้รับเหมาด้วยหรือไม่

มีอีกคำถามหนึ่งคือ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพราะการปล่อยปละละเลยมากกว่าความผิดพลาด เนื่องจาก URA เป็นองค์การที่ประกอบด้วยผู้ประกอบวิชาชีพด้านสิ่งปลูกสร้างและการก่อสร้าง ทำไมพวกเขาถึงไม่สามารถตรวจพบความผิดพลาดในรายงานการประเมินผู้ประกวดราคาได้

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ได้ทำให้ประเด็นการซ่อมบำรุงอาคารเก่ากลับมาเป็นที่พูดคุยอภิปรายกันในหมู่ชาวฮ่องกงอีกครั้ง อีกทั้งยังทำให้มีคนติดตามสอดส่องเรื่องอาคารสูงที่มาจากโครงการ HOS ด้วย

ในขณะเดียวกันสื่อฮ่องกงฟรีเพรสก็ชวนให้จับตามอง URA ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองและโครงการสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เนื่องจากคณะทำงานของ URA มีประสบการณ์ในเรื่องการออกแบบเมืองและสิ่งก่อสร้าง อีกทั้งยังมีประสบการณ์จากโครงการที่พลิกโฉมฮ่องกงหลายอย่าง เช่น การฟื้นฟูเซนทรัลมาร์เก็ต, การก่อตั้งศูนย์รวมด้านวัฒนธรรม เดอะมิลล์ส, ไปจนถึงการฟื้นฟูและพัฒนาเกาลูนซึ่งเคยเป็นเมืองที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งเสื่อมโทรม

อย่างไรก็ตาม โคลอี ไหล จากสื่อฮ่องกงฟรีเพรสก็เสนอว่าการพัฒนาเมืองของ URA ควรจะคำนึงถึงวิถีชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนควบคู่ไปด้วย โดยควรคำนึงถึงธุรกิจร้านค้าเก่าแก่ในย่านชุมชนเก่า ซึ่งบางจุดก็มีลักษณะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้แฝงฝังอยู่ในโครงสร้างอาคารบ้านเรือน แต่ทว่าที่ผ่านๆ มาการพัฒนาของ URA กลายเป็นการถอนรากธุรกิจและครอบครัวเก่าแก่ที่อยู่ในชุมชน

ไหลมองว่ากรณีไฟไหม้หว่องฝุกคอร์ทนั้นเป็นสัญญาณเตือนว่า การพัฒนาเมืองโดยไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลอาคารและสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกในอนาคต

กรณีไฟไหม้หว่องฝุกคอร์ทเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 161 ราย บาดเจ็บหลายสิบราย


เรียบเรียงจาก
After deadly Tai Po fire, Hong Kong’s urban redevelopment body has no room for complacency, HKFP, 20-12-2025
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง