11 มี.ค. เข้าสู่วันที่ 12 ของการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล สำนักข่าว Al Jazeera รวบรวมสถานการณ์ประจำวัน อิหร่านระบุว่าพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน และสถานที่พลเรือนเกือบ 10,000 แห่ง ถูกอิสราเอลและสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดตั้งแต่สงครามเริ่มต้น
11 มีนาคม 2026 เข้าสู่วันที่ 12 ของการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล สำนักข่าว Al Jazeera รวบรวมสถานการณ์ประจำวัน โดยอิหร่านระบุว่าพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน และสถานที่พลเรือนเกือบ 10,000 แห่ง ถูกอิสราเอลและสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
เป้าหมายในอิหร่านรวมถึงสนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะรานถูกทิ้งระเบิดในคืนวันอังคาร (10 มี.ค.) ขณะที่เตหะรานยังคงโจมตีตอบโต้อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูง ในขณะเดียวกัน แรงกดดันทางการเมืองในวอชิงตันเพิ่มขึ้น สมาชิกสภาคองเกรสเรียกร้องให้มีการไต่สวนสาธารณะเกี่ยวกับเป้าหมายสงคราม และตั้งคำถามต่อยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเมื่อทหารอเมริกันเสียชีวิตมากขึ้นและการโจมตีพลเรือนกำลังถูกสอบสวน
สถานการณ์ในอิหร่าน
เตหะรานระบุว่ากองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลทิ้งระเบิดสถานที่พลเรือนเกือบ 10,000 แห่ง มีพลเรือนเสียชีวิตมากกว่า 1,300 คน อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN กล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ทั้งบ้านเรือนและสถานพยาบาล
มีรายงานเสียงระเบิดรุนแรงในเขตที่อยู่อาศัยใจกลางเตหะรานในช่วงกลางคืน หลังอิสราเอลโจมตีทางอากาศ "ระลอกใหญ่" สภากาชาดสากลรายงานว่าอาคารที่พักอาศัยถูกโจมตี ทีมกู้ภัยกำลังขุดค้นซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้คน
IRGC เปิดฉากโจมตีระลอกที่ 37 โดยยิงขีปนาวุธหนักพิเศษ "โครัมชาห์ร" เป็นชุดหลายชั้นนานกว่า 3 ชั่วโมง เป้าหมายรวมถึงเทลอาวีฟ ไฮฟา และเยรูซาเล็มตะวันตก รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในเออร์บิล อิรัก และมานามา บาห์เรน
ด้านรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เตือนว่าวันอังคาร (10 มี.ค.) จะเป็น "วันที่โจมตีหนักที่สุด" เตหะรานถูกโจมตีอย่างน้อย 8 เขต เมืองอื่นๆ ทั่วประเทศก็ถูกโจมตีเช่นกัน โฆษกกองทัพอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีเขตที่อยู่อาศัย
ผู้บัญชาการตำรวจอิหร่าน เตือนว่าผู้ที่สนับสนุนศัตรูของประเทศจะไม่ถูกมองเป็นผู้ประท้วงอีกต่อไป แต่จะถูกปฏิบัติเหมือน "ศัตรู"
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า "ฝนดำ" ที่ปนเปื้อนสารพิษอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หลังการโจมตีคลังเชื้อเพลิงอิหร่าน ควันหนาจากไฟไหม้โรงงานน้ำมันรวมถึงในเตหะรานผสมกับเมฆฝน ทำให้เกิดฝนที่ปนเปื้อนสารพิษ
สถานการณ์ในประเทศอ่าวเปอร์เซีย
ซาอุดีอาระเบียสกัดโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านหลายระลอก รวมถึงที่มุ่งเป้าภาคตะวันออกและฐานทัพอากาศ
กาตาร์สกัดการโจมตีด้วยขีปนาวุธระลอกใหม่ได้เมื่อเช้าวันพุธ กระทรวงกลาโหมแถลงว่า "ภัยคุกคามด้านความมั่นคงถูกกำจัดแล้ว สถานการณ์กลับสู่ปกติ"
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สกัดโดรน 26 ลำเมื่อวันอังคาร แต่ 9 ลำตกในดินแดน การโจมตีด้วยโดรนอีกลูกทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่นิคมอุตสาหกรรมรูไวส์ในอาบูดาบี ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดของประเทศ โรงกลั่นรูไวส์ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดของโลกหยุดดำเนินงานเมื่อวันอังคารเพื่อ "ความระมัดระวัง"
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พูดคุยกับเจ้าชายไฟซอล บิน ฟาร์ฮาน อัลซาอูด รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เรื่องเสริมการป้องกันให้ซาอุดีอาระเบีย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศกาตาร์ เรียกร้องให้ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ กลับมาเจรจาเพื่อหาทางออกผ่านคนกลาง เขาบอก Al Jazeera ว่าการที่อิหร่านโจมตีเพื่อนบ้าน "ไม่เป็นประโยชน์กับใคร"
IRGC แถลงว่ายิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต ตามรายงานของสำนักข่าว Fars และ Mehr ทางการคูเวตยังไม่แสดงความเห็น กองทัพอังกฤษรายงานว่าเรือสินค้าลำหนึ่งไฟลุกในช่องแคบฮอร์มุซหลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิด ลูกเรือกำลังอพยพและขอความช่วยเหลือ
สถานการณ์ในสหรัฐฯ
หลังจากการบรรยายลับของรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงเป้าหมายหรือระยะเวลาสงครามได้ สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้มีการไต่สวนสาธารณะ
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าทหารอเมริกันบาดเจ็บราว 140 นายและเสียชีวิต 7 นายตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Epic Fury
โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่าสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่านมากกว่า 5,000 จุด เน้นโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ แต่เธอยังกล่าวถึงการสอบสวนทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านที่ทำให้นักเรียนเสียชีวิตราว 175 คน โดยระบุว่ารัฐบาลจะยอมรับผลการสอบสวน ท่ามกลางหลักฐานภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่าขีปนาวุธสหรัฐฯ เป็นต้นเหตุ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน 16 ลำที่ไม่ได้ใช้งานใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ พลเมืองอเมริกันมากกว่า 43,000 คน ถูกอพยพออกจากตะวันออกกลางด้วยเที่ยวบินพาณิชย์และเที่ยวบินเช่าเหมาลำของกระทรวงต่างประเทศ
สถานการณ์ในอิสราเอล
สื่ออิสราเอลรายงานว่าขีปนาวุธอิหร่านทั้งหมดที่ยิงมายังอิสราเอลถูกสกัดได้ ไซเรนดังทั่วเทลอาวีฟและภาคกลาง
เว็บไซต์ Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่าสหรัฐฯ แจ้งอิสราเอลว่า "ไม่พอใจ" กับการโจมตีโรงงานพลังงานอิหร่าน และขอให้หยุดโจมตีโดยไม่ได้รับอนุมัติจากวอชิงตัน Al Jazeera ไม่สามารถยืนยันข่าวนี้โดยอิสระ
หน่วยงานไซเบอร์ของอิสราเอลแถลงว่าตรวจพบการแฮ็กกล้องวงจรปิดโดยอิหร่านหลายสิบครั้งเพื่อจารกรรมตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และเรียกร้องให้ประชาชนอัปเดตรหัสผ่านและซอฟต์แวร์ ด้านทูตพิเศษสหรัฐฯ กล่าวว่าจะเดินทางไปอิสราเอลสัปดาห์หน้าเพื่อประสานงานปฏิบัติการทางทหาร
สถานการณ์ในเลบานอน และอิรัก
กองกำลังอิสราเอลทิ้งระเบิดอาคารที่พักอาศัยใจกลางกรุงเบรุต ทำให้เกิดเพลิงไหม้และความเสียหายหลายชั้น เจ้าหน้าที่เลบานอนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 570 คนตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว
อิหร่านแสดงความโกรธแค้นและเรียกร้องความยุติธรรมที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง UN หลังอิสราเอลโจมตีในเบรุตสังหารนักการทูตอิหร่าน 4 คน เตหะรานเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "การก่อการร้าย"
มีผู้พลัดถิ่นในเลบานอนมากกว่า 667,000 คน ตามข้อมูลของ UN
นายกรัฐมนตรีอิรักแจ้งสหรัฐฯ ว่าอิรักไม่ควรถูกใช้เป็นฐานโจมตี หลังหลายพื้นที่ถูกโจมตีเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค.) รวมถึงกลุ่มที่เชื่อมโยงกับกองกำลังระดมพลประชาชน (PMF) เขตเคิร์ดดิสถานของอิรักที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ก็ถูกอิหร่านโจมตีเช่นกัน
