Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'รอมฎอน-กิตติพงษ์' สส.พรรคประชาชน วิจารณ์คำพูดนอกไมค์ของแม่ทัพภาคที่ 4 กรณีคดีลอบยิง 'กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ' สส.พรรคประชาชาติ ชี้สะท้อนทัศนคติด้านความมั่นคงที่น่ากังวล กระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐ และเรียกร้องให้ทบทวนบทบาทผู้บังคับบัญชา

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 รอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ และนาวาโท กิตติพงษ์​ ปิยะวรรณโณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์โซเชียล [1] [2] แสดงความไม่เห็นด้วยกับวาทะของ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 หลังถูกผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์กรณีเหตุลอบสังหาร กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่า ฝ่ายความมั่นคงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวใช่หรือไม่ โดยแม่ทัพภาค 4 ปิดไมค์พร้อมตอบคำถามดังกล่าวว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นายรอมฎอน ปันจอร์ ระบุว่า คำพูดช่วง “ปิดไมค์” ของแม่ทัพภาคที่ 4 ระหว่างแถลงข่าวคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นสำคัญที่บดบังสาระของการแถลงทั้งหมด แม้จะมีความคืบหน้าคดีที่เชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และกองทัพ

รอมฎอนเห็นว่า ถ้อยคำลักษณะ “ถ้าผมทำจะไม่ปล่อยให้รอด” แม้ดูเหมือนเป็นการปฏิเสธ แต่กลับสะท้อนท่าทีที่อาจตีความได้ว่าเป็นการท้าทายระบบตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และตั้งคำถามต่อแนวคิดการใช้กำลังในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ว่าเหมาะสมหรือไม่

พร้อมตั้งคำถามไปยังผู้บังคับบัญชา รวมถึงรัฐบาล ว่ารับรู้หรือเห็นชอบกับแนวคิดดังกล่าวหรือไม่ โดยย้ำว่าการใช้กำลังของรัฐต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและความชอบธรรมทางการเมือง เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่

ด้าน นาวาโท กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ ระบุว่า คำพูดของแม่ทัพภาค 4 มีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นสาธารณะ เนื่องจากออกมาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงในพื้นที่

โดยมองว่า แม้อาจมีเจตนาสื่อว่า กอ.รมน. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุลอบสังหาร แต่ลักษณะการสื่อสารกลับไม่สามารถคลายข้อสงสัยของสังคมได้ อีกทั้งยังอาจถูกตีความว่าไม่สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ และหลักความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

ด้าน กิตติพงษ์ระบุว่า เหตุการณ์ลอบสังหารผู้แทนราษฎรถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน และคำพูดในลักษณะดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลต่อการใช้อำนาจของรัฐ

ทั้งนี้ สังคมคาดหวังให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติ และลดปัญหาการลอยนวลพ้นผิด

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามเชิงโครงสร้างว่า แนวทางด้านความมั่นคงที่ใช้อยู่มีส่วนทำให้สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยืดเยื้อยาวนานหรือไม่ พร้อมเสนอให้มีการทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเพิ่มกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม และดำเนินนโยบายภายใต้หลักนิติรัฐ ความโปร่งใส และความไว้วางใจของประชาชน
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง