Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยชุมชนกะเหรี่ยงใน 16 จังหวัด ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์ทำร้ายบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ชี้ว่าปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงความขัดแย้งส่วนบุคคล แต่สะท้อนคำถามสำคัญต่อสังคมไทยเรื่องการอยู่ร่วมกับความหลากหลาย พร้อมย้ำว่ากะเหรี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย การใช้ความรุนแรงหรือศาลเตี้ยไม่อาจอ้างว่าเป็นการปกป้องชาติได้ และเรียกร้องให้รัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส นำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งผลักดันการใช้กฎหมายคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เป็นกรอบนโยบายเพื่อสร้างสังคมที่เคารพความหลากหลาย

11 มีนาคม 2569 เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ออกแถลงการณ์ ต่อเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

“มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะเขาเกิดมาคล้ายกัน แต่มนุษย์ยิ่งใหญ่เพราะเขาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความแตกต่างโดยไม่ทำร้ายกัน”

ในโลกที่กำลังก้าวเข้าสู่ศตวรรษแห่งความหลากหลาย การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม และต่างชาติพันธุ์ คือบททดสอบสำคัญของอารยธรรมของสังคม จากเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อบุคคลชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการทำร้ายร่างกาย บังคับให้ขอโทษ และมีการกล่าวอ้างว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการ “สั่งสอน” หรือ “กู้ศักดิ์ศรีคนไทย” นั้น เครือข่ายกะเหรี่ยงมิได้ต้องการกล่าวหาหรือเข้าข้างใครเป็นการส่วนตัว แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้มิได้เป็นเพียงเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างบุคคล หากแต่สะท้อนคำถามสำคัญต่อสังคมไทยว่า “เราจะยืนอยู่บนหลักการของความยุติธรรมหรือปล่อยให้ความเกลียดชังและศาลเตี้ยกลายเป็นเครื่องมือของสังคม"

เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมชนกะเหรี่ยงใน 16 จังหวัดทั่วประเทศไทย ขอแสดงจุดยืนต่อสาธารณะดังต่อไปนี้

1.กะเหรี่ยงคือส่วนหนึ่งของแผ่นดินนี้: เครือข่ายกะเหรี่ยงฯ ขอยืนยันว่าชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ร่วมสร้างบ้านเมืองมาอย่างยาวนานก่อนมีพรมแดนรัฐชาติ กะเหรี่ยงมิใช่ “คนนอก” แต่คือพลเมืองไทย
2.การทำร้ายคนต่างวัฒนธรรมไม่ใช่การปกป้องชาติ: ไม่เห็นด้วยกับการสร้างวาทกรรมว่าการทำร้ายกะเหรี่ยงคือการ “ปกป้องคนไทย” เพราะความเป็นไทยถูกหล่อหลอมจากความหลากหลาย ไม่ใช่ความเกลียดชัง
3.ศาลเตี้ยไม่ใช่ความยุติธรรม: ไม่ยอมรับการใช้ความรุนแรงหรือการตั้งศาลเตี้ยเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าผู้ถูกกระทำจะเป็นใคร ในรัฐที่ยึดหลักนิติธรรม ไม่มีใครมีสิทธิ์ตั้งตนเป็นผู้พิพากษาเหนือกฎหมาย
4.ศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่มีลำดับชั้น: ไม่เห็นด้วยต่อการลดทอนคุณค่าของมนุษย์ผ่านการเหมารวมทางอัตลักษณ์ เพราะศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่เคยมีลำดับชั้น

ข้อเสนอและข้อเรียกร้อง
ขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านบนหลักความยุติธรรมและนิติธรรม โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
ขอให้หน่วยงานรัฐสอบสวนอย่างโปร่งใสและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด
เครือข่ายกะเหรี่ยงใน 16 จังหวัดจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดจนกว่ากระบวนการจะแล้วเสร็จ

ข้อเสนอเชิงนโยบาย
เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมขอเสนอให้มีการนํา พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบการพิจารณาในกรณีนี้ เพราะกฎหมายที่เคารพความหลากหลายคือรากฐานของ สังคมที่เป็นธรรม และเราเชื่อว่า “ป่าจะอยู่ได้เพราะต้นไม้หลายชนิด สังคมที่หลากหลายทางวัฒนธรรมจะอยู่ได้เพราะมนุษย์เคารพกัน สันติภาพมิได้เกิดจากการที่ผู้หนึ่งชนะอีกผู้หนึ่ง แต่เกิดจากการที่มนุษย์ทุกคนได้รับการยอมรับในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์"
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง