ผลพวงจากการที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีอิหร่าน นอกจากจะส่งผลต่อความผันผวนเรื่องน้ำมันโลกแล้ว ยังกระทบไปถึงอุตสาหกรรมการบินด้วย โดยมีการปิดน่านฟ้าและยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากในตะวันออกกลาง อีกทั้งเรื่องน้ำมันขึ้นราคาก็ส่งผลให้ตั๋วโดยสารเครื่องบินราคาสูงขึ้นไปด้วย มีการยกเลิกบางเที่ยวบิน และค่าเบี้ยประกันก็อาจจะเพิ่มขึ้นเพราะความเสี่ยง
ภาพจาก: VtTN/wikimedia (CC BY-SA 3.0)
สายการบินชั้นนำของยุโรปได้เพิ่มราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินเพราะราคาเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินพุ่งสูงขึ้น เรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากสงครามอิหร่านที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเป็นฝ่ายเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
ราคาน้ำมันก๊าดเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน (ราว 56,000 บาท) มากกว่าก่อนหน้าที่จะเกิดสงครามอิหร่านสองเท่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เนื่องมาจากในช่วงที่ผ่านมาทางการอิหร่านได้โต้ตอบการโจมตีด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการลำเลียงน้ำมันที่ส่งออกจากตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ยังมีบางสายการบินเช่นสายการบิน SAS ของสแกนดิเนเวียประกาศว่าจะยกเลิกเที่ยวบินอย่างน้อย 1 พันเที่ยวบินซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเที่ยวบินภายในประเทศ เนื่องมาจากสถานการณ์ที่ราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
อันโก ฟอน เดอ เวิร์ฟฟ์ ซีอีโอของสายการบิน SAS กล่าวว่า "ถึงแม้ว่าพวกเราจะพยายามแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่นี่คือแรงสะเทือนที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโดยตรง"
ไม่เพียงแค่เรื่องราคาตั๋วที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น สงครามอิหร่านยังได้ทำให้อุตสาหกรรมการบินเกิดความโกลาหลเนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยด้วย มีการปิดน่านฟ้าในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดเหตุสู้รบในตอนนี้ ทำให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก
เรื่องนี้ไม่เพียงแค่ส่งผลต่อคนเดินทางเข้าออกประเทศตะวันออกกลางเท่านั้น ยังส่งผลต่อเที่ยวบินประเทศอื่นๆ ด้วย เนื่องจากสนามบินในตะวันออกกลางเป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญในภูมิภาค มีส่วนในการเป็นแหล่งต่อเที่ยวบินไปยังเอเชียและแอฟริกา ตัวอย่างอย่างเช่น สนามบินโดฮา ในกาตาร์ หรือสนามบินดูไบกับอาบูดาบีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เรื่องนี้ทำให้สายการบินยุโรปหลายแห่งต้องปรับเปลี่ยนตารางการเดินทางใหม่ โดยหันมาเพิ่มเที่ยวบินแบบบินตรงไปยังประเทศในเอเชียและแอฟริกา เพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้โดยสาร
เช่น สายการบิน ลุฟท์ฮันซ่า ได้เพิ่มเที่ยวบิน มิวนิก–สิงคโปร์ และ มิวนิก–เคปทาวน์ ขณะที่ออสเตรียนแอร์ไลน์ เพิ่มเที่ยวบินพิเศษเวียนนา–กรุงเทพฯ จำนวน 10 เที่ยวบิน ส่วนแอร์ฟรานซ์ ได้ปรับมาใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับหลายเส้นทางที่บินสู่เอเชียรวมถึงกรุงเทพฯ สิงคโปร์ และเดลี ด้วย อีกสายการสายการบินหนึ่งคือ บริติช แอร์เวย์ ก็ได้เพิ่มเที่ยวบินบินตรงไปยังกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ด้วยเช่นกัน
สำนักงานความปลอดภัยการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Union Aviation Safety Agency หรือ EASA) ได้ออกข้อเสนอแนะให้หลีกเลี่ยงน่านฟ้า 11 ประเทศในตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งเป็นการชั่วคราว ได้แก่ประเทศ บาห์เรน, อิหร่าน, อิรัก, อิสราเอล, จอร์แดน, คูเวต, เลบานอน, โอมาน, กาตาร์,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย
นอกจากนี้นักวิเคราะห์และบริษัทสายการบินต่างๆ ยังจับตามองอย่างใกล้ชิดในเรื่องค่าเบี้ยประกันการเดินทางที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้นสำหรับเที่ยวบินภูมิภาคตะวันออก สาเหตุเพราะฝ่ายอิหร่านได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีโต้ตอบกลับในพื้นที่ใกล้กับสนามบินด้วย
เรียบเรียงจาก
European airlines boost direct flights to Asia and Africa as passengers avoid Middle East, 17-03-2026
Iran crisis forces EU airlines to jack up ticket prices, Politico, 19-03-2026
