ปัจจุบันผมก็ทำงานด้านรณรงค์และขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมอยู่โดยเฉพาะประเด็นสิทธิคนพิการและการมีร่วมทางเมืองของคนพิการในฐานะภาคประชาชน ผมยังไม่คิดที่จะสังกัดและยังไม่เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใดอันใกล้นี้หลังจากพรรคของผม ถูกยุบไปด้วยเงื่อนไขของกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่เอื้ออำนวยให้พรรคการเมืองพรรคเล็กๆ เกิดขึ้นและสามารถดำเนินการอยู่ได้ แต่ผมก็ยังสนใจและติดตามข่าวสารทางด้านสังคมและการเมืองอยู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรและจะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่จะมาถึงนี้
ผมคือหนึ่งในประชาชนผู้ที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งและการลงเสียงประชามติในการเห็นชอบที่จะมีการจัดทำกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอนาคต หากจะพูดถึงทิศทางทางการเมืองของพรรคการเมืองทั้งหลาย ที่จะครองใจประชาชนในสนามการเลือกตั้ง ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องการนำเสนอนโยบายสาธารณะต่อพี่น้องประชาชน ผมก็เคยทำแบบนี้มาเป็นประจำที่ผ่านมาในฐานะตัวแทนของพรรคการเมือง แต่การเลือกตั้งในรอบนี้ ผมก็ยังมีความปรารถนาที่อยากจะนำเสนอนโยบายด้านคนพิการต่อพรรคการเมืองทุกพรรค นำไปประกอบการพิจารณาใช้เป็นแนวนโยบายขับเคลื่อนงานด้านการบริหารจัดการด้านกลุ่มคนพิการหลังจากการเลือกตั้ง แนวนโยบายด้านคนพิการ 2569 ที่เสนอต่อพรรคการเมือง มีข้อเสนอดังนี้
แนวนโยบายด้านคนพิการเสนอต่อพรรคการเมืองฯ (แนวนโยบายปรับโครงสร้างและการบริหารจัดการระดับชาติ) จัดตั้งกลไกการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการระดับชาติ เพื่อเชื่อมประสานงานด้านสิทธิของคนพิการและการพัฒนางานด้านคนพิการ ที่เรียกว่า คณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการฯ และปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีคณะทำงานเป็นตัวแทนของกลุ่มคนพิการทุกประเภทฯ ,สมาชิกผู้แทนราษฎร,สมาชิกวุฒิสภา ,องค์กรพัฒนาเอกชน ,ภาคเอกชน ,คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและผู้แทนคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการของสหประชาชาติเข้ามีบทบาทและหน้าที่รวมกัน ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ คุณภาพชีวิตคนพิการจะดีขึ้นได้ ถ้าโครงสร้างการบริหารจัดการงานด้านคนพิการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ” สามารถบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พันธกิจของคณะกรรมการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
1.เชื่อมประงานกับคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Committee on the Rights of Persons with Disabilities - CRPD) ที่เป็นองค์กรระหว่างประเทศทำงานภายใต้กลไกของสหประชาชาติ
2. เสนอปฏิรูปกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ลดข้อจำกัดในการเข้าถึงงบประมาณในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ
3. แสวงหาพันธมิตร ร่วมมือกับภาครัฐภาคธุรกิจ, เอกชน, วิสาหกิจ. สถาบันทางการเงินฯ เพื่อจัดตั้งกองทุนสมทบเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาชีวิตของคนพิการ พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม การจัดสร้าง ปรับปรุงเพื่อให้สามารถรองรับคนพิการในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในที่สาธารณะได้ทุกที่
4. ให้ความเห็นชอบในด้านทุนทรัพย์ในการพัฒนาโครงส้างพื้นฐานและนวัตกรรมต่างๆเพื่ออำนายความสะดวกให้คนพิการเพื่อสามารถดำรงชีวิตอิสระ
5. พิจารณาให้ความเห็นชอบร่วมและทำงานกับคณะกรรมกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ที่หน่วยงานภาครัฐ จังหวัด อปท. องค์กรคนพิการ เสนอมา
1. แนวนโยบายทางการศึกษา จัดสรรทรัพยากรด้านงบประมาณในการจัดจ้างพี่เสี้ยงเด็กพิการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในสถานศึกษา โรงเรียนหรือสถานศึกษานอกระบบภายใต้สโลแกนที่ว่า “ทุกคนคือส่วนสำคัญของห้องเรียน“
- จัดสรรงบประมาณทางการศึกษาเพิ่มเติมสำหรับสถานศึกษา ,โรงเรียนหรือสถานศึกษานอกระบบที่มีเด็กพิการเข้าเรียน
- จัดสรรงบประมาณในการอบรมบุคลากรให้ความรู้และความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กพิการในสถานศึกษา
- รวบรวมข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของคนพิการให้เป็นเอกภาพ ให้สอดคล่องกับพื้นที่ในการจัดการศึกษา
- เด็กพิการที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรและอาศัยอยู่ในประเทศไทยสามารถพิสูจน์สิทธิในการเข้ารับการศึกษาได้
2. แนวนโยบายด้านสวัสดิการและการมีส่วนร่วมทางสังคมและการเมืองในทุกๆ ระดับ
- เปลี่ยนเบี้ยความพิการเป็นสวัสดิการทางสังคมของคนพิการ ภายใต้สโลแกนที่ว่า “ ยกระดับจากผู้ขอรับสิทธิเป็นผู้ทรงสิทธิในระบบสวัสดิการทางสังคมของคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพยั่งยืนเท่าเทียมและทั่วถึง “
- ขยายเพดานการจ่ายสวัสดิการทางสังคมของคนพิการเป็น 3,000 บาท ตามสิทธิแบบทั่วถึงมาตรฐานเดียว
- ส่งเสริมการออมและการลงทุนเพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงของคนพิการในอนาคต โดยแบ่งเงินจำนวน 3,000 บาท เป็น 2 ก้อน ก้อนแรกคือ
- สวัสดิการทางสังคมของคนพิการเป็นค่าครองชีพรายเดือน/เดือนละ 1,500 บาท ก้อนที่ 2 คือ
- เงินบำนาญสวัสดิการทางสังคมของคนพิการในอนาคต /เดือนละ 1,500 โดยผ่านการลงทุนโดยรัฐบาลร่วมมือกับรัฐวิสาหกิจ,สถาบันทางการเงิน
- ด้านการมีส่วนร่วมทางสังคมและการเมือง
- ผลักดันคนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยผ่านการเลือกตั้ง
- ผลักดันคนพิการ กลุ่มคนพิการ องค์กรคนพิการในแต่ละจังหวัดฯ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในกรรมาธิการฯ ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านสังคมและงานพัฒนาการเมืองการและสิทธิมนุษยชนในระดับชาติ
3. แนวนโยบายด้านกฎหมายและบทบาทของท้องถิ่นในการบริหารจัดงานด้านคนพิการตามแนวทางของกระจายอำนาจลงสู่ท้องถิ่น
- สนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยผลักดันสิทธิการเข้าถึงสิ่งอำนวยสะดวกในที่สาธารณะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ
- ตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อทำการศึกษาและพัฒนาปรับปรุง แก้ไข ติดตาม ประเมินผลตัวกฎหมายคนพิการ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ร.บ. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ และ พ.ร.บ. ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล ให้มีประสิทธิภาพและให้สอดคล่องกับสถานการณ์ด้านสิทธิและสวัสดิการฯของคนพิการในระดับสากล
- ตั้งกองทุนบำนาญเพื่อเป็นหลักประกันคุณภาพชีวิตที่ดีและความมั่นคงของคนพิการในอนาคต โดยจัดทำกระบวนการ เสนอร่าง พ.ร.บ.สวัสดิการทางสังคมของคนพิการ( พ.ศ. ..) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกองทุนฯในการจัดทำสวัสดิการทางสังคมของคนพิการ
- ผลักดันการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า อปท มีหน้าที่จัดทำบริการสาธารณะ ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นของตนเองเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก สตรี คนชรา และคนพิการในชุมชน
- ผลักดันบทบาทหน้าที่อำนาจในการบริหารจัดการตนเองในด้านงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการในชุมชน ท้องถิ่น
- ปฏิรูปและจัดโครงสร้างใหม่ของศูนย์บริการคนพิการในระดับจังหวัด เพื่อกระจายการให้บริการให้กับคนพิการในชุมชน
- จัดตั้งศูนย์บริการคนพิการในระดับชุมชุนโดยให้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อปท. ภายใต้สโลแกนที่ว่า “กระจายแนวคิด กระจายงบประมาณ กระจายการให้บริการ” เพื่อพลิกฟื้นชีวิตคนพิการให้เข้าถึงอย่างเท่าเทียม เทียบเท่าคนในสังคม
เกี่ยวกับผู้เขียน: สุริยา แสงแก้วฝั้น เป็นอดีตผู้สมัคร สส. พรรคสามัญชน ปี 2566 และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิคนพิการและการมีร่วมทางเมืองของคนพิการ
