มิติเรื่องอวกาศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ แล้วประเทศในทวีปแอฟริกาก็มีบทบาทอย่างมากกับทิศทางการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงลงทุนในพื้นที่แอฟริกาน้อยเกินไป ในตรงกันข้ามกับจีนได้รุกหนักสร้างความร่วมมือในแอฟริกาไปแล้ว นักวิเคราะห์เสนอว่าถ้าสหรัฐฯ ลงทุนแบบสร้างสรรค์และอย่างพอเหมาะในภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจแอฟริกา ก็จะช่วยให้พวกเขาได้ประโยชน์ด้านการพัฒนาอวกาศได้
ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งพิเศษ เพื่อในเรื่อง "วิสัยทัศน์และจิตที่ตั้งมั่น" ของประเทศนั้นๆ และเทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อมิติด้านอวกาศก็มีส่วนช่วยในเรื่องความเข้มแข็ง ความมั่นคง และความมั่งคั่ง ของประเทศ
ในคำสั่งพิเศษเรื่องอวกาศของผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ระบุถึงความทะเยอทะยานในการที่จะพาอเมริกันไปถึงดวงจันทร์อีกครั้งในปี 2571 ผ่านโครงการอาร์เทมิส ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการ "แสดงให้โลกเห็นถึงความเป็นผู้นำด้านอวกาศของอเมริกัน" และเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจเกี่ยวกับดวงจันทร์เพื่อเตรียมไปสู่ดาวอังคารต่อไปด้วย
อีกทั้งยังมีการระบุถึงแผนการดึงดูดการลงทุนเพิ่ม 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในตลาดด้านอวกาศของอเมริกันภายในปี 2571 และให้มีโครงการริเริ่มผ่านทางภาคส่วนเอกชนและนำเส้นทางการค้ามาแทนที่สถานีอวกาศนานาชาติภายในปี 2573
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์จากแอตแลนติกเคาน์ซิลระบุว่า ความทะเยอทะยานของสหรัฐฯ ในด้านอวกาศนั้นจะต้องอาศัยการลงทุนกับประเทศในแอฟริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากต้องการแข่งขันกับจีนในเรื่องนี้ เนื่องจากจีนได้ทำการลงทุนกับแอฟริกาไปมากแล้ว
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยเข้าถึงและสร้างความร่วมมือกับแอฟริกาอย่างครอบคลุม แต่ในยุคปัจจุบันไม่มีอยู่ให้เห็นเลย เช่น เมื่อปี 1980-1991 ประเทศโซมาลิแลนด์เคยเป็นที่ลงจอดทางเลือกอีกแห่งหนึ่งสำหรับกระสวยอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา อีกทั้งในยุุค 1990s ทั้ง นาซา และกองทัพอากาศสหรัฐฯ ต่างก็มีระบบโทรมาตร, ระบบติดตามตำแหน่ง, สถานีอวกาศบนโลก และเครือข่ายข้อมูล อยู่ตามประเทศต่างๆ ในแอฟริกา
แต่หลังจากนั้นแล้ว ประเทศที่เริ่มเข้าไปมีอิทธิพลในแอฟริกาก็กลายเป็นประเทศจีน อีกทั้งจีนยังมีแหล่งทรัพยากรแร่ที่สำคัญต่อเทคโนโลยีอวกาศด้วย ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีถัดจากนี้จีนมีโอกาสกลายเป็นประเทศที่ขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอวกาศ
แน่นอนว่าการทูตเชิงเศรษฐกิจอวกาศของจีนในแอฟริกานั้นจะกลายเป็นสิ่งที่คุกคามสหรัฐฯ มากเป็นเท่าตัวด้วย เพราะมันทำให้จีนมีสมรรถนะในด้านการโจมตีทางการทหารเพิ่มมากขึ้น และทำให้เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรแล้ว จีนจะมีอำนาจต่อรองอย่างเปี่ยมล้นในด้านเทคโนโลยีระดับสูงทางการทหารกับห่วงโซ่อุปทานด้านอวกาศ
ตัวอย่างที่นามิเบีย เส้นทางพัฒนาอวกาศจีนที่ร่วมมือกับแอฟริกา
ยุทธศาสตร์อวกาศของจีนในแอฟริกานั้นมีความครอบคลุมและพัฒนาอย่างเต็มที่ จีนได้ทำการสร้างสถานีโทรมาตร, ติดตาม และสั่งการ (TT&C) ในประเทศนามิเบียมาตั้งแต่ปี 2001 แล้วหลังจากนั้นจีนก็ได้ขยายการทูตด้านอวกาศไปทั่วแอฟริกา โดยมีการสร้างสถานี TT&C เพิ่มในเคนยา มีการทำข้อตกลงกับไนจีเรีย เอธิโอเปีย และแอฟริกาใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของจีนในการรับ-ส่งข้อมูลทางอวกาศ ประเทศ แอลจีเรีย เอธิโอเปีย อียิปต์ และซูดาน ก็ได้ใช้โครงสร้างดาวเทียมของจีนเพื่อปล่อยไปสู่วงโคจร
อีกทั้งในปี 2567 เซเนกัล, อียิปต์ และแอฟริกาใต้ ก็ได้ร่วมมือกับจีนในโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ และจีนก็กำลังเล็งจะสร้างท่าอวกาศยานแห่งใหม่ที่จิบูตี ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์จากฐานทัพเรือของกองทัพจีนและฐานทัพนอกประเทศของกองทัพเรือสหรัฐฯ ชื่อ แคมป์เลมอนเนียร์
ในกรณีของนามิเบียนั้น เมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ทางการจีนเพิ่งจะส่งมอบสถานีดาวเทียมของพวกเขาให้กับทางการนามิเบีย เป็นสถานีภาคพื้นดินเพื่อรับข้อมูลดาวเทียมโดยความช่วยเหลือจากจีนหรือ SGDRS ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกความได้เปรียบในด้านดาวเทียมของประเทศได้เป็นอย่างมาก
จีนได้เริ่มต้นดำเนินโครงการ SGDRS ในนามิเบียมาตั้งแต่ปี 2566 แล้ว โดยมีทั้งการจัดโครงสร้างพื้นฐานด้านการรับข้อมูล จัดระบบการประมวลผล และการฝึกอบรมช่างเทคนิค โดยที่สถานนีดาวเทียมนี้จะช่วยส่งเสริมนามิเบียในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากอวกาศด้วย เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และการโต้ตอบภัยพิบัติ
สื่อบิสิเนสอินไซเดอร์ระบุว่าการส่งมอบสถานีดาวเทียมนี้ไม่เพียงแค่สะท้อนว่าโครงการนี้สำเร็จลุล่วงแล้วเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการที่นามิเบียมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศมากยิ่งขึ้นด้วย
นอกจากเรื่องอวกาศแล้ว สถานีดาวเทียมที่นามิเบียจะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคส่วนราชการ สถาบันการศึกษาระดับสูง และองค์กรวิจัย อีกด้วย โดยจะสามารถใช้งานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพากร การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร การลดความเสี่ยงภัยพิบัติ การปรับตัวและลดผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน รวมถึงโครงการปราบปรามการรุกล้ำล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย
ทางการนามิเบียเองก็ทำการร่างกฎหมายว่าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศมาตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2568 เพื่อเป็นการวางกรองการทำงานในภาคส่วนอวกาศ และเพื่อจุดประสงค์ในด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจสังคม นอกจากนี้ในปี 2567 นามิเบียยังมีการก่อตั้งสภาวิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติขึ้นเพื่อเป็นหน่วยงานในการให้คำปรึกษาและทำงานด้านเทคนิคด้วย
แผนการของจีน ส่งผลประโยชน์ด้านการทหาร สร้างข้อจำกัดให้ห่วงโซ่อุปทานสหรัฐฯ
การที่จีนสนับสนุนด้านดาวเทียมและด้านอื่นๆ เกี่ยวกับอวกาศให้กับแอฟริกา ไม่เพียงแค่มีความสำคัญต่อโครงการอวกาศพลเรือนและให้ประโยชน์ในด้านการทูตเท่านั้น แต่ยังส่งผลประโยชน์ต่อจีนในด้านการทหารด้วย เพราะการลงทุนด้านอวกาศเหล่านี้มีส่วนจำเป็นต่อโครงการจรวดมิสไซล์ระดับสูงและโครงการป้องปรามสหรัฐฯ
นอกจากนี้จีนยังสร้างสิ่งต่างๆ ในแอฟริกาด้วยยุทธศาสตร์แบบ "นำมาใช้ได้ท้ังสองทาง" คือทั้งทางด้านพลเรือน และทางด้านการทหาร เช่น ท่าเรือ, รางรถไฟ, ถนน และเหมืองแร่ ซึ่งยังส่งผลให้จีนสามารถเข้าถึงแร่สำคัญอย่างแร่แรร์เอิร์ธได้ด้วย การที่จีนสามารถเข้าถึงแร่แแร์เอิร์ธได้เกือบ 90% ของโลกยังทำให้จีนขึ้นนำในทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายการยึดกุมอำนาจทางเทคโนโลยีของพวกเขาได้
จากรายงานด้านการสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ ปี 2567 ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาแร่แรร์เอิร์ธจากจีน 70% การที่จีนเป็นผู้ควบคุมการส่งออกแร่เจอมาเนียมและแกลเลียม ก็ทำให้แร่สองชนิดนี้่ราคาสูงขึ้นเท่าตัวในปี 2567 ซึ่งแร่สองชนิดที่ว่านี้เป็นแร่ที่สำคัญสำหรับโซลาร์เซลล์อวกาศและเรดาร์ระดับสูง นอกจากนี้จีนยังเป็นผู้ยึดกุมการผลิตแร่ที่มีความสำคัญต่อระบบอากาศยานขั้นสูงและอุปกรณ์ขับเคลื่อนเรือ เครื่องบิน และยานอวกาศ คือแร่ซามาเรียมโคบอลต์ และแม่เหล็กนีโอดิเมียม อีกด้วย
จีนมีแผนการ 5 ปีเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคหมายเลข 11 ในแผนการระบุถึงความสำคัญของการเป็นผู้ควบคุมห่วงโซ่อุปทาน หรือก็คือภาคส่วนวัตถุดิบและการผลิต เช่นแร่จากแอฟริกา เพื่อที่จะสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีผ่านทางนวัตดรรมของประเทศตัวเองได้ ทำให้จีนสามารถใช้ห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้ในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านการทหารของตัวเองได้ด้วย โดยห่วงโซ่ต่างๆ นั้นมีจีนเป็นผู้ควบคุมเองทั้งหมด ทั้งการขุดเจาะแร่จากแอฟริกา การขนส่งลำเลียงโดยเรือของภาครัฐซึ่งกระทำผ่านทางท่าเรือจีน และเมื่อแร่มาถึงประเทศจีน พวกเขาก็สกัดแร่มาใช้ได้เอง ทำให้นับเป็นอธิปไตยทางเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพาใคร
ในทางตรงกันข้าม บริษัทในสหรัฐฯ กลับเป็นฝ่ายต้องจัดหาแหล่งวัตถุดิบต่างๆ ที่ผลิตจากจีน ทำให้จีนมีโอกาสได้ช่องทางไปสู่การเป็นผู้ควบคุมตลาด
วิธีการที่จีนใช้คือการเข้าหาเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตคอร์รัปชันของประเทศหนึ่ง ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะเป็นผู้พร้อมรับสินบนเพื่อเอื้ออำนวยให้กับธุรกิจจีน เรื่องนี้สร้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงในแง่ของการเข้าถึงทรัพยากรแร่ นอกจากนี้จีนยังได้ฉวยโอกาสจากการที่สหรัฐฯ ไม่ได้เข้าไปปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคซาเฮลในแอฟริกามากพอในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับภูมิภาคนี้ ทำให้เกิดการช่วยเหลือและความร่วมมือด้านความมั่นคงอย่างชิ้นส่วนหรือแร่ที่มีความสำคัญต่อยุทโธปกรณ์ไปในตัวด้วย
การที่แอฟริกาผูกมิตรกับจีนในด้านอวกาศก็เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง เนื่องจากแอฟริกาเป็นพื้นที่ๆ มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีความต้องการด้านอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมข้อมูลข่าวสาร การที่จีนเข้าไปช่วยเหลือด้านดาวเทียมทำให้พวกเขาได้้รับประโยชน์ในการพัฒนาด้านโทรคมนาคม แลกกับการให้จีนเข้าถึงแร่ในพื้นที่ของพวกเขาได้
อุตสาหกรรมอวกาศสหรัฐฯ ควรเข้าหากลุ่มประเทศแอฟริกา
แต่สหรัฐฯ ก็ยังคงมีความหวังในการกลับมาสร้างความได้เปรียบในด้านอวกาศ โดยการปรับเปลี่ยนเข้าหาเพื่อให้ประโยชน์กับกลุ่มประเทศแอฟริกามากขึ้น ซึ่งมีโอกาสทำให้สหรัฐฯ ช่วงชิงช่องทางห่วงโซ่อุปทานแร่ที่สำคัญซึ่งจีนกำลังยึดกุมอยู่ในตอนนี้ แอตแลนติกเคาน์ซิลเสนอว่า เรื่องนี้กระทำได้โดยการการอัดฉีดเงินอุดหนุนจากรัฐบาลให้กับบริษัทของสหรัฐฯ ในด้านการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานไปที่แอฟริกา
กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้เสนอเรื่องขยายความร่วมมือด้านอวกาศไปที่แอฟริกามาเป็นเวลานานแล้ว โดยมองว่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับทั้งฝ่ายแอฟริกาและฝ่ายสหรัฐฯ โดยที่แอฟริกาก็กำลังมีการเติบโตของกลุ่มประชากรที่มีความรู้เรื่องเทคโนโลยีมากขึ้นและมีความสนใจที่จะทำงานในสายอวกาศ แต่ทว่าสหรัฐฯ กลับตัดงบประมาณด้านการบริการรัฐบาลกลางในปี 2568 จนส่งผลให้สหรัฐฯ มีเครื่องมือทางการทูตและการพัฒนาเหลืออยู่น้อยกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังมีข้อได้เปรียบจีนอยู่ในแง่ที่มีการปล่อยวัตถุออกสู่อวกาศมากกว่าจีนและยังคงมีการจัดการที่ครอบคลุมกว่า นอกจากนี้ภาคส่วนดาวเทียมของสหรัฐฯ ก็ยังคงมีความล้ำหน้ามากกว่าจีน มีตัวอย่างเรื่องดาวเทียมสตาร์ลิงค์ของ SpaceX ที่มีโครงข่ายในประเทศแอฟริกาหลายสิบประเทศ และในขณะที่ภาคส่วนดาวเทียมสหรัฐฯ พัฒนาโดยเอกชนที่มีความล้ำหน้าเรื่องภาพถ่ายจากด้านบนของโลก แต่บริษัทดาวเทียมในจีนก็ยังคงต้องอาศัยงบประมาณและการวิจัยที่มาจากภาครัฐ ถึงแม้ว่าในตอนนี้ช่องว่างการพัฒนาของจีนจะเริ่มคืบหน้าเข้าใกล้สหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อยๆ
แอตแลนติดเคาน์ซิล เสนอว่า บริษัทอวกาศของสหรัฐฯ ควรจะทำข้อตกลงกับผู้ขุดเจาะแร่ในแอฟริกา ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับกลุ่มประเทศพันธมิตรควรจะหารือกับรัฐบาลในแอฟริกาและบริษัทในแอฟริกาเพื่อให้เกิดการการันตีการเข้าถึงเทคโนโลยีหรือเข้าถึงแร่ของแอฟริกาได้ นอกจากนี้ยังต้องมีการช่วยให้ทุนนักเรียนนักศึกษาในแอฟริกาเพื่อเป็นเส้นทางสู่การจ้างงานด้านเทคโนโลยี เรื่องนี้จะทำให้แอฟริกาได้ประโยชน์จากทรัพยากรตัวเองและทำให้สหรัฐฯ ก็ได้ประโยชน์ด้านห่วงโซ่อุปทานในการแข่งขันกับจีน
นอกจากนี้แอตแลนติกเคาน์ซิลยังมีข้อเสนออื่นๆ ที่สหรัฐฯ น่าจะทำเมื่อเข้าหาแอฟริกา เช่น การขยายบทบาท บรรษัทเงินทุนพัฒนาระหว่างประเทศ และ ธนาคารนำเข้าส่งออก เพื่อการันตีโครงการที่เน้นเรื่องความต้องการของแอฟริกาในด้าน การแปรรูปแร่ ความโปร่งใส และอธิปไตยข้อมูล
ควรให้หน่วยงานภาครัฐต่างๆ ของสหรัฐฯ เข้าหาและปฏิสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในแอฟริกา อย่างเช่นผู้แทนการค้าต่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงควรให้มีโครงการอบรมแลกเปลี่ยนด้านความร่วมมืออวกาศในแอฟริกาโดยมีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ เป็นผู้ดำเนินการ และมีโครงการแลกเปลี่ยนผู้มีพรสวรรค์ด้านอวกาศในพื้นที่ ผ่านหน่วยงาน US Africa Command’s Space Force Component หรือ SPACEFOREUR-AF
อีกทั้งยังต้องมีการปรับเปลี่ยนภายในภาครัฐ เช่นการขยายบทบาทของ องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ หรือ NOAA ในการแลกเปลี่ยนด้านการทูต รวมถึงต่อรองให้สำนักงานเงินทุนยุทธศาสตร์สังกัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนภาคพื้นดินและอวกาศระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้ามากขึ้น เพื่อทำให้สามารถเข้าถึงตลาดเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
ทางด้านบริษัทด้านอวกาศในสหรัฐฯ ควรจะเริ่มลงมือทำได้เลยคือการเข้าถึงแร่ หรือให้การสนับสนุนทุนในรูปแบบที่ไม่ใช่เงินแก่ประเทศแอฟริกา โดยที่บริษัทเหล่านี้ยังสามารถเล่นบทบาทเป็นทูตเชิงการค้าได้ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นและขยายจำนวนกลุ่มผู้มีความสามารถในชุมชนวิทยาศาสตร์ของแอฟริกาที่กำลังเติบโตด้วย
เรียบเรียงจาก
- To compete with China in space, the US must form more equitable commercial partnerships with African nations, Atlantic Council, 18-02-2026
- China hands over space tech to Namibia, unlocking a significant satellite advantage, Business Insider, 01-12-2568
- ENSURING AMERICAN SPACE SUPERIORITY, The White House, 18-12-2568
Tags : รายงานพิเศษ, ต่างประเทศ, วิทยาศาสตร์, ความมั่นคง,
