Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

มีข้อสังเกตว่าในช่วงที่มีการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อเดือน เมษายน ที่ผ่านมา ทางรัสเซียและอิหร่านมีความเคลื่อนไหวในการเดินเรือแถบทะเลแคสเปียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเรือขนสินค้าของรัสเซียเข้าเทียบท่าเรือสำคัญของอิหร่านหลายแห่งมากขึ้น ซึ่งมีการประเมินว่าอาจจะมีการแลกเปลี่ยนอาวุธหรือเมล็ดธัญพืชผ่านช่องทางนี้มากขึ้น

2 พฤษภาคม 2026 จากข้อมูลติดตามการเดินเรือที่ได้รับการวิเคราะห์โดยนักวิจัยข่าวกรองแหล่งเปิด (OSINT) เซซิเลีย ซิกาลา ระบุว่า มีการเดินเรือของรัสเซียเทียบท่าเรือสำคัญของอิหร่านเพิ่มขึ้นมาก ไม่นานนักหลังจากที่มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อต้นเดือน เมษายน ที่ผ่านมา เช่น ท่าเรืออมิราบัด ซึ่งเป็นท่าเรืออิหร่านที่สำคัญแห่งหนึ่งในทะเลแคสเปียน

นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบเรือของอิหร่านซึ่งมีเรือบรรทุกของเหลว รวมถึงมีเรือที่ไม่เปิดเผยข้อมูลอยู่ด้วย สำหรับของรัสเซียบางส่วนนั้นสามารถระบุชื่อได้ ซึ่งบางส่วนเป็นเรือที่เคยเกี่ยวข้องกับการขนส่งด้านการทหารมาก่อน เช่น Port Olya 2 กับ Valentin Emirov

เคยมีเรือรุ่นใกล้ๆ กันคือ Port Olya 4 เคยถูกทำลายโดยกองทัพยูเครนเมื่อเดือน สิงหาคม 2025 ซึ่งในตอนนั้นมีรายงานว่าเรือลำนี้ได้ขนส่งลำเลียงโดรน Shahed-136 อาวุธกระสุน และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาวุธอื่นๆ จากอิหร่านไปให้กับรัสเซีย

เรือที่ถูกตรวจพบเหล่านี้เป็นเรือของบริษัทสัญชาติรัสเซียชื่อ Pola Rise ซึ่งมีเรือในชื่อ Pola รุ่นต่างๆ อย่าง Pola Yaroslava หรือ Pola Sofia เรือเหล่านี้ถูกคว่ำบาตรโดยทางการสหรัฐฯ และยูเครน

นอกจากนี้ยังมีเรือรุ่นอื่นๆ อย่าง Omskiy ที่ถูกโยงว่าเกี่ยวข้องกับการขนส่งอาวุธ ส่วนเรือรุ่น Pano นั้นถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งลำเลียงเมล็ดพืชจากดินแดนของยูเครนที่ถูกยึดครองโดยรัสเซีย

นอกจากนี้ข้อมูลข่าวกรองยังระบุถึงสาเหตุที่เรือรัสเซียไปจอดที่อมิราบัดมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้อิสราเอลได้ทำลายท่าเรือบันดาร์อันซาลี ซึ่งเป็นท่าเรือที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอิหร่านในทะเลแคสเปียน ทำให้ท่าเรืออมิราบัดเป็นท่าเรือใหญ่ที่เหลืออีกไม่กี่แห่งที่ยังคงดำเนินการได้

เรื่องนี้ทำให้เกิดสมมุติฐานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ในช่วงที่มีการหยุดยิงชั่วคราวในครั้งนั้นอาจจะเป็นการเปิดทางให้อิหร่านและรัสเซียเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ต่างๆ ได้ โดยมีการอาศัยเส้นทางทางทะเล เช่นการขนลำเลียงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธพกพาแบบโจมตีจากภาคพื้นดินสู่อากาศ และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกล

สื่อไฟแนนเชียลไทม์เคยรายงานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า รัสเซียเริ่มส่งโดรนโจมตีให้กับอิหร่านซึ่งเป็นรุ่นพัฒนาใหม่ชื่อ Geran-2 ที่มีการนำโดรน Shahed-136 ของอิหร่านมาต่อยอด นอกจากนี้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองดาวเทียมซึ่งสะท้อนความร่วมมือทางการทหารที่แน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ

โดยที่นอกเหนือจากสงครามอิหร่านแล้ว ทะเลแคสเปียนยังมีบทบาทกับสงครามยูเครนด้วย นับตั้งแต่ที่รัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 อิหร่านกับรัสเซียก็มีการอาศัยทะเลแคสเปียนเป็นช่องทางลำเลียงแลกเปลี่ยนกันระหว่างสองประเทศซึ่งต่างก้ถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกทั้งคู่ โดยมีรายงานจากสื่อหลายแห่งที่อ้างอิงหน่วยข่าวกรองระบุว่ามีการใช้ช่องทางทะเลแคสเปียนในการลำเลียงอาวุธที่ผลิตโดยรัสเซียกลับไปยังประเทศตะวันออกกลาง

ซึ่งการแลกเปลี่ยนสินค้าผ่านทะเลแคสเปียนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่อาวุธเท่านั้น แต่ยังมีการแลกเปลี่ยนอาหารด้วย โดยที่รัสเซียเป็นประเทศที่ส่งออกเมล็ดธัญพืชรายใหญ่ที่สุดของโลก พวกเขาได้ใช้ช่องทางทะเลแคสเปียนในการขนส่งเพื่อการส่งออกไปยังตลาดเป้าหมายในประเทศอิหร่าน กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิรัก และอัฟกานิสถาน

โดยที่ผู้อำนวยการ RusIranExpo Group อเล็กซานเดอร์ ชารอฟ เปิดเผยว่า น่าจะมีการขนส่งพัสดุต่างๆ ระหว่างรัสเซียกับอิหร่านผ่านทางทะเลแคสเปียนเพิ่มขึ้นสองเท่ากลายเป็น 10 ล้านตันในปี 2026


เรียบเรียงจาก
Ceasefire Window? Russia And Iran Rush Cargo Fleet Through Caspian Sea, UNITED 24, 10-04-2026
With Israeli Strike On A Caspian Port, Iran War Could Endanger Russia's Trade Route With Tehran, RFERL, 01-04-2026
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง