กองทัพสหรัฐฯ โจมตีระบบเรดาร์และโดรนของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังอิหร่านยิงโดรน MQ-1 ของสหรัฐฯ ตก ขณะที่ IRGC อ้างว่าตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ - 'ทรัมป์' ส่งคืนร่าง MOU พร้อมเงื่อนไขใหม่ที่เข้มงวดขึ้นด้านนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ แต่อิหร่านยืนกรานว่าเงินชดเชยต้องอยู่ในข้อตกลง
1 มิถุนายน 2026 เว็บไซต์ CNN รายงานว่า กองทัพสหรัฐฯ โจมตี "เพื่อป้องกันตนเอง" ในอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ระบุว่าเป็นการตอบโต้หลังอิหร่านยิงโดรน MQ-1 ของสหรัฐฯ ที่ปฏิบัติการเหนือน่านน้ำสากลตกลง โดยเครื่องบินรบสหรัฐฯ โจมตีระบบเรดาร์ สถานีควบคุม และโดรนโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ฝ่าย IRGC ของอิหร่านอ้างว่าตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นฐานโจมตีหอสื่อสารบนเกาะ Sirik ของอิหร่าน
ท่ามกลางการปะทะดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งคืนร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ยุติสงครามพร้อมเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะภาษาที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับพันธสัญญาด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงความกังวลต่อการให้เงินชดเชยแก่อิหร่าน ซึ่งทรัมป์ได้นำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อื้อฉาวในอดีตอย่างกรณี "เงินกองพาเลท" ในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่แอบส่งเงินสดจำนวนมากทางเครื่องบินไปให้อิหร่าน โดยทรัมป์วิจารณ์ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการทูตที่อ่อนแอและยอมก้มหัวให้กับต่างชาติ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่าการเปลี่ยนแปลงที่ขอมาไม่ได้มีสาระสำคัญมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์อ้างว่าสหรัฐฯ จะยึดและทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และไม่มีการพูดถึงการโอนเงินในการเจรจา แต่อิหร่านยืนยันว่าไม่ได้หารือรายละเอียดนิวเคลียร์ในการเจรจารอบปัจจุบัน และเงินชดเชยเป็นเงื่อนไขที่ต้องอยู่ในข้อตกลง ความขัดแย้งในจุดยืนเหล่านี้ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ยังประกาศว่าจะไม่มีการอนุมัติข้อตกลงใดจนกว่าสิทธิของอิหร่านจะได้รับการรับรองอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมระบุว่า "นักรบในสนามรบทางการทูตไม่เชื่อมั่นในคำพูดและคำสัญญาของศัตรู"
