Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ผ่านร่างมติประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศอ่าวเปอร์เซียและจอร์แดน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการสู้รบทันที ร่างมตินี้ได้รับการสนับสนุนร่วมจาก 135 ประเทศ - แต่ร่างมติอีกฉบับที่รัสเซียเสนอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง ไม่ผ่านความเห็นชอบ - เข้าสู่วันที่ 13 ของสงคราม ประธานาธิบดีอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ เพื่อยุติความขัดแย้งและยุติสงคราม ประกอบด้วย การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของประเทศอิหร่าน, การชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และการได้รับการยืนยันหรือการรับประกันจากนานาชาติที่เชื่อถือได้ว่าจะไม่มีการรุกรานเกิดขึ้นอีกในอนาคต

12 มีนาคม 2026 เว็บไซต์ Al Jazeera รายงานว่า  คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ผ่านร่างมติประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศอ่าวเปอร์เซียและจอร์แดน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการสู้รบทันที ร่างมตินี้ได้รับการสนับสนุนร่วมจาก 135 ประเทศ

สมาชิก 13 จาก 15 ประเทศในคณะมนตรีความมั่นคงลงมติเห็นชอบเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ไม่มีประเทศใดลงมติคัดค้าน ร่างมตินี้เสนอโดยคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และมีประเทศสมาชิก UN อีก 135 ประเทศร่วมสนับสนุน

กาเบรียล เอลิซอนโด (Gabriel Elizondo) ผู้สื่อข่าว Al Jazeera รายงานจากสำนักงานใหญ่ UN ในนิวยอร์กว่า "ผลโหวตถล่มทลาย 13 เสียงเห็นชอบ 2 งดออกเสียง"

โฆษณา - Advertising

"ทั้งจีนและรัสเซียงดออกเสียง แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือทั้ง 2 ประเทศตัดสินใจไม่ใช้สิทธิ์ยับยั้งเพื่อสกัดมตินี้ น่าจะเพราะได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม ไม่ใช่แค่ในคณะมนตรีความมั่นคงแต่จากประเทศสมาชิกอื่นๆ ด้วย 135 ประเทศร่วมสนับสนุนมติที่ผ่านแล้ว" เอลิซอนโดกล่าว

"เราเชื่อว่านี่คือจำนวนประเทศที่ร่วมสนับสนุนร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา"

มติดังกล่าวประณามการโจมตีของอิหร่าน เรียกร้องให้หยุดการสู้รบทันที และแสดงความเสียใจต่อการที่เตหะรานมุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือและสิ่งก่อสร้างด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

"มติชัดเจนมากและเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายระหว่างประเทศแล้ว คำถามคืออิหร่านจะปฏิบัติตามหรือไม่ เราจะรู้ในอีกไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน" เอลิซอนโดกล่าว

โฆษณา - Advertising

"เสียใจอย่างสุดซึ้ง"

หลังการลงมติ อามีร์-ซาอีด อิราวานี (Amir-Saeid Iravani) เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำ UN กล่าวต่อที่ประชุมแสดงความ "เสียใจอย่างสุดซึ้ง" ต่อการรับมตินี้

"นี่เป็นวันที่น่าเสียใจอย่างยิ่งสำหรับคณะมนตรีความมั่นคงและประชาคมระหว่างประเทศ การรับมตินี้เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของคณะมนตรีอย่างร้ายแรง และจะเป็นรอยด่างถาวรในประวัติศาสตร์" อิราวานีกล่าว

เขาประณามสหรัฐฯ ว่าทำ "สงครามป่าเถื่อนต่อประชาชนอิหร่าน" และเป็นฝ่ายเริ่มความขัดแย้ง รวมถึงสังหารอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

"มตินี้คือความอยุติธรรมอย่างชัดแจ้งต่อประเทศของผม ซึ่งเป็นเหยื่อหลักของการรุกราน มันบิดเบือนความเป็นจริงและเพิกเฉยต่อต้นเหตุของวิกฤตโดยเจตนา" อิราวานีกล่าว พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลอยู่เบื้องหลังมตินี้

โฆษณา - Advertising

อิราวานียังระบุว่าพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตมากกว่า 1,348 คนและบาดเจ็บกว่า 17,000 คนตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รวมถึง "การสังหารหมู่เด็กนักเรียนหญิง 170 คนในเมืองมีนาบ" สถานที่พลเรือนมากกว่า 19,000 แห่ง ทั้งบ้านพักอาศัยและโรงพยาบาล ได้รับความเสียหาย

วาซิลี เนเบนเซีย (Vassily Nebenzia) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำ UN กล่าวว่ารัสเซียงดออกเสียงเพราะร่างมติ "ไม่สมดุลอย่างยิ่ง" และไม่บรรลุเป้าหมาย "ในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ"

"เราเสียใจต่อสถานการณ์ที่ประเทศตะวันออกกลางตกอยู่ ยิ่งกว่านั้น เราเห็นว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้" เนเบนเซียกล่าว

จาง จวิน (Zhang Jun) เอกอัครราชทูตจีนประจำ UN กล่าวว่าความขัดแย้งนี้ "ไม่มีความชอบธรรมหรือฐานทางกฎหมาย" และสหรัฐฯ กับอิสราเอลต้องหยุดโจมตีเพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในภูมิภาคเลวร้ายลง

โฆษณา - Advertising

คณะมนตรีความมั่นคงยังลงมติร่างมติอีกฉบับที่รัสเซียเสนอเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง แต่ร่างมติดังกล่าวไม่ผ่าน

สงครามวันที่ 13 เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

สำนักข่าว Al Jazeera รวบรวมสถานการณ์ประจำวันที่ 12 มีนาคม 2026 ซึ่งเป็นวันที่ 13 ของสงคราม  โดยมีรายละเอียดดังนี้

การโจมตีทางไซเบอร์ ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ และราคาน้ำมันที่พุ่งสูง กำลังซ้ำเติมผลกระทบของสงครามต่อทั่วโลก

สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีอิหร่าน ขณะที่เตหะรานเพิ่มความเข้มข้นในการโจมตีเพื่อป่วนตลาดพลังงาน ดันราคาน้ำมันพุ่งสูง  เมื่อสงครามเข้าสู่วันที่ 13 ในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.)

โฆษณา - Advertising

ประธานาธิบดีอิหร่านได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ เพื่อยุติความขัดแย้งและยุติสงคราม ประกอบด้วย การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของประเทศอิหร่าน, การชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และการได้รับการยืนยันหรือการรับประกันจากนานาชาติที่เชื่อถือได้ว่าจะไม่มีการรุกรานเกิดขึ้นอีกในอนาคต

สถานการณ์ในอิหร่าน

พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 1,348 คนและบาดเจ็บกว่า 17,000 คนตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) รายงานว่าสถานการณ์ "เลวร้ายหายนะ" มีเด็กกว่า 1,100 คนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านชื่อ Handala อ้างว่าโจมตีระบบเครือข่ายของ Stryker บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ยักษ์ใหญ่ และขโมยข้อมูล 50 เทราไบต์ เพื่อตอบโต้การโจมตีโรงเรียนในเมืองมีนาบที่ทำให้เด็กนักเรียนและผู้อื่นเสียชีวิตกว่า 170 คน

ยาห์ยา ราฮิม ซาฟาวี (Yahya Rahim Safavi) ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดมอจตาบา คาเมเนอี โจมตีทรัมป์ทางโทรทัศน์ของรัฐ เรียกเขาว่า "ประธานาธิบดีอเมริกันที่ฉ้อฉลและโง่ที่สุด" และ "ซาตาน"

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า "ยังไม่มีการยืนยัน" ว่าอิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ถูกวางทุ่นระเบิด IRGC แถลงว่าปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลร่วมกับ Hezbollah และยิงใส่เรือ 2 ลำที่อ้างว่าเพิกเฉยคำเตือนในช่องแคบฮอร์มุซ กองทัพเรือโอมานช่วยลูกเรือ 20 คนจากเรือชักธงไทยที่ถูกโจมตีในช่องแคบ

สถานการณ์ในประเทศอ่าวเปอร์เซีย

ซาอุดีอาระเบียสกัดและทำลายโดรน 2 ลำที่มุ่งหน้าสู่แหล่งน้ำมันชัยบาห์เหนือทะเลทรายรูบอัลคาลี โดรนอีกลำที่มุ่งเป้าเดียวกันก็ถูกสกัดก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังยิงโดรนตก 1 ลำที่เข้าใกล้เขตที่ตั้งสถานทูตต่างประเทศ และอีก 1 ลำในภาคตะวันออก

ในโอมาน โดรนโจมตีสร้างความเสียหายให้ถังเชื้อเพลิงหลายถังที่ท่าเรือซาลาลาห์ กาตาร์ประณามว่าเป็นการยกระดับที่อันตราย อิหร่านปฏิเสธว่าอยู่เบื้องหลัง ในบาห์เรน มีการโจมตีถังเชื้อเพลิงในเมืองมูฮาร์รัก ทางการขอให้ประชาชนอยู่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงควัน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สกัดอาวุธอิหร่านระลอกใหญ่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม รวมถึงขีปนาวุธพิสัยไกล 6 ลูก ขีปนาวุธร่อน 7 ลูก และโดรน 39 ลำ Citibank แจ้ง AP ว่าจะปิดสาขาทั้งหมดยกเว้น 1 แห่ง หลังอิหร่านขู่จะโจมตีสถาบันการเงินในภูมิภาค

ในคูเวต สายส่งไฟฟ้า 6 สายหยุดทำงานหลังเศษซากจากโดรนที่ถูกสกัดตกลงบนโครงสร้างพื้นฐาน โดรนอีกลูกพุ่งเข้าใส่อาคารที่พักอาศัย มีผู้บาดเจ็บ 2 คน

กระทรวงมหาดไทยบาห์เรนจับกุมพลเมือง 4 คนในข้อหาสอดแนมให้ IRGC Qatar Airways ประกาศจะกลับมาบินเมื่อวันพฤหัสบดี 29 เที่ยวบินจากและไปยังโดฮา หลังได้รับอนุมัติชั่วคราวจากรัฐบาล ชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัลทานี (Sheikh Mohammed bin Abdulrahman bin Jassim Al Thani) นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ชื่นชมความสามัคคีของประชาชนและผู้อยู่อาศัยระหว่างถูกอิหร่านโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า

สถานการณ์ในสหรัฐฯ

ทรัมป์ประกาศว่า "เราชนะแล้ว" โดยบอกผู้สื่อข่าวว่าอิหร่าน "เกือบถึงทางตันแล้ว" เขากล่าวว่า "เราชนะแล้ว ชั่วโมงแรกก็จบแล้ว" ทรัมป์ยังบอกว่ายินดีให้อิหร่านเข้าร่วมฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึงแม้อยู่ระหว่างสงคราม

The New York Times อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายงานว่าโรงเรียนอิหร่านน่าจะถูกขีปนาวุธ Tomahawk ของสหรัฐฯ โจมตีเนื่องจาก "ความผิดพลาดในการกำหนดเป้าหมาย" ค่าใช้จ่ายสงครามสัปดาห์แรกของสหรัฐฯ สูงกว่า 11,300 ล้านดอลลาร์ ตามที่สมาชิกสภาคองเกรสได้รับแจ้งในการบรรยายของกระทรวงกลาโหม

สถานการณ์ในอิสราเอล

อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่าปฏิบัติการ "จะดำเนินต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ตราบเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดและชนะ"

กองทัพอิสราเอลรายงานว่าทหาร 14 นายบาดเจ็บตั้งแต่เริ่มสงคราม รวมถึง 6 นายในเลบานอนตอนใต้ กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลระบุว่ามีผู้บาดเจ็บ 179 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อาการ "ไม่หนัก" กองทัพอิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตี "ระลอกใหญ่" ต่อโครงสร้างพื้นฐานของ Hezbollah ในพื้นที่ดาฮีเยห์ของกรุงเบรุต

สถานการณ์ในเลบานอน และอิรัก

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 7 คนและบาดเจ็บ 21 คนจากการโจมตีของอิสราเอลที่ริมทะเลในกรุงเบรุต ซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้พลัดถิ่นบางคนนอนกลางแจ้ง รัฐบาลเลบานอนระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากสงครามระหว่างอิสราเอลกับ Hezbollah เกิน 630 คน ผู้พลัดถิ่นราว 800,000 คน

เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีนอกชายฝั่งอิรัก ลูกเรืออย่างน้อย 1 คนเสียชีวิตและอีกหลายคนสูญหาย ขณะที่ 38 คนได้รับการช่วยเหลือ

น้ำมันและพลังงาน

สงครามยังคงป่วนการค้าโลก ราคาน้ำมันพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตอบสนองด้วยการปล่อยน้ำมันดิบสำรองมากเป็นประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล โดยสหรัฐฯ สมทบ 172 ล้านบาร์เรลเพื่อสงบตลาด

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising