ที่ประชุม ศบก.ขยายเพดานน้ำมันดีเซล B7 เป็นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เริ่มพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ทยอยปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 ปรับขึ้น 1 บาทต่อลิตร E20 ปรับลด 79 สตางค์ต่อลิตร พร้อมเพิ่มสูตร B20 สำหรับรถบรรทุกเติมหน้าคลัง - กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันสต็อกน้ำมันไทย ยังมีสำรองใช้ได้นานถึง 101 วัน พร้อมสั่งโรงกลั่นเดินเครื่องผลิตตลอด 24 ชั่วโมง
17 มีนาคม 2569 Thai PBS รายงานว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าว โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ร่วมแถลง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ว่านอกจากประกาศราคานัำมันหน้าปั๊มแล้ว จากนี้จะประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน
นอกจากนี้ จะเพิ่มผลิตภัณฑ์จาก B7 จะทยอยปรับเพิ่มเป็น B10 และ B20 โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดใหญ่ใช้ B20 เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง การเกษตร การก่อสร้าง โดยเป็นการซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นหรือพ่อค้าคนกลาง หรือจ็อบเบอร์ เพราะในช่วงนี้เกิดกรณีจ็อบเบอร์ไม่จำหน่ายน้ำมันให้ภาคอุตสากรรม เช่น รถบรรทุก ทำให้ต้องมาเติมน้ำมันในปั๊ม และกระทบประชาชน เพราะน้ำมันหมด
"มีโปรดักซ์ใหม่ B10 B20 นำไบโอดีเซลมาผสม ซึ่งมีผลต่างของราคา สิ่งที่สำคัญจะช่วยเกษตรกรจากการนำพืชผลทางการเกษตรมาทำเอทานอล และไบโอดีเซล"
ด้าน รมว.พลังงาน กล่าวว่า มีแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7 ล้าบาร์เรล รวมใช้ได้อีก 101 วัน ขณะที่โรงกลั่นทุกแห่ง ยืนยันว่าจะดำเนินการ 100% ส่วนผู้ค้าน้ำมันจะเปิดดำเนินการคลังน้ำมันให้รถบรรทุกเข้ามารับ เพื่อกระจายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ เกิดปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอในบางปั๊ม เนื่องจากประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้รอบการขนน้ำมันไม่เพียงพอ โดยได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันที่เป็นเจ้าของคลัง ให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้รถน้ำมันเข้ามารับ เช่น การกำหนดเกณฑ์อายุรถขนส่งน้ำมัน ขอความร่วมมือ ก.มหาดไทย กทม. ตำรวจจราจร ผ่อนปรนระยะเวลาวิ่งของรถขนส่งน้ำมัน เพื่อบรรเทาสถาการณ์หน้าปั๊ม
"ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยกันเติมน้ำมันในปริมาณปกติ เพื่อให้สถานการณ์กลับมาสู่ปกติโดยเร็ว"
รมว.พลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยจะขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซล เป็นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร พื้นฐานเป็น B7 จะทยอยขยับขึ้น เริ่มวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร
นอกจากนี้ จะส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ปรับสเป็กจาก B5 เป็น B7 เพิ่มส่วนผสมน้ำมันปาล์มจาก 5% เป็น 7% แต่จะประกาศเพิ่มเติมในส่วน B10 และ B20 ทำให้ราคา B10 ถูกกว่า B7 ลิตรละ 2 บาท ส่วน B20 ถูกกว่า B7 ลิตรละ 5 บาท
ส่วนน้ำมันเบนซิน E10 E20 E85 นั้น ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) E10 หรือแก๊สโซฮอล์ 95 จะปรับราคาขึ้นลิตรละ 1 บาท ส่วน E20 จะปรับราคาลง 79 สตางค์ต่อลิตร ทำให้ราคาถูกกว่า E10 จำนวน 5 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ จะมีการลงตรวจสอบป้องกันการกักตุน และจำหน่ายในราคาเกินควร
กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันสต็อกน้ำมันไทย ยังมีสำรองใช้ได้นานถึง 101 วัน
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานว่า นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน พร้อมแจงสาเหตุความวุ่นวายบริเวณสถานีบริการน้ำมันในบางพื้นที่ เกิดจากปัญหาด้านการกระจายสินค้า ย้ำไม่ใช่การขาดแคลนการผลิต ปริมาณสำรองน้ำมันในไทยใช้ได้นานกว่า 3 เดือน
จากการตรวจสอบล่าสุด กระทรวงพลังงานยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองรวมทั้งสิ้น 101 วัน ซึ่งประกอบด้วย การสำรองตามกฎหมาย และ Working Stock 42 วันหรือปริมาณเพียงพอสำหรับการใช้งานหรือการขายภายในระยะเวลา 42 วันน้ำมันระหว่างการขนส่ง 29 วัน น้ำมันนำเข้าเพิ่มเติมจากแองโกลา 1.9 ล้านบาร์เรล และสหรัฐฯ 6.25 แสนบาร์เรล และจากสัญญาระยะยาวล่วงหน้ามอีก 30 วันยืนยันว่าโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งยังมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ
ทั้งนี้จาการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน 1,502 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า ร้อยละ 89 ของสถานีบริการยังคงเปิดให้บริการปกติ แต่อาจมีบางชนิดหมดชั่วคราวเพื่อรอเที่ยวรถขนส่งเพียงร้อยละ 10 หรือประมาณ 150 แห่ง ที่จำเป็นต้องปิดให้บริการชั่วคราวเนื่องจากน้ำมันหมดสต็อกจริง เบื้องต้นผลการตรวจสอบไม่พบพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันจากผู้ประกอบการ จึงออก 4 มาตรการด่วน คืนความเชื่อมั่นสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ได้แก่
1.กระทรวงพลังงานได้สั่งการโรงกลั่นห้ามหยุดผลิตและให้เดินเครื่องเต็มกำลัง
2.ส่วนผู้ค้ามาตรา 7 เร่งส่งน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าคนกลาง Jobber เพื่อกระจายสินค้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ลดการแย่งชิงน้ำมันหน้าปั๊ม
3.ประสานงานกับ สตช. และ กทม. ขยายเวลาวิ่งรถบรรทุกน้ำมันให้ส่งสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง
4.คุมเข้มการกักตุน โดยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และมหาดไทย ตรวจสอบสถานีบริการเข้มงวด
