พรรคประชาชนแถลงวิจารณ์มาตรการเยียวยาผลกระทบราคาพลังงาน "มาช้า-มาน้อย-ไม่ครอบคลุม" เรียกร้องรัฐบาลต้องกระจายความช่วยเหลือ ดูแลกลุ่มเดือดร้อนไม่ตกหล่น ชี้งบ 7,700 ล้านบาทช่วยประชาชนจริงเพียง 3,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการอุดช่องงบเดิม พร้อมเสนอเปิดข้อมูลปุ๋ย-ขยายสิทธิช่วยเหลือ และใช้งบอย่างโปร่งใสผ่านสภา
11 เมษายน 2569 พรรคประชาชนแถลงข้อเสนอต่อมาตรการเยียวยาผลกระทบจากราคาพลังงาน ภายหลังคณะรัฐมนตรีประชุมนัดพิเศษ โดยระบุว่ามาตรการที่ออกมายังไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในวงกว้าง
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ระบุว่า แม้มาตรการจะใช้งบประมาณรวม 7,700 ล้านบาท แต่เมื่อลงรายละเอียดพบว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนจริงเพียงราว 3,000 ล้านบาท ส่วนอีก 4,700 ล้านบาทเป็นการนำไปอุดช่องว่างงบประมาณที่ไม่ได้ตั้งไว้สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีงบประมาณ 2569
ทั้งนี้ ยังมีกลุ่มสำคัญที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เช่น ชาวประมงที่ไม่สามารถออกเรือได้ จนกระทบต่อปริมาณอาหารทะเล รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น เม็ดพลาสติก ซึ่งเชื่อมโยงไปยังห่วงโซ่อุปทานด้านบรรจุภัณฑ์ สี และการก่อสร้าง
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการที่มีรายละเอียดชัดเจนที่สุดกลับเป็นการช่วยเหลือคู่สัญญาภาครัฐด้านการก่อสร้าง เช่น การปรับสัญญา เพิ่มเพดานราคาน้ำมันดีเซล และการคืนหลักประกันสัญญา จึงเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนกลุ่มอื่นในระดับเดียวกัน
ด้านนายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรค ระบุว่าต้นทุนหลักของภาคเกษตรอยู่ที่ปุ๋ยเคมีและน้ำมัน ซึ่งรวมกันคิดเป็น 40–50% ของต้นทุนทั้งหมด แต่มาตรการที่ออกมายังช่วยได้เพียงบางส่วน โดยเฉพาะโครงการปุ๋ยธงเขียวที่ยังเข้าถึงเกษตรกรได้เพียงราว 1% ของความต้องการใช้
พรรคเสนอให้ขยายสิทธิการเข้าถึงโครงการปุ๋ยธงเขียวให้ครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมด พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลปริมาณและราคาปุ๋ยทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและป้องกันการขายเกินราคา
ในส่วนของน้ำมันเชื้อเพลิง พรรคชี้ว่ายังไม่มีมาตรการช่วยเหลือภาคการเกษตรและประมงอย่างชัดเจน ทั้งที่เป็นต้นทุนสำคัญของการผลิต โดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น เงินช่วยเหลือด้านการศึกษา และวงเงินกู้ฉุกเฉินสำหรับครัวเรือน เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ได้อยู่ในระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค กล่าวเพิ่มเติมว่า แหล่งงบประมาณส่วนใหญ่ในมาตรการรอบนี้ไม่ได้เป็นการเยียวยาใหม่ แต่เป็นการแก้ปัญหาการตั้งงบประมาณของรัฐบาลเอง โดยกองทุนประชารัฐในปี 2569 ถูกตั้งงบไว้เพียง 30,000 ล้านบาท จากที่ควรใช้ราว 50,000 ล้านบาท ทำให้ต้องนำงบกลางมาเติม
พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้การโอนงบประมาณดำเนินการผ่านพระราชบัญญัติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และให้รัฐสภามีส่วนร่วมตรวจสอบ พร้อมระบุว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเร่งหาแหล่งงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนสอดคล้องกับระดับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง
