Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สปป.ลาว ลงพื้นที่ รพ.พิมลราช จ.นนทบุรี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบ E-Claim บันทึกข้อมูลบริการสาธารณสุขพร้อมการเบิกจ่ายชดเชย พร้อมเติมข้อมูลการจัดการระบบคุ้มครองสิทธิบัตรทอง ทั้งในส่วนหน่วยบริการ และภาคประชาชน รวมถึงสายด่วน สปสช. 1330 เตรียมนำไปต่อยอดพัฒนาระบบภายในประเทศ



1 พฤศจิกายน 2568 ดร.พูวัง สุ่ยยะวง อธิบดีกรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมคณะผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) และมูลนิธิการสาธารณสุขระหว่างประเทศแห่งเกาหลี (KOFHI) ร่วมลงพื้นที่ โรงพยาบาลพิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ของประเทศไทย ภายใต้โครงการ “E-Claim and the Call Center under the Lao UHC” โดยมี นพ.เอกวุฒิ ตั้งตรงไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมลราช พร้อมด้วย นพ.ปริพนธ์ จุลเจิม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี (สสจ.นนทบุรี) และคณะผู้บริหารจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมให้ข้อมูล พร้อมกันนี้ยังได้ศึกษาดูงานเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 66 (ศบส. 66) ตำหนักพระแม่กวนอิม โชคชัย 4 กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ สปป.ลาว มีความประสงค์ในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการระบบสุขภาพ ในด้านการบันทึกข้อมูลการให้บริการสาธารณสุข และการเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการในระบบ E-Claim ของหน่วยบริการในประเทศไทย รวมถึงระบบการประสานช่วยเหลือการเข้ารับบริการผ่านสายด่วน สปสช. 1330 และศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง ทั้งในส่วนบทบาทของหน่วยบริการ ที่เชื่อมต่อการทำงานร่วมกันกับศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองของภาคประชาชน

ดร.พูวัง สุ่ยยะวง อธิบดีกรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สปป.ลาว เปิดเผยว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ กรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สปป.ลาว จะนำองค์ความรู้การจัดการต่างๆ ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของไทยไปต่อยอดพัฒนาระบบสุขภาพและสาธารณสุขของ สปป.ลาว โดยเฉพาะระบบบันทึกข้อมูลการให้บริการ การเบิกจ่ายชดเชยค่าบริการระบบ E-Claim และสายด่วน สปสช. 1330 ที่เป็น Contact Center ให้กับประชาชนสิทธิบัตรทอง และหน่วยบริการในระบบสุขภาพของไทย ซึ่งทาง สปป.ลาว กำลังพัฒนาระบบเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จเป็นระบบที่ช่วยเหลือและประสานการเข้าถึงบริการของประชาชนลาวให้ได้ภายในปี 2568 นี้

“กรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สปป. ลาว กำลังพัฒนาระบบการเบิกจ่ายชดเชยค่ารักษาพยาบาล และระบบ Contact Center และการบริหารจัดการการให้บริการสาธารณสุขภายในประเทศ ซึ่งแนวทางและข้อมูลที่ได้แลกเปลี่ยนกับไทยในครั้งนี้ จะนำไปต่อยอดให้ระบบบริการสาธารณสุขของ สปป.ลาว มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป”  

นพ.ปริพนธ์ จุลเจิม นายแพทย์ สสจ.นนทบุรี กล่าวว่า คณะ สปป.ลาว ได้ลงพื้นที่ รพ.พิมลราช ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชนที่ตั้งอยู่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพได้ครบครัน รวมถึงมีบริการแพทย์ทางเลือกเพิ่มเติม เช่น บริการกายภาพบำบัด และแพทย์แผนไทย เป็นต้น อีกทั้งยังมีระบบการบันทึกข้อมูลการให้บริการ และการเบิกจ่ายที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นต้นแบบการศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับ สปป.ลาว ได้

“จ.นนทบุรี เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่ติดกับกรุงเทพมหานคร มีความท้าทายทางด้านระบบสุขภาพ ทั้งจำนวนประชากรที่หนาแน่น ความหลากหลายของชุมชน และข้อจำกัดด้านทรัพยากรสุขภาพ แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยบริการระดับจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน หน่วยบริการปฐมภูมิ และภาคประชาชน ทำให้จังหวัดนนทบุรีขับเคลื่อนให้บริการสุขภาพอย่างมีคุณภาพ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง”

นพ.เอกวุฒิ ตั้งตรงไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพิมลราช กล่าวว่า รพ.พิมลราชเคยไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ สปป.ลาว มาก่อน และครั้งนี้ กรมประกันสุขภาพแห่งชาติ สปป.ลาว ได้มาเพื่อศึกษาดูงานด้านการบันทึกข้อมูลและการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะระบบ E-Claim และ Financial Data Hub ซึ่งเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์จัดการข้อมูลบริการ ทั้งผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉิน และบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค (P&P) โดยข้อมูลทั้งหมดจะเชื่อมโยงกับระบบเบิกจ่ายของ สปสช. เพื่อให้การตรวจสอบและชดเชยค่าบริการเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ส่วน กลไกคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยบัตรทอง เรามีศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองประจำหน่วยบริการ ทำงานร่วมกับศูนย์คุ้มครองสิทธิภาคประชาชนในพื้นที่ หากเกิดปัญหาหรือผลกระทบจากการให้บริการ จะร่วมกันแก้ไขอย่างรวดเร็ว โดยกรณีเร่งด่วนจะรายงานต่อผู้บริหารภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนกรณีทั่วไปดำเนินการภายใน 1 สัปดาห์ถึง 1 เดือน ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยคุ้มครองสิทธิและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสิทธิบัตรทองในพื้นที่

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้ยกเลิกการเบิกจ่ายค่าบริการสุขภาพด้วยเอกสาร และเปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ E-Claim เพื่อให้โรงพยาบาลส่งข้อมูลการให้บริการมายัง สปสช. ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยสามารถเลือกส่งได้ 2 รูปแบบ คือ ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ หรือส่งในรูปแบบแฟ้มตามโครงสร้างมาตรฐานที่กำหนด ระบบนี้ช่วยลดภาระการบันทึกข้อมูลซ้ำ เพราะสามารถดึงข้อมูลจากฐานหลักของโรงพยาบาลและส่งออกได้โดยตรง ไม่ต้องใช้เอกสารเหมือนในอดีตที่ตรวจสอบยากและทำให้การจ่ายเงินล่าช้า

ปัจจุบันโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีระบบ Hospital Information System (HIS) สำหรับจัดเก็บข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยอย่างครบถ้วน ซึ่ง สปสช. มีแผนพัฒนาระบบ E-Claim ให้เชื่อมต่อกับ HIS โดยตรง เพื่อดึงข้อมูลที่จำเป็นเข้าสู่ระบบและประมวลผลการจ่ายค่าชดเชยโดยอัตโนมัติ ช่วยให้ขั้นตอนทั้งหมดรวดเร็วขึ้น โดยโรงพยาบาลยังคงทำงานตามระบบเดิมได้ต และในส่วนของ Contact Center สปสช. ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์บริการประชาชนสิทธิบัตรทองที่รองรับหลากหลายช่องทาง ไม่เพียงรับสายโทรศัพท์ แต่ยังให้ความช่วยเหลือครบวงจรตั้งแต่รับเรื่องจนถึงการติดตามผล รวมถึงเปิดช่องทางออนไลน์ เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนสอบถามสิทธิ ขอคำแนะนำ หรือร้องเรียนได้สะดวกตลอดเวลา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising