ครม.เคาะงบกลางกว่า 7.7 พันล้านบาท ช่วยเหลือประชาชน รับมือราคาพลังงานสูง อุ้มต้นทุนขนส่งและจัดกิจกรรมลดค่าครองชีพทั่วประเทศ - เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค. ภายใน 24 เม.ย. 69
11 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติงบกลางกว่า 7,742 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ด้านดังนี้
1) ดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยใช้งบกลาง 6,022.85 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้มีสิทธิฯ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 จำนวน 4,700 ล้านบาท อย่างต่อเนื่องในปีงบฯ 2569 ต่อไป และสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มเปราะบางตามมติ ครม. (26 มีนาคม 2569) จำนวน 1,322.85 ล้านบาท
2) มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง ใช้งบกลาง 1,458 ล้านบาท และจะใช้งบฯ จากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) อีก 601 ล้านบาทเพื่อสมทบมาตราการนี้ ซึ่งจะดูแลรถจำนวน 467,507 แสนคัน ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ผู้ประกอบการขนส่งและผู้ขับรถรับจ้างที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวนรถรวม 180,332 คัน
2. ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าแบบไม่ประจำทาง จำนวน 287,175 คัน
โดยการโอนเงิน จะเป็นการจ่ายผ่านพร้อมเพย์ แก่ผู้ประกอบการที่มีชื่อในระบบของกระทรวงคมนาคม และจะมีการเปิดให้แจ้งข้อมูลในลำดับต่อไป
3) มาตรการบรรเทาค่าครองชีพประชาชน โดยใช้งบกลาง 260.60 ล้านบาท ผ่าน 3 โครงการสำคัญ ได้แก่
1. โครงการ “ธงเขียวราคาประหยัดพลัส" จัดจำหน่ายสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตในราคาประหยัด ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ 150 ล้านบาท ส่งผลให้เกษตรกรมีเงินไว้ใช้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น
2. โครงการ “เยียยวยาลดค่าครองชีพประชาชน” ผ่านงานธงฟ้า รถโมบาย และรถพุ่มพวง จัดทั่วประเทศ คาดช่วยลดภาระประชาชน ไม่น้อยกว่า 228 ล้านบาท
3. โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท
ทั้ง 3 โครงการจะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ผลิต เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ SME ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบและป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ดังกล่าว ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น (Stagflation) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน รัฐบาลจึงได้มี (1) มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนกลุ่มเปราะบาง ภาคขนส่ง และเกษตรกร ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง รวมทั้ง (2) มาตรการสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับตัว (Transform) และหันมาใช้พลังงานสะอาดทดแทนน้ำมันให้มากขึ้น และมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการและภาคการเกษตรที่เป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศ ให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจและการทำการเกษตร โดยรัฐบาลคาดหวังว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวจะเป็นการแบ่งเบาภาระและช่วยลดต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการและเกษตรกร ซึ่งจะช่วยลดการส่งผ่านภาระต้นทุนไปสู่ผู้บริโภค โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ดังนี้
1. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับประชาชน
1.1 กลุ่มเปราะบาง: รัฐบาลมีมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.22 ล้านคน โดยการขยายวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 300 บาท เป็น 400 บาท ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
1.2 กลุ่มประชาชนทั่วไป: เตรียมพร้อมประชาชนทั่วไปสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤติพลังงาน ดังนี้
1.2.1 ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน (โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ) วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570
1.2.2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ยังสนับสนุนสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อประหยัดพลังงาน ประกอบด้วย (1) สินเชื่อบ้านอยู่เย็นเป็นสุข สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง และซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 2.20 ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี ยื่นรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 (2) สินเชื่อบ้านเบอร์ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อ ปลูกสร้าง และรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองคุณสมบัติบ้านเบอร์ 5 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.69 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลาการกู้สูงสุด 40 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 และ (3) สินเชื่อ Solar Roof สำหรับลูกค้าสวัสดิการที่หน่วยงานทำข้อตกลงโครงการสวัสดิการเงินกู้ที่อยู่อาศัย ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซื้อ Solar Roof วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
2. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคการเกษตร
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต วงเงินสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิต และมีการอบรม/เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีการวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดิน พืช และพื้นที่ด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี ทั้งนี้ เมื่อเกษตรกรผู้กู้ปฏิบัติได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข รัฐบาลจะชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน ระยะเวลาโครงการ 3 ปี
3. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการ
3.1 คู่สัญญาภาครัฐ : เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและลูกจ้างของคู่สัญญาภาครัฐ กรมบัญชีกลางจึงได้ผ่อนปรนเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง เช่น กรณีที่ผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ ให้ถือว่ามีเหตุผลสมควรและไม่เป็นผู้ทิ้งงานพร้อมคืนหลักประกัน สำหรับสัญญาที่ลงนามแล้วหากได้รับผลกระทบอาจเจรจาหยุดงานชั่วคราวได้ตามความเหมาะสม กรณีที่ลงนามสัญญาแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้ดุลยพินิจเลิกสัญญาและคืนหลักประกันได้ เป็นต้น พร้อมทั้งขยายราคากลางงานก่อสร้างของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซลให้อยู่ที่อัตรา 51.00 - 69.99 บาทต่อลิตร เพื่อให้การคำนวณราคากลางสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและสำนักงบประมาณได้ดำเนินการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เร่งรัดการโอน/เปลี่ยนแปลงเงินจัดสรร เพื่อเป็นเงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างของสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) ที่ได้รับอนุมัติวงเงินแล้ว รวมทั้งปรับปรุงและทบทวนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และวิธีการคำนวณสัญญาแบบปรับราคาได้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันและราคาวัสดุ
3.2 มาตรการสำหรับ SMEs : กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB พลิกฟื้นธุรกิจไทย วงเงิน 100,000 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนเพื่อปรับตัว (Transformation) ทั้งในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เทคโนโลยี เป็นต้น สามารถขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวนี้ได้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการ EXIM Support Plus เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ส่งออกไทยที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น โดยคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ร้อยละ 4.00 ต่อปี และยังมีโครงการประกันการส่งออกด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษสำหรับประกันความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง
4. มาตรการบรรเทาผลกระทบสำหรับภาคขนส่ง
คณะรัฐมนตรีได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันแก่ภาคขนส่งเป็นระยะเวลารวม 42 วัน (ตั้งแต่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569) ในวงเงินจำนวนรวม 2,061 ล้านบาท ให้แก่ 1) กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (รถบรรทุกขนาดใหญ่ 10 ล้อขึ้นไป และรถบรรทุกขนาดเล็กน้อยกว่า 10 ล้อ) จำนวน 1,354 ล้านบาท 2) กลุ่มรถจักรยานยนต์สาธารณะ จำนวน 97 ล้านบาท 3) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 2 และหมวด 3 (รถตู้โดยสาร และรถมินิบัส) จำนวน 81 ล้านบาท 4) กลุ่มรถโดยสารสาธารณะหมวด 4 จำนวน 9 ล้านบาท 5) กลุ่มรถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ล้านบาท 5) กลุ่มรถโดยสารไม่ประจำทาง จำนวน 311 ล้านบาท และ 6) สนับสนุนเงินให้บริษัท ขนส่ง จำกัด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกลุ่มประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยในช่วง 6 – 19 เมษายน 2569 จำนวน 200 ล้านบาท
นายเอกนิติฯ ยังได้เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณดำเนินการพิจารณาลดการใช้งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นงดการเดินทางไปศึกษาดูงาน หรือฝึกอบรมในต่างประเทศ และปรับรูปแบบการดำเนินการเป็นการศึกษาดูงานหรือจัดกิจกรรมภายในประเทศแทน รวมทั้งลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยให้มีการปฏิบัติหน้าที่จากที่พักอาศัยของตนเอง (Work From Home) ในส่วนงานที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรของภาครัฐ
รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งมั่นดำเนินมาตรการข้างต้นเพื่อเร่งบรรเทาผลกระทบให้แก่เกษตรกรรายย่อย ประชาชน และผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจผ่านการสร้างนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ และวางรากฐานให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างยั่งยืนและครอบคลุมในทุกมิติ
เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค. ภายใน 24 เม.ย. 69
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (11 เมษายน 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างการพิจารณาอยู่ในรัฐสภา ทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมทั้งหมด 24 ฉบับ และมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงและหัวหน้าส่วนราชการเร่งทบทวนพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ค้างอยู่ พร้อมแจ้งยืนยันต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569
จากนั้นจะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อพิจารณาร้องขอให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อไปให้ทันกรอบเวลาตามรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
นางสาวรัชดาฯ กล่าวต่อว่า ร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างอยู่ทั้ง 24 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่างพระราชบัญญัติที่ค้างในชั้นการพิจารณาของ สผ. จำนวน 20 ฉบับ และ 2. ร่างพระราชบัญญัติที่ค้างในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา จำนวน 4 ฉบับ แบ่งเป็นของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
1) กระทรวงกลาโหม 2 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
2) กระทรวงการคลัง 3 ฉบับ :
1. ร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. ....
2. ร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์)
3. ร่างพระราชบัญญัติโอนที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานีให้แก่ นางมี รักเสมอวงศ์ พ.ศ. ....
3) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ 2 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
4) กระทรวงคมนาคม 5 ฉบับ :
1. ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (เพิ่ม (ฆ/4) ว่าด้วยการค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำ)
2. ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ ในท้องที่เขตวังทองหลาง เขตบางกะปิ เขตสวนหลวง เขตประเวศ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอบางพลี อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ. ....
3. ร่างพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างกิจการรถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย - มีนบุรี ในท้องที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี และเขตหลักสี่ เขตบางเขน เขตคันนายาว เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
4. ร่างพระราชบัญญัติกำหนดภาระในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อกิจการขนส่งมวลชน โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรีในท้องที่เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ....
5. ร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
5) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 ฉบับ : ร่างพระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ....
6) กระทรวงยุติธรรม 3 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 3. ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
7) กระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและแนวหน้าสุขภาพ พ.ศ. ....
8) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 1 ฉบับ : ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
9) สำนักงาน ก.พ.ร. 1 ฉบับ : ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. ....
10) สำนักงาน ปปง. 2 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... 2. ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่กำหนดความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ....
11) สำนักงานศาลยุติธรรม 2 ฉบับ : 1. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (กำหนดให้มีเจ้าพนักงานคดีทำหน้าที่ช่วยเหลือศาลในการดำเนินคดี) 2. ร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานคดีประจำศาลยุติธรรม)
อนึ่ง รัฐธรรมนูญ มาตรา 147 กำหนดว่า เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติที่ยังพิจารณาไม่เสร็จจะถือว่า “ตกไป” ทันที อย่างไรก็ตาม หากมีการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หลังการเลือกตั้งคณะรัฐมนตรีสามารถขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายที่ตกไปนั้นกลับมาพิจารณาต่อได้ โดยต้องยื่นคำขอภายใน 60 วัน นับจากวันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง ซึ่งกรณีนี้คือภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และหากรัฐสภาเห็นชอบ ก็สามารถนำร่างกฎหมายนั้นกลับมาพิจารณาต่อได้ตามขั้นตอนปกติ” นางสาวรัชดาระบุ
