Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลังมีข่าว รมต.สำนักนายกฯ ของกัมพูชาโพสต์เตือนอย่าเลือก 'อนุทิน' แล้วให้เลือกพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทยแทนเพื่อไม่ให้เกิดสงครามรอบ 3 ส่วนปฏิกิริยาฝั่งไทย 'อนุทิน' ย้อนเป็นฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่กลัวแพ้ราบคาบ ส่วน 'โรม' เตือนเป็นแผนสร้างแนวร่วมมุมกลับของ 'ฮุน เซน' ที่ต้องการให้คนไทยเลือกพรรคการเมืองที่ตัวเองต้องการหนุนจริง แล้วต่อต้านพรรคการเมืองที่ฝ่ายกัมพูชาออกมาประกาศยอมรับแทน เล่าย้อนเคยปล่อยข่าวดิสเครดิต 'พิธา' ตอนเลือกตั้ง 66 มาแล้ว

12 ม.ค.2569 หลังจากที่วันนี้มีรายงานข่าวถึงโพสต์เฟซบุ๊กของ แก้ว เรมี  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา เมื่อ 8 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าถ้า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนี้แพ้เลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้จะมีโอกาสเกิดสงครามน้อย พร้อมชักชวนคนไทยให้ช่วยลงคะแนนเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดสงครามครั้งที่ 3 

รังสิมันต์ โรม อดีต สส.จากพรรคประชาชน ออกมาตอบโต้ว่า พฤติกรรมของ รมว.สำนักนายกฯ กัมพูชาคือการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยอย่างโจ่งแจ้ง และโดยเทียบกับกรณีที่เครือข่ายของฮุน เซน เคยปล่อยข่าวช่วงเลือกตั้งปี 2566 ว่าหากพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการส่งแรงงานกัมพูชากลับประเทศ เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนไทยที่มีต่อพรรคก้าวไกลในขณะนั้น

รังสิมันต์เรียกพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชาว่าเป็น “ลูกไม้การเมืองราคาถูก” โดยพยายามสร้าง “แนวร่วมมุมกลับ” ให้กับฝ่ายของฮุน เซน ในไทย เพราะฮุน เซน ย่อมรู้ดีว่า หากออกมาสนับสนุนพรรคการเมืองใดโดยตรง ประชาชนชาวไทยจำนวนมากที่ไม่ยอมรับและต่อต้านระบอบฮุน เซน จะถอนการสนับสนุนจากพรรคการเมืองนั้นทันที และหันไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองอื่น ซึ่งฝ่ายฮุน เซน คำนวณแล้วว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเครือข่ายของตนเอง

โฆษณา - Advertising

อดีต สส.พรรคประชาชน อธิบายว่า ฮุน เซน หวาดกลัวพรรคประชาชนอย่างมากเพราะเกรงกลัวหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลจะทำให้คนรุ่นใหม่ในกัมพูชาเห็นความหวังที่จะเปลี่นแปลงทางการเมืองและออกมาต่อต้านรัฐบาลฮุน เซนที่มีอำนาจทางการเมืองในกัมพูชามายาวนาน 

“นอกจากนั้น ระบอบฮุน เซน ยังต้องพึ่งพาเงินสีเทา โดยเฉพาะเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ หนึ่งในคีย์แมนสำคัญของการฟอกเงินให้แก๊งสแกมเมอร์ คือ เบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ที่ปรึกษาของฮุน เซน ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และได้เรียกร้องมาโดยตลอดให้รัฐบาลอนุทินดำเนินการออกหมายจับ ขอหมายแดงจากอินเตอร์โพล ตลอดจนยึดทรัพย์และขยายผลเพื่อจัดการเครือข่าย “กัมพูชาเทา–ไทยเทา” ให้สิ้นซาก แต่จนถึงวันนี้ รัฐบาลอนุทินยังไม่ดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม” รังสิมันต์ระบุ

รังสิมันต์ขอให้ประชาชนไทยและทุกฝ่ายไม่นำประเด็นที่ รมว.สำนักนายกฯ ของกัมพูชาโพสตมาใช้ทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อพรรคประชาชน เพราะจะเป็นไปตามแผนของฝ่ายกัมพูชา 

นอกจากนั้น  อดีต สส.ของพรรคประชาชนยังได้แสดงความผิดหวังที่อนุทินนำถ้อยคำของฝ่ายกัมพูชามาใช้เรียกคะแนนนิยมให้ตนเอง ทั้งที่ควรประณามการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทยในฐานะผู้นำรัฐบาล แม้จะเป็นเรื่องร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้ 

“ท่านกลับใช้จังหวะนี้เพื่อหวังผลทางการเลือกตั้ง คำถามคือ การกระทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ครับ หน้าที่ของท่านนายกคือปกป้องประเทศ แต่ท่านกลับไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ดันไปยืมคำของศัตรูมาหาคะแนน ท่านทำแบบนี้ไปเพื่อใครครับ” รังสิมันต์ระบุ 

'อนุทิน' เย้ยกัมพูชา "กลัวแพ้ราบคาบ"

ทั้งนี้อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะผู้ถูกพาดพิงได้ตอบประเด็นนี้ไว้ด้วยเช่นกันระหว่างไปออกรายการ Thailand Vision 2035 ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ในช่วงที่สรยุทธ สุทัศนะจินดา ทำหน้าที่พิธีกรถามถึงประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยถูกกล่าวหาว่าใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองและเขาได้ตอบโต้สิ่งที่ รมว.ของกัมพูชาโพสต์ถึง

อนุทินกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่รักษาอธิปไตยและแผ่นดินไว้อย่างสุดความสามารถ ที่ รมว.ของประเทศคู่กรณีบอกว่าอย่าเลือกอนุทินให้ไปเลือกคนอื่น อันนี้เขาเห็นว่าเขาไม่ต้องการให้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีโอกาสที่กัมพูชาจะแพ้ราบคาบเอาเปรียบประเทศไทยไม่ได้และไม่สามารถคุกคามอธิปไตยของประเทศไทยได้ ดังนั้นต้องอย่าทำให้เขาสมใจ เขายังได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้สถานการณ์ที่ชายแดนเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง 

นอกจากนั้นอนุทินยังได้กล่าวถึงมาตรการที่ชายแดนว่าจะยังไม่เปิดด่านจนกว่าจะเกิด “บูรณภาพแห่งดินแดน” ที่ชายแดนคือการไม่มีศัตรูหรือ “คนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทย” กล้าเข้ามารุกรานหรือทำให้ไทยเสียอธิปไตย เมื่อเกิดเสถียรภาพที่ชายแดนแล้วจึงค่อยไปหารือฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต

รมว.กัมพูชาโพสต์ว่าอะไร?

แก้ว เรมี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา โพสต์ทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 8 ม.ค.2569 ถึงการการเมืองการเลือกตั้งของไทยที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยเขาได้อ้างถึงความคิดเห็นที่แสดงออกว่าหากอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีรักษาการณ์จากพรรคภูมิใจไทยแพ้เลือกตั้งอาจนำไปสู่การปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาอีกเป็นครั้งที่ 3 แต่เขากลับมีความคิดเห็นไปในทางตรงกันข้าม

“ถ้าอนุทินแพ้เลือกตั้ง โอกาสที่จะเกิดสงครามมีต่ำมาก เพราะที่ผ่านมากองทัพไทยสามารถเปิดปฏิบัติการรุกรานกัมพูชาได้ ก็เพราะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลไทยที่นำโดยอนุทิน” 

 รมว.สำนักนายกฯ กัมพูชาระบุว่า กองทัพไทยจะไม่สามารถทำสงครามได้หากไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเมืองหากอนุทินสูญเสียอำนาจ และสงครามไม่อาจเกิดขึ้นได้หากอนุทินแพ้เลือกตั้ง

แก้ว เชื่อว่ามีพรรคการเมือง 2 พรรคที่จะไม่ “เล่นเกมสงคราม” เหมือนกับพรรคอื่นๆ คือพรรคประชาชนกับพรรคเพื่อไทย  เพราะไม่นิยมทำสงคราม เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าการทำสงคราม แม้ว่าในทางนโยบายของทั้ง 2 พรรคจะยังเปิดช่องให้ความร่วมมือกับกองทัพไทยก็ตาม และเขาขอให้ประชาชนไทยลงคะแนนเสียงให้กับสองพรรคนี้เพื่อสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวเขตแดนของทั้ง 2 ประเทศ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising