Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เผยแพร่แถลงการณ์ภายหลังส่งคณะสังเกตการณ์มายังกรุงเทพฯ เมื่อ 6-8 ก.พ. ระบุวันเลือกตั้งเป็นระเบียบ แต่พบปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งความโปร่งใส การเข้าถึงข้อมูล และกรอบอำนาจ กกต. - เสนอทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กกต. มีการเปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ เสริมความเชื่อมั่นและพื้นที่ประชาธิปไตยไทย

14 กุมภาพันธ์ 2569 สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เผยแพร่แถลงการณ์ภายหลังส่งคณะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาจากอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มายังกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่า APHR ติดตามผลการเลือกตั้งของไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งพรรคภูมิใจไทยที่นำโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้จำนวนที่นั่งมากที่สุดและคาดว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ขณะที่คำร้องหลังเลือกตั้งและคำขอนับคะแนนใหม่ในบางเขตกำลังดำเนินการผ่านกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ

หลังจากภารกิจศึกษาการเลือกตั้ง 3 วัน คณะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาของ APHR สังเกตว่าวันเลือกตั้งดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบในหลายพื้นที่ สะท้อนถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่จัดการเลือกตั้งและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายภาคส่วน พบปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการที่เกินกว่าเรื่องขั้นตอนการลงคะแนน และมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ปัญหาเหล่านี้รวมถึงความโปร่งใสและการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รูปแบบข้อมูลที่ซับซ้อน โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่จำกัด และชุดข้อมูลที่ไม่เปิดเผยเพียงพอ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการทำความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างอิสระ

คณะผู้แทนยังให้ความสนใจกับกรอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภาคส่วนต่างๆ ชี้ว่ามีโอกาสในการเพิ่มความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของสถาบันนี้ APHR จึงสนับสนุนให้มีการทบทวนขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ กกต. รวมถึงพิจารณาแนวทางให้กระบวนการแต่งตั้งมีความเป็นตัวแทนและครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งสามารถหยิบยกขึ้นหารือในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยังชี้ถึงความไม่ชัดเจนทางกฎหมายและกฎระเบียบที่กระทบต่อการทำประชามติและการรณรงค์ทางการเมือง ทั้งเรื่องขอบเขตการรณรงค์ที่อนุญาต การจัดการลงคะแนนล่วงหน้า และทรัพยากรสำหรับการให้ความรู้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ความคลุมเครือเหล่านี้อาจนำไปสู่การมีส่วนร่วมที่ไม่เท่าเทียมและจำกัดการถกเถียงอย่างมีข้อมูลของสาธารณชน นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการเลือกตั้งในภาพกว้าง ทั้งข้อจำกัดในการแสดงออกทางการเมือง ข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง และการใช้กระบวนการทางกฎหมายที่อาจส่งผลต่อการแข่งขันทางการเมือง ปัจจัยเหล่านี้รวมกันอาจกระทบต่อความเปิดกว้างของพื้นที่ประชาธิปไตย

APHR ยังตระหนักถึงบริบททางสังคมและดิจิทัลที่การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้น ทั้งการแพร่กระจายของข่าวปลอม การคุกคามบนโลกออนไลน์ ความเปราะบางของภาคประชาสังคม ตลอดจนแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลและการรับมือวิกฤต

สำหรับคนไทยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร แรงงาน ชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองและชนบท เยาวชน และนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม ความหมายของผลเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกตัดสินจากว่ารัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันนโยบายที่ตอบสนองต่อความปรารถนาของประชาชนในเรื่องศักดิ์ศรี ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อมที่ดีได้หรือไม่

ในฐานะเครือข่ายสมาชิกรัฐสภาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ APHR จะยังคงทำงานร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ได้รับผลกระทบในช่วงนี้ และจะติดตามพัฒนาการหลังเลือกตั้งต่อไป

APHR สนับสนุนให้รัฐบาลชุดใหม่แสดงให้เห็นผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ ถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างสถาบันประชาธิปไตย คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม และให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการตัดสินใจ

การยึดมั่นในหลักการเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการตอบสนองความปรารถนาอันชอบธรรมของประชาชนชาวไทย และต่อการสร้างอนาคตที่ยุติธรรม ยั่งยืน และเคารพสิทธิมนุษยชนให้แก่ประเทศไทย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง