ลาวประสบวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีคำถามว่าวิกฤตของลาวได้ผ่านพ้นไปหรือยัง หลังจากที่ค่าเงินกีบของลาวเริ่มทรงตัวเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา และอัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ตามลาวก็ยังคงประสบปัญหาหนี้สิน ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาที่มีต้นเหตุจากการกู้เงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าน่าจะมาจากการลงทุนโรงไฟฟ้ามากเกินไป แต่จัดเก็บรายได้ไม่คุ้มทุน

ภาพจาก: Laotian Times
ลาวได้เผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจอย่างกระทันหันตั้งแต่เมื่อปี 2022 ค่าเงินกีบของลาวที่เคยคงตัวมาตลอดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ก็ประสบปัญหาค่าเงินอ่อนอย่างหนักในช่วงปลายปี 2021 ส่งผลต่อการนำเข้าสินค้าสำคัญอย่างอาหารและเชื้อเพลิง ทำให้ราคาสินค้าเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้น ผลที่ตามมาคือภาวะเงินเฟ้ออย่างหนัก โดยในปี 2023 อัตราเงินเฟ้อลาวอยู่ที่ร้อยละ 31 ส่วนในปี 2024 อยู่ที่ร้อยละ 23
ต้นเหตุที่ทำให้ลาวเกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดนี้ มีรากฐานมาจากในช่วงกลางทศวรรษที่ 2010s ตอนนั้นต่างชาติเริ่มพากันให้กู้ยืมเพื่อลงทุนโครงการต่างๆ ที่ลาวมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือโครงการรถไฟเชื่อมเวียงจันทน์กับตอนใต้ของจีนมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน แต่ก็มีการลงทุนจากประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย นอกจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็มีการลงทุนโครงการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผลิตปุ่ยขนาดใหญ่สัญชาติจีน
แน่นอนว่าโครงการเหล่านี้ได้สร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับลาว เช่น การส่งออกไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น เส้นทางรถไฟสายใหม่ที่เชื่อมกับจีนก็ช่วยให้จีนกลายเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของลาว กลายเป็นการสร้างรายได้ส่งออกให้ลาวมากขึ้น แต่การลงทุนจากต่างชาติที่เข้ามาจำนวนมากก็ได้สร้างหนี้สินพอกพูนให้กับลาวในช่วงราวสิบปีที่ผ่านมา
โครงการเหล่านี้อาจจะสร้างอำนาจทางการเงินให้ลาวมากขึ้น แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าลาวต้องได้ผลกำไรตอบแทนเพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ แต่ในกรณีของลาวในตอนนั้น พวกเขาไม่ได้รับรายได้ทางเศรษฐกิจมากพอที่จะให้ความชอบธรรมต่อรายจ่ายอย่างน้อยก็ในช่วงระยะสั้นๆ
รายงานจากสถาบันโลวีระบุว่า สิ่งทีทำให้ลาวเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจริงๆ แล้วนั้นไม่ใช่โครงการทางรถไฟจีนแบบที่สื่อชอบนำเสนอกัน แต่เป็นเพราะการลงทุนมากเกินไปกับโรงไฟฟ้า ซึ่งปริมาณความต้องการไม่มากเท่ากับผลผลิต
ในขณะที่ลาวเน้นลงทุนภาคส่วนพลังงานมากเกินควร รัฐบาลก็เก็บรายได้จากภาคส่วนนี้ได้ไม่มากพอเทียบกับอัตราร้อยละของจีดีพี ทำให้รัฐบาลลาวต้องหันไปกู้ยืมมากยิ่งขึ้นเพื่อนำมาโปะการขาดดุลทางการเงิน กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ ได้ทำการประเมินไว้ว่าลาวมีหนี้สาธารณะพุ่งสูงเป็นร้อยละ 130 ของจีดีพีในปี 2022 เมื่อเทียบกับปี 2010 ที่ลาวมีหนี้เทียบกับจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 49 อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าลาวได้กู้ยืมเจ้าหนี้จากต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 1.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2022 เมื่อเทียบกับปี 2014 ที่เป็นหนี้ต่างชาติอยู่ 150 ล้านดอลลาร์
ในปี 2022 นั้นลาวพยายามจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวกลับคืนมาหลังการระบาดหนักของ COVID-19 โดยที่พวกเขาอาศัยกู้ยืมจากต่างชาติเพื่อนำไปใช้เป็นทุนให้กับโครงการที่ให้ผลลัพธ์ได้ไม่ดีนัก
ภาระหนี้ของลาวในตอนนี้ก็เริ่มทำให้พวกเขาต้องจ่ายแพงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลออัตราเงินเฟ้อในประเทศตัวเอง ซึ่งจะส่งผลต่อเรื่องค่าเงินอย่างแน่นอนอยู่แล้ว แต่จะยิ่งเพิ่มภาระมากขึ้นไปอีกถ้าหากประเทศนั้นๆ ติดหนี้ต่างชาติสูงมาก
เมื่อลาวมีหนี้ต่างชาติสูงมากและไม่มีเงินทุนสำรองมากพอในการเป็นหลังพิงให้กับค่าเงิน มันก็ส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก ค่าเงินอ่อน และมีภาวะเงินเฟ้อสูงมาก
สัญญาณดีเมื่อปลายปี 2025 หรือวิกฤตการเงินลาวจะเริ่มคลี่คลาย
ทางการลาวพยายามปรับสภาพทางการเงินมาเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งเริ่มเห็นความหวังรางๆ เมื่อไม่นานนี้ ค่าเงินกีบของพวกเขาเริ่มคงตัว และภาวะเงินเฟ้อก็เริ่มลดลง จากที่ก่อนหน้านี้การที่ค่าเงินกีบอ่อนได้ทำให้ลาวมีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นจนกระทั่งมีรายได้จากการค้าเกินดุลติดต่อกันหลายไตรมาสในช่วงปลายปี 2024 โดยที่ธนาคารกลางของลาวก็มีมาตรการหลายอย่างจนทำให้ลาวมีมูลค่าการแลกเปลี่ยนเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2025 อยู่ที่ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ในรายงานของเวียงจันทน์ไทม์ยังระบุว่าในปี 2025 เป็นปีที่ลาวมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 4.8 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2021-2025 อยู่ที่ร้อยละ 4.24 ในรายงานของรัฐบาลลาวระบุว่า ภาคส่วนที่มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของลาวคือ ภาคการเกษตร, การผลิตไฟฟ้า, เหมืองแร่, อุตสาหกรรมการผลิต, การคมนาคม และการท่องเที่ยว อีกทั้งหนี้สาธารณะของลาวก็ลดลงจากร้อยละ 116 ของจีดีพีในปี 2022 เหลือ ร้อยละ 88 ในปี 2025
เรื่องเหล่านี้สะท้อนว่าลาวดูจะฟื้นตัวดีขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นแนวทางไปสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาคได้ แต่ก็ลาวก็ยังคงมีปัญหาหนี้สินที่ยังไม่ได้แก้ไข ตราบใดที่การกู้ยืมลงทุนจากต่างชาติยังมีมากกว่าผลกำไร ลาวก็จะยังคงยากลำบากในการที่่จะเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
นักวิเคราะห์เสนอว่า ลาวควรจะมีมาตรการบรรเทาหนี้ในบางส่วน แต่ทว่าจีนซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของลาวก็ยังคงไม่ได้เสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้ให้เห็นต่อสาธารณะแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้ว แทนที่จะมีการบรรเทาหนี้ให้ลาว แต่จีนกับลาวก็ยังคงมีแผนการขยายการลงทุนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เรื่องนี้ทำให้ชะตากรรมทางเศรษฐกิจของลาวถูกผูกเอาไว้กับจีน การที่ลาวจะแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจนี้ได้หรือไม่นั้น กลายเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรียบเรียงจาก
Is the Economic Crisis in Laos Coming to an End?, The Diplomat, 04-12-2025
2025 wrap-up: A year of steady change for Laos, Vientiane Times, 31-12-2025
