Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'พันหวุท ลอง' ทนายกัมพูชา เสนอรัฐบาลกัมพูชาตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ภาษาไทย สื่อสารตรงถึงสาธารณชนไทยแบบเรียลไทม์ เพื่อลดข่าวบิดเบือน-คลี่คลายความตึงเครียดชายแดน ชูแนวคิดสร้างความเข้าใจ โปร่งใส และยกระดับการทูตสาธารณะในยุคดิจิทัล

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 พันหวุท ลอง ทนายความกัมพูชา เขียนความคิดเห็นในสื่อพนมเปญโพสต์ เรียกร้องให้กัมพูชาปรับปรุงการทูตสาธารณะให้ทันสมัย ด้วยการตั้งศูนย์สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว โดยมีบุคลากรที่ใช้ภาษาไทยได้ในระดับเจ้าของภาษา เพื่อสื่อสารกับสาธารณชนไทยโดยตรง หวังสร้างความเข้าใจระหว่างสองประเทศ

"ในยุคที่ชาตินิยมดิจิทัลสามารถจุดชนวนความตึงเครียดในโลกความเป็นจริงได้ เสถียรภาพของภูมิภาคจึงพึ่งพาอย่างมากกับผู้ที่ควบคุมเรื่องเล่า" พันหวุท ลอง กล่าว "เมื่อไม่นานมานี้ วาทกรรมจากอีกฝั่งพรมแดน มักถูกขยายผลโดยเหล่าทัพที่ต้องการปลุกระดมการสนับสนุนจากภายในประเทศ เป็นภัยคุกคามในการบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และกฎหมายเกี่ยวกับพรมแดนและมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชา"

ผู้ก่อตั้งและทนายความแห่งสำนักงานกฎหมาย Pan & Associatesกล่าวว่า การพึ่งพาเพียงแถลงการณ์ทางการของรัฐบาลในรูปแบบเดิมๆ นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป กัมพูชาจำเป็นต้องตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ของตัวเองเพื่อสื่อสารเป็นภาษาไทยกับประชาชนชาวไทยโดยตรง เพื่อ "ลดทอนข้อมูลที่บิดเบือนก่อนที่มันจะหยั่งราก"

โฆษณา - Advertising

"ปัญหาที่เราเผชิญส่วนใหญ่เป็นปัญหาของความไม่สมมาตร เมื่อโฆษณาชวนเชื่อเชิงชาตินิยมหรือข้อกล่าวอ้างที่ไม่สุจริตเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมที่ทับซ้อนกัน หรือข้อพิพาทเรื่องพรมแดน แพร่กระจายภายในประเทศไทย ข้อมูลเหล่านี้มักหมุนเวียนอยู่ในวังวนภาษาที่ปิดตาย สาธารณชนไทยแทบไม่เคยได้ยินมุมมองจากกัมพูชาที่นำเสนอผ่านภาษา น้ำเสียง และช่องทางที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ส่งผลให้เรื่องเล่าที่บิดเบือนได้รับความชอบธรรม เพียงเพราะในประเทศไทยเรื่องเล่าเหล่านี้ไม่เคยถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง"

"ศูนย์การสื่อสารเฉพาะทางเช่นนี้จะเปลี่ยนพลวัตดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง " พันหวุท ลอง กล่าว "ด้วยการใช้ผู้พูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว กัมพูชาจะสามารถข้ามข้อจำกัดด้านการแปลและการตีความของสื่อ พูดคุยกับประชาชนไทยได้โดยตรง นี่ไม่ใช่การเปิดสงครามข้อมูลข่าวสาร แต่เป็นการสร้างสถาปัตยกรรมของความจริง"  

ทนายความกัมพูชาอธิบายว่า ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น "ทีมตอบโต้เร็ว" มีหน้าที่เผยแพร่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ เอกสารทางกฎหมาย และข้อมูลสถานการณ์ที่ถูกต้องเป็นภาษาไทยอย่างทันท่วงที เมื่อความตึงเครียดบริเวณชายแดนถูกกระพือโดยข่าวลือหรือวิดีโอที่ถูกตัดมานำเสนออย่างผิดฝาผิดตัวในสื่อสังคมออนไลน์

นอกจากนี้ ทีมศูนย์ประชาสัมพันธ์ภาษาไทยยังมีหน้าที่ในการอธิบายความละเอียดอ่อนของมรดกทางวัฒนธรรมกัมพูชา ส่งเสริมการสนทนาเพื่อสร้างความเข้าใจ การเคารพซึ่งกันและกัน และสื่อสารด้วยความมั่นใจและเป็นมืออาชีพ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาไม่ได้ตั้งรับอย่างหวาดระแวง แต่พร้อมจะมีส่วนร่วมอย่างโปร่งใสและหนักแน่นในเวทีภูมิภาค

โฆษณา - Advertising

"การจัดตั้งศูนย์ยุทธศาสตร์ข้ามภาษาลักษณะนี้เป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของประเทศที่ต้องรับมือกับสภาพแวดล้อมทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน แม้จะต้องลงทุนในบุคลากรที่มีทักษะสูงและเครื่องมือเฝ้าระวังดิจิทัล แต่ต้นทุนของการไม่ลงมือทำนั้นสูงกว่ามาก การปล่อยให้โฆษณาชวนเชื่อที่ไร้การตรวจสอบเข้ามากำหนดภาพลักษณ์ของพรมแดนและวัฒนธรรมของเราในสายตาของเพื่อนบ้าน เป็นความเสี่ยงที่เราไม่อาจยอมรับได้" พันหวุท ลอง กล่าว 

เขากล่าวส่งท้ายว่า ถึงเวลาที่กัมพูชาจะต้องควบคุมเรื่องเล่าของตนเอง ด้วยการสื่อสารกับสาธารณชนไทยโดยตรง เพื่อทำให้ความจริงเป็นตัวกำหนดอนาคตของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองชาติ ไม่ใช่ความทะเยอทะยานเชิงชาตินิยม


ที่มา:
Speaking Their Language: Why Cambodia Needs a Thai-Language Strategic Communications Hub (The Phnom Penh Post, 30 March 2026)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising