ชาวบ้านชนะ ศาลสั่งเหมืองทองอัคราจ่ายเงินเยียวยาด้านสุขภาพและจิตใจให้กับชาวบ้าน 382 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส นานกว่า 20 ปี พร้อมทั้งมีคำสั่งบังคับให้จำเลยดำเนินการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบำบัดดิน แหล่งน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำโดยรอบให้ปราศจากการปนเปื้อนของสารพิษ
24 มี.ค. 2569 ไทยรัฐ เดอะสแตนดาร์ด รายงาน เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 310 ศาลแพ่ง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ สว2 /2559 ที่สื่อกัญญา ธีระชาติดำรง กับพวกรวม 4 คน ตัวแทนชาวบ้าน จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องแบบกลุ่มต่อ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ประกอบการเหมืองทองคำชาตรี เป็นจำเลย ในคดีละเมิดเรียกค่าเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างอื่น
จากกรณีที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำของ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส มานานกว่า 20 ปี
คดีนี้เป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่มในคดีสิ่งแวดล้อมคดีแรกของประเทศไทย ซึ่งชาวบ้านมากกว่า 300 คน ยื่นฟ้อง บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ผู้ดำเนินการเหมืองทองคำชาตรี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทศิงส์เกตจากออสเตรเลีย
โจทก์ฟ้องว่า การประกอบกิจการเหมืองแร่ของจำเลยก่อให้เกิดการแพร่กระจายของฝุ่นละอองโลหะหนักที่มีพิษออกสู่ภายนอกเหมือง โดยการพัดปลิวไปตามกระแสลมเกิดเสียงสั่นสะเทือนจากการระเบิดหิน เกิดการรั่วไหลของสารพิษไซยาไนด์ที่ถูกกักเก็บไว้ในบ่อกักเก็บกากแร่ เกิดการแพร่กระจายของสารโลหะหนักอื่นๆ เช่น สารหนู, แมงกานีส, เหล็ก เป็นต้น ได้แพร่กระจายเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมของโจทก์และสมาชิกกลุ่มที่อาศัยบริเวณโดยรอบลำคลองและอ่างเก็บน้ำ โจทก์และสมาชิกกลุ่มนำน้ำจากลำคลองมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จะส่งผลให้เกิดการสะสมของสารพิษในผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ตลอดจนการบริโภคข้าวและอาหารจากแหล่งน้ำดังกล่าวมีสารไซยาไนด์ สารหนู และแมงกานีสเจือปนเป็นเหตุให้โจทก์และสมาชิกกลุ่มเจ็บป่วย ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพอนามัย และจิตใจ
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้จริง โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการรั่วไหลของโลหะหนักจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ไหลลงสู่ที่ราบทางทิศใต้และเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ตรวจพบโลหะหนักในลำคลองและในร่างกายของประชาชน รวมทั้งประชาชนยังได้รับผลกระทบจากฝุ่นและเสียงจากการระเบิดเหมืองแร่ของจำเลยจริง
พิพากษาให้ บมจ.อัครา รีซอร์สเซส ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้ง 4 และสมาชิกกลุ่มรวม 382 ราย ดังนี้
ค่าเสื่อมสุขภาพอนามัยทางร่างกาย
กรณีมีค่าโลหะหนักในร่างกายเกินเกณฑ์: อายุ 15 ปีลงมา ชดใช้รายละ 200,000 บาท / อายุมากกว่า 15 ปี ชดใช้รายละ 100,000 บาท
กรณีมีค่าโลหะหนักในร่างกายไม่เกินเกณฑ์: อายุ 15 ปีลงมา ชดใช้รายละ 100,000 บาท / อายุมากกว่า 15 ปี ชดใช้รายละ 50,000 บาท
ค่าเสื่อมสภาพจิตใจ (ความหวาดกลัวและวิตกกังวล): ผู้ที่มีสารโลหะหนักเกินเกณฑ์ ชดใช้รายละ 20,000 บาท / ผู้ที่ไม่เกินเกณฑ์ ชดใช้รายละ 10,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาล: ชดใช้รายละ 5,000 บาท
ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ: (ค่าซื้อน้ำดื่มและอาหารทดแทนแหล่งน้ำธรรมชาติ) ชดใช้รายละ 5,000 บาท
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ: ชดใช้รายละ 5,000 บาท
ทั้งนี้ ศาลยังได้มีคำสั่งบังคับให้จำเลยดำเนินการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการบำบัดดิน แหล่งน้ำ คลองสาธารณะ และอ่างเก็บน้ำโดยรอบให้ปราศจากการปนเปื้อนของสารพิษ พร้อมทั้งสั่งให้ดำเนินการกลบหลุมเหมืองและบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 ด้วยดินทั้งหมด
