Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 เวลา 14.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทีมโฆษกสำนักงาน กกต.นำโดย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต., ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต., กิตติพล พยัคฆเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ และวรพงศ์  อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง แถลงข่าว "การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ" โดยในการแถลงข่าวมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

‘บาร์โค้ด’ ในบัตรเลือกตั้ง มีไว้ป้องกันทุจริต

ในการแถลงข่าว วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง กล่าวชี้แจงกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปรากฏรหัสบาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรลงคะแนนเลือกตั้งว่ามีไว้เพื่อเหตุใด และสิ่งนี้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปล้วงข้อมูลผู้ลงคะแนนได้หรือไม่

เขายืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อที่ 129 ซึ่งให้อำนาจ กกต. ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษในบัตรเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

เขากล่าวว่าเหตุผลของการมีบาร์โค้ดนั้น มีดังต่อไปนี้

โฆษณา - Advertising
  1. ป้องกันการปลอมแปลง: เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ยากต่อการทำบัตรปลอม
  2. ควบคุมบริหารจัดการบัตรเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ: เช่น ในกระบวนการจัดพิมพ์ จะไว้ tracking จำนวนบัตร ตรวจสอบย้อนกลับว่ามีการพิมพ์บัตรเกินจำนวนที่กำหนดหรือไม่ หรือในกระบวนการเข้าเล่มบัตร ซึ่งบัตร 1 เล่มจะมีจำนวน 20 บัตร
  3. ตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบ: ถ้ามีบัตรเล็ดรอดไปสู่ภายนอก ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรกลุ่มดังกล่าวถูกจัดสรรไปที่ใด ผู้ใดน่าจะกระทำผิด หรือการตรวจสอบป้องกันการทุจริตต่างๆ เช่น การนำบัตรปลอมมาใช้ข้ามเขตต่างๆ ก็ใช้ QR Code ตรวจสอบได้เช่นกัน

เขายืนยันว่าระบบบาร์โค้ดดังกล่าวใช้ตรวจสอบควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเท่านั้น ไม่ได้ใช้เพื่อตรวจสอบกลับไปว่าใครเลือกผู้สมัคร สส.หรือพรรคการเมืองใดอย่างที่เป็นข่าวเลย แม้มีภาพการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่มีการติดบาร์โค้ด แล้วเปิดเผยเลขรหัสต่างๆ นั่นไม่ได้พิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งใบนี้ ผู้ใดเป็นคนลงคะแนน ตลอดกระบวนการที่ประชาชนคนหนึ่งเข้าคูหา จึงไม่มีโอกาสเลยที่ผู้อื่นจะรู้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใด 

มีคำถามจากนักข่าวว่า ถ้าเหตุผลของการมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งเป็นไปเพื่อรักษาความปลอดภัย เหตุในบัตรออกเสียงประชามติจึงไม่มีเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้ง

วรพงศ์ตอบว่ามีบัตร 3 ประเภท ใช้โรงพิมพ์ 3 โรง มาตรการของโรงพิมแต่ละโรงต่างกัน เทคโนโลยีต่างกัน  บัตรประชามติก็มีมาตรการตรวจสอบทุจริตได้ แต่ต้องเรียนจริงๆ ว่าไม่อาจเปิดเผย เพราะถ้าเปิดเผยจะรู้กันหมดว่าอยู่ตรงไหน โดยวิธีการขึ้นอยู่กับโรงพิมพ์แต่ละโรง เขาใช้วิธีการอะไรอย่างไร 

มีคำถามจากนักข่าวอีกด้วยว่า ทำไมภาพตัวอย่างของบัตรเลือกตั้งที่ กกต.นำมาประชาสัมพันธ์ก่อนหน้านี้จึงไม่มีบาร์โค้ดหรือ QR Code เพื่อแจ้งให้ประชาชนได้ทราบก่อน

โฆษณา - Advertising

วรพงศ์ตอบว่าบัตรตัวอย่างมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนทราบถึงรูปแบบและวิธีการกากบาทเท่านั้น ส่วนรหัสต่างๆ ถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในวันจริง จึงไม่สามารถเปิดเผยให้ทราบก่อนได้

ยอมรับบาร์โค้ดสแกนได้ถึงต้นขั้ว แต่การลงคะแนนยังเป็นทางลับตาม รธน.

มติชนออนไลน์รายงานคำพูด ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยากร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีบัตรมีบาร์โค้ด ที่ทำให้คนรู้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใดว่า ขั้นตอนใช้สิทธิ ต้องเขียนต้นขั้ว เอาบัตรไปในคูหา ไม่มีใครรู้ เรารู้คนเดียว ไม่มีใครล่วงรู้ได้ ท่านอาจบอกว่ารู้ได้ ก็มีกฎหมายห้ามนำบัตรไปแสดงให้กับผู้อื่น และห้ามให้ผู้ใดใช้อุปกรณ์ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ทั้ง 2 ส่วนผิดกฎหมาย มีโทษอาญา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ถ้าเราได้สิทธิคนเดียว เอาไปเปิดเผยย่อมไม่เกิดขึ้น

เมื่อเสร็จ ก็ต้องไปหย่อนบัตรด้วยตัวเอง ก็เป็นไปตามขั้นตอน เมื่อปิดการลงคะแนน เวลา 17.00 น. กระบวนการนับ กปน.ก็หยิบบัตรมาขานโดยไม่รู้ว่าเป็นบัตรใคร เพราะต้นขั้วบัตรไปคนละที่ นับเสร็จ บัตรก็ไปบรรจุถุงวัสดุใส แยกบัตรดี บัตรเสีย มีเคเบิลไทคล้องไว้หน้าถุง ไม่มีใครเปิดได้ หีบบัตรแต่ละประเภทเมื่อทำแบบนี้ เอาถุงใส่ในหีบบัตร ล็อกเทปกาว ใช้เคเบิลไทอีกชั้น แล้วนำหีบบัตรส่งไปศูนย์ลงคะแนน ยุบรวบหีบบัตร

จากนั้นอนุกรรมการเอาบัตรทุกหน่วยแยกประเภท ยุบรวม ไม่เปิดสายรัดจากถุง เอาใส่หีบบัตรใบเดียวให้เต็ม ก็ไม่รู้แล้วว่ามาจากหน่วยไหน ส่วนต้นขั้วไปอีกทาง เก็บรักษาอีกทีหนึ่ง ส่วนบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิส่งนายทะเบียนท้องถิ่น เก็บรักษาไว้ที่ปลอดภัย สถานีตำรวจ อำเภอ กกต. เก็บไว้ 2 ปี จนพ้นเวลาร้องเรียน ถึงเบิกเอามาทำลายได้ บัตรพวกนี้ใครทำอะไรไม่ได้ กกต.เปิดดูเองก็ไม่ได้ เราอยากรู้ว่ามีบัตรของใครก็ทำไม่ได้ กกต.ไม่มีอำนาจ ทำได้อย่างเดียว คือเปิดเพื่อนับคะแนนใหม่ ดังนั้น การลงคะแนนจึงลับแน่ (ข่าวสดออนไลน์รายงานด้วยว่า กกต.จะเปิดได้แค่ต้องนับคะแนนใหม่ เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ไม่มีใครไปแตะต้องได้)

โฆษณา - Advertising

ส่วนที่ถามว่าทำไมมีบาร์โค้ด รีเช็กได้ไหม บอกได้เลยว่า ถึงสแกนออกมา ก็ต้องมีต้นขั้วบัตร ท่านไม่รู้ว่าเก็บไว้ไหน เอาไปรวมหมดแล้ว บัญชีรายชื่อก็ไปสำนักทะเบียน ที่มีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ทุกขั้น เป็นไปโดยตรงและลับ

ทำไมผลคะแนนในเว็บไม่ตรง ?

ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวในประเด็นที่มีคะแนนเขย่งบางเขตจาก ECT Report 69 ซึ่งเป็นระบบรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของ กกต., เรื่องคะแนน สส.แบบแบ่งเขต กับ สส.ปาร์ตีลิสต์ ที่ไม่เท่ากัน และไม่สอดคล้องกันกับยอดผู้มาใช้สิทธิจริง

ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร กล่าวว่าระบบ ECT Report 69 เป็นการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งอาจเกิดจากการคีย์ข้อมูลผิดพลาดได้ จากความเร่งรีบ กปน.ที่ทำหน้าที่มาตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น แต่สิ่งที่จะยืนยันความถูกต้องคือ ส.ส.5/18 และ 5/18 บช. (รายงานผลการนับคะแนนหน้าหน่วย ทุกหน่วย) ซึ่งจะไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลตรงนี้ได้

สิ่งที่จะเป็นตัวตรวจสอบที่ชัดเจนคือ ประกาศผลการนับคะแนน ส.ส.6/1 และ ส.ส.6/1บช. (การประกาศผลการนับคะแนน) อาจสงสัยว่าทำไมช้า เพราะแต่ละเขตต้องตรวจสอบว่ารายงานการนับคะแนน 5/18 ถูกต้องหรือไม่ เพราะมีผลต่อการออกเสียง หรือนับคะแนนใหม่หรือไม่ ก็ต้องตรวจสอบว่ามีตัวเลขไม่ตรงหรือไม่ การเลือกตั้งสุจริตหรือไม่ การนับคะแนนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งก็จะมีผลต่อการนับคะแนนใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ก็ได้ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายที่ต้องตรวจสอบก่อนดำเนินการ

โฆษณา - Advertising

ทางด้าน กิตติพล พยัคฒเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ข้อมูลในระบบ ECT Report 69 ของ กกต. คะแนน สส.เขตกับปาร์ตีลิสต์ไม่ตรงกันนั้นว่า จากที่ในคืนวันเลือกตั้ง ผู้คนจะมีความสนใจเรื่องการนับคะแนนกันมากระบบนี้จึงถูกออกแบบมาให้รายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อตอบสนองความอยากรู้ของคน คนได้รู้ผลแบบเรียลไทม์ที่สุดตามที่มีการคีย์ข้อมูลเข้ามา โดยเขาย้ำว่าผลเลือกตั้งดังกล่าวเป็นผลแบบไม่เป็นทางการ ส่วนผลจริงแบบทางการ ก็ต้องตรวจสอบหลายชั้น ถึงขั้นเสนอ กกต. ประกาศเป็น 6/1 ถึงเสร็จสิ้น

3 ขั้นตอนการรายงานผลไม่เป็นทางการ

กิตติพล พยัคฒเดชาพัน ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายขั้นตอนการรายงานผลไม่เป็นทางการ ว่ามี 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. กปน.รายงานผลเข้ามาผ่านระบบด้วยการถ่ายรูปแบบฟอร์ม  ว.5/18 คือแบบรายงานผลการเลือกตั้งประจำหน่วย ซึ่งเป็นผลสุดท้ายของการนับคะแนนของหน่วยนั้นๆ แล้วคีย์เข้าไปในระบบ โดยข้อมูลที่ กปน. รายงานเข้าระบบจะมี 3 ประเภท คือ แบบเขต, แบบปาร์ตีลิสต์ และประชามติ ซึ่งกปน.จะคีย์ข้อมูลทีละประเภท
  2. เมื่อ กปน.คีย์ข้อมูลเข้ามาแล้ว ศูนย์รวมคะแนนอำเภอซึ่งทำหน้าที่เป็น one stop service และแก้ไขปัญหา-ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจาก กปน.) จะเข้าไปตรวจสอบตัวข้อมูลกับแบบฟอร์มว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าข้อมูลที่กรอกตรงกัน ก็จะกดยืนยัน สเตตัสจากสีเหลือง (อยู่ระหว่างตรวจสอบ) ก็จะเป็นสีเขียว (ตรวจสอบแล้ว) จากนั้นข้อมูลก็จะไปปรากฏที่แดชบอร์ด
  3. เมื่อปรากฏที่แดชบอร์ด จะเห็นว่าคะแนนข้อมูล 3 ประเภท (เขต, แบบปาร์ตีลิสต์ และประชามติ) ไม่เท่ากัน เนื่องจากศูนย์รวมคะแนนอำเภอไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งสามประเภทพร้อมกันได้ หน่วยเลือกตั้งใดรายงานมาก่อน ก็ตรวจสอบก่อน และนำเสนอก่อน ข้อมูลก็ขึ้นให้ดูในลักษณะประเภทใครประเภทมัน ส่วนข้อมูลหน่วยไหนที่มาทีหลัง หลังจากรายงานไปแล้ว 95 เปอร์เซ็นต์ ก็จะไม่ได้รายงานออกมาให้เห็น

เหตุใดจึงรายงานผลไม่เกินร้อยละ 95 ?

กิตติพล ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ อธิบายประเด็นนี้ว่า การรายงานผลแบบทางการ กับไม่ทางการ (ไม่เกินร้อยละ 95) ต้องแยกกัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่มีผลทางกฎหมาย 

เขากล่าวว่าการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ มีการใช้ กปน.ในการคีย์ อาจไม่ถูกต้องครบถ้วนทั้งหมด มีโอกาสผิดพลาดได้บ้าง จากที่ใช้การคีย์ของ กปน. ทำภารกิจมาตั้งแต่เช้ายันค่ำ อาจเข้าใจคลาดเคลื่อนบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะถูก เพราะมีระบบตรวจเช็ค 2 ชั้น

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising