“หมอหม่อง” พร้อมชาวเชียงใหม่อีกจำนวนหนึ่ง นั่งชูป้ายหน้ากงสุลสหรัฐฯ ส่งเสียงไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ แถลงเรียกร้องสันติภาพ ระบุ สหรัฐฯ ที่ละทิ้งกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หลักนิติธรรม และความรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อโลก ไม่ใช่สหรัฐฯ ที่โลกรู้จัก ขอประชาชนชาวอเมริกันร่วมส่งเสียงเพื่อเปลี่ยนแปลง โลกกำลังเฝ้ามองอยู่ด้วยความหวังว่าประชาชนชาวอเมริกันจะช่วยนำพาประเทศของตนกลับสู่เส้นทางแห่งสันติภาพอีกครั้ง
9 มี.ค. 2569 วานนี้ (8 มี.ค. 2569) เวลา 17.00 น. นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือหมอหม่อง อดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และยังเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปยังหน้าสถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ เพื่อชูป้ายข้อความไม่เห็นด้วยกับการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ โดยได้มีชาวเชียงใหม่อีกจำนวนหนึ่งเดินทางมาร่วมชูป้ายด้วย
หมอหม่องได้อ่านแถลงการณ์เพื่อสันติภาพและความรับผิดชอบระบุ เราขอประณามสิ่งที่รัสเซียได้กระทำต่อยูเครน เราขอประณามสิ่งที่ระบอบเผด็จการอิหร่านได้กระทำต่อประชาชนของตนเอง แต่ในวันนี้ เราจำเป็นต้องประณามสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังทำอยู่เช่นกัน ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างความตกตะลึงอย่างยิ่งต่อผู้คนจำนวนมากทั่วโลก
เหตุการณ์แรก คือการทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในอิหร่าน ซึ่งคร่าชีวิตเด็กนักเรียนประมาณ 150 คน และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
เหตุการณ์ที่สอง คือการโจมตีด้วยตอร์ปิโดจากเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ต่อเรือฟริเกตของอิหร่าน ซึ่งกำลังเดินทางกลับจากการฝึกทางทะเลในอินเดีย โดยมีรายงานว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในน่านน้ำสากล การโจมตีครั้งนั้นทำให้เรือลำดังกล่าวจมลง ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิตมากกว่า 80 นาย และผู้ที่รอดชีวิตซึ่งถูกปล่อยลอยคออยู่กลางทะเลก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือ


แม้เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของสงคราม แต่โลกย่อมคาดหวังบางสิ่งพื้นฐานจากประเทศที่ยืนยันมาโดยตลอดว่าตนยืนหยัดอยู่บนหลักนิติธรรม
เราคาดหวังการยอมรับข้อเท็จจริง เราคาดหวังความรับผิดชอบ และเราคาดหวังคำขอโทษ
การที่โศกนาฏกรรมของมนุษย์เช่นนี้ไม่ได้รับการยอมรับอย่างเหมาะสม เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง
กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องพลเรือน เพื่อลดความทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็น และเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้ในยามสงคราม หากหลักการเหล่านี้ถูกเพิกเฉย ความน่าเชื่อถือของระเบียบโลกก็จะถูกบั่นทอนลง
สำหรับพวกเราหลายคน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง เพราะมันไม่ใช่อเมริกาที่เราเคยชื่นชม ประเทศที่แม้จะมีข้อผิดพลาด แต่ก็พยายามยึดถือหลักนิติธรรม และความรับผิดชอบทางศีลธรรมต่อโลก เมื่อประเทศที่ทรงอำนาจละทิ้งหลักการเหล่านี้ ผลกระทบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสนามรบแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่จะทำให้ความไว้วางใจสั่นคลอน บรรทัดฐานระหว่างประเทศอ่อนแอลง และสันติภาพของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง
ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เราขอกล่าวอย่างชัดเจนว่า สงครามที่ปราศจากความรับผิดชอบนั้นไม่อาจยอมรับได้ การละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมไม่อาจถูกเพิกเฉยได้
แต่ต่อประชาชนชาวอเมริกัน เรามีข้อความอีกแบบหนึ่ง เมื่อเราวิพากษ์วิจารณ์อเมริกา เรากำลังพูดถึงการตัดสินใจของรัฐบาล ไม่ใช่ตัวประชาชนชาวอเมริกันเอง อเมริกาเป็นประเทศที่หลากหลาย เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความเมตตา มีความคิดลึกซึ้ง มีความกล้าหาญ และเชื่อมั่นอย่างแท้จริงในความยุติธรรมและสันติภาพ ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นหลายครั้งแล้วว่า เมื่อประชาชนชาวอเมริกันลุกขึ้นส่งเสียง ประเทศของพวกเขาก็สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ หากพวกท่านจำนวนมากรู้สึกไม่สบายใจกับทิศทางที่ผู้นำของท่านกำลังพาไป เสียงของพวกท่านยิ่งมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ประชาธิปไตยไม่ได้ให้เพียงสิทธิในการตั้งคำถามต่อรัฐบาล แต่ยังให้ความรับผิดชอบแก่ประชาชนในการเรียกร้องเส้นทางที่ดีกว่า
โลกกำลังเฝ้ามองอยู่ ไม่ใช่ด้วยความเป็นศัตรู แต่ด้วยความหวัง ความหวังว่าประชาชนชาวอเมริกันจะช่วยนำพาประเทศของตน กลับสู่เส้นทางแห่งปัญญา ความยับยั้งชั่งใจ ความรับผิดชอบ และสันติภาพอีกครั้ง
