Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • จาก “เมืองหลวงถ่านหิน” สู่ทางแยกใหม่ของเศรษฐกิจ มณฑลซานซีเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการท่องเที่ยว แต่ทิ้งคำถามใหญ่ไว้กับคนงานเหมืองกว่า 800,000 ชีวิตที่ยังไม่รู้อนาคต
  • โอกาสมี แต่ไม่เท่ากัน โมเดล “เหมืองสู่ท่องเที่ยว” สร้างรายได้และงานใหม่บางส่วน แต่คนงานจำนวนมากยังขาดทักษะ ความมั่นใจ และทางเข้าถึงอาชีพใหม่
  • ถ่านหินยังไม่หายไป แม้พลังงานสะอาดโตแซงในระดับมณฑล แต่จีนยังสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม ทำให้แรงงานติดอยู่กลางรอยต่อระหว่างอดีตกับอนาคต


คนงานเหมืองถ่านหินในจีน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานของจีนมาหลายทศวรรษ และกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุคที่พลังงานหมุนเวียนเข้ามาแทนที่ถ่านหินอย่างรวดเร็ว | ภาพจาก: sohu.com

ในวันหนึ่งของเดือนมีนาคม 2026 ที่เมืองต้าถง มณฑลซานซี ชายคนหนึ่งเดินตามถนนชักชวนผู้คนให้แวะเข้าร้านบะหมี่ของตัวเอง ไม่มีอะไรผิดปกติในภาพนั้น ยกเว้นว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาคือคนทำงานเหมืองถ่านหิน มือที่เคยจับพลั่วและสวมถุงมือหนังขุดถ่านหินใต้ดิน วันนี้หันมาจับทัพพีและยืนเรียกลูกค้าหน้าร้านริมถนนสายท่องเที่ยว

ร้านบะหมี่เล็กๆ ริมถนนอาจดูไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ในบริบทของเมืองอุตสาหกรรมที่กำลังหาตัวเองใหม่ มันคือภาพแทนของการเปลี่ยนผ่านที่เป็นรูปธรรมที่สุด ซานซีกำลังเผชิญกับคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่เรื่องพลังงาน นั่นคือชีวิตของคนงานกว่า 800,000 คนจะเดินต่อไปอย่างไร ในยุคที่ถ่านหินไม่ใช่คำตอบเดียวอีกต่อไป

เช่นเดียวกับ หยาง ไห่หมิง เกษียณจากเหมืองถ่านหินที่อายุ 60 ปี เขาไม่ได้หยุดทำงาน แต่เลือกเดินหน้าสู่ชีวิตบทใหม่ด้วยการเปิดร้านขายเนื้อแกะย่างริมทางเข้าถ้ำหินสลักหยุนกัง แหล่งมรดกโลกจากศตวรรษที่ 6 ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าหลายล้านคนต่อปี

โฆษณา - Advertising

ในสายตาของหลายคน หยาง คือผู้โชคดีที่หาทางออกได้ก่อน แต่สำหรับคนทำงานเหมืองอีกหลายแสนชีวิตในมณฑลซานซี คำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนก็คือ "พวกเขาจะอยู่รอดในยุคพลังงานสะอาดได้อย่างไร?"

เมืองถ่านหินที่กำลังเงียบงัน

เมืองต้าถง ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีน เป็นที่รู้จักในนาม "เมืองหลวงถ่านหิน" ของประเทศ และมณฑลซานซีเองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตถ่านหินรายใหญ่ที่สุดในโลก หากนับเป็นประเทศต่างหาก ตามรายงานของ AP คนงานเหมืองกว่า 800,000 คนในมณฑลนี้ขุดถ่านหินได้ถึง 1.3 พันล้านตันในปี 2568 หรือเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณถ่านหินทั้งหมดที่จีนผลิต และยังมีประชากรอีกหลายล้านคนที่มีชีวิตผูกพันกับอุตสาหกรรมนี้ทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านโลจิสติกส์ การก่อสร้าง หรือร้านอาหาร

ภาพของต้าถงในวันนี้กลับตรงข้ามกับความรุ่งเรืองในอดีต หมู่บ้านที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยครอบครัวคนงาน มีโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสนามกีฬา กลับเงียบเหงาลงอย่างเห็นได้ชัด โรงเรียนปิดล็อก ตึกแถวหลายหลังว่างเปล่า และบนถนน มักเห็นเพียงผู้สูงอายุนั่งผิงแดดหรือเล่นไพ่

หยาง ซึ่งให้สัมภาษณ์กับ AP เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า "สมัยก่อนมีคนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน แน่นไปหมดทุกที่ ตอนนี้ความคึกคักหายไปแล้ว ความรู้สึกแบบนั้นก็หายไปด้วย"

โฆษณา - Advertising

โอกาสใหม่มาแล้ว แต่ใครจะคว้าได้?


นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศหลั่งไหลเข้าชมถ้ำหินสลักยุนกัง เมืองต้าถง มณฑลซานซี ในช่วงฤดูท่องเที่ยว ถ้ำยุนกังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 4 ถ้ำหินสลักอันยิ่งใหญ่ของจีน | ภาพจาก: Wang Kexian/人民图片网

รัฐบาลมณฑลซานซีตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็น "เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์" ของเศรษฐกิจหลังยุคถ่านหิน จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวิดีโอเกมดัง Black Myth: Wukong ที่มีฉากในถ้ำหินสลักหยุนกังและสถานที่ประวัติศาสตร์ใกล้เคียง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวพุ่งจาก 3 ล้านคนในปี 2023 เป็น 4.5 ล้านคนในปี 2024

ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ World Resources Institute (WRI) องค์กรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก รายงานเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ว่าได้ร่วมมือกับผู้กำหนดนโยบายระดับมณฑล บริษัทเหมือง และชุมชนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาโมเดล "จากเหมืองสู่การท่องเที่ยว" โดยแปลงพื้นที่เหมืองเก่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้อดีตคนงานเหมืองกว่า 1,000 คน ได้ทำงานในภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นมัคคุเทศก์ ผู้ช่วยบูรณะมรดกวัฒนธรรม และพนักงานขับรถ ผลพลอยได้คือครัวเรือนในพื้นที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวใหม่มีรายได้เพิ่มขึ้น 10-20% จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น ซานซียังกลายเป็นมณฑลแรกของจีนที่นำหลักการ "การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม" (Just Transition) มาบรรจุไว้ในแผนการทำงานของรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม โอกาสเหล่านี้ไม่ได้กระจายถึงทุกคน โจว หงเฟย คนงานเหมืองวัย 36 ปี เปิดเผยกับ AP ว่าเขาเคยคิดจะเปลี่ยนมาทำงานด้านการท่องเที่ยว แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน และยังกังวลเรื่องการเลี้ยงดูภรรยาและลูกสาววัย 8 ขวบ

โฆษณา - Advertising

"การที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่มันยากมาก และความจริงคือ ผมไม่กล้า ถ้าออกจากวงการนี้แล้วมันไม่ได้ผล จะเป็นภาระให้ครอบครัวไหม?" โจว กล่าว

ด้าน สือ คนงานเหมืองอีกรายที่ปฏิเสธการให้ชื่อเต็มเพราะกลัวผลกระทบจากบริษัทรัฐ บอกกับ AP ว่าเขาต้องขับแท็กซี่อีกประมาณ 5 ชั่วโมงหลังเลิกงานเหมืองเพื่อให้มีรายได้พอกิน และตั้งคำถามตรงๆ ว่า "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนี้ ผมจะเข้าไปได้ยังไง? คนที่ได้ประโยชน์มักเป็นโรงแรมใหญ่หรือร้านอาหาร แล้วคนธรรมดาอย่างเราจะได้อะไร?"

ทอม หวัง นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ชาวซานซีโดยกำเนิด และผู้ก่อตั้ง People of Asia for Climate Solutions ให้มุมมองกับ AP ว่ายังมีคนงานจำนวนมากที่ "ไม่รู้ว่าจะทำอะไร บอกว่าตัวเองไม่มีทักษะที่คนอื่นต้องการ สิ่งเดียวที่รู้คือการเป็นคนงานเหมือง หรือไม่ก็กลับไปทำเกษตร"

หวัง ยังตั้งความหวังไว้กับอุตสาหกรรมไฮเทค โดยกล่าวว่า "ถ้า DeepSeek หรือ Baidu มาเปิดดาต้าเซ็นเตอร์ที่ซานซีได้ก็ดี" เพราะจีนในฐานะที่เคยใช้พลังถ่านหินจากซานซีพัฒนาประเทศ ก็ควรดูแลคนในพื้นที่นี้ด้วยเช่นกัน

โฆษณา - Advertising

ถ่านหินยังไม่ตาย และนั่นคือปัญหา


โรงไฟฟ้าถ่านหินในจีนยังคงดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง แม้จีนจะเดินหน้าขยายกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว แต่ในปี 2025 จีนยังเปิดใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ถึง 78 กิกะวัตต์ สะท้อนให้เห็นว่าถ่านหินยังไม่ถูกปลดระวางในเร็ววัน | ภาพจาก: Wikipedia

แม้กระแสพลังงานสะอาดจะพัดแรง แต่ถ่านหินยังไม่ถูกปลดระวาง ในปี 2025 ซานซีผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดรวมกันแตะ 90.48 กิกะวัตต์ คิดเป็น 55.1% ของกำลังการผลิตพลังงานทั้งหมดของมณฑล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่แซงหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหิน และพลังงานหมุนเวียนของมณฑลผลิตไฟฟ้าได้ถึง 118 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปีเดียวกัน ตามรายงานของสำนักข่าว Xinhua

ทว่าในภาพรวมของประเทศ จีนยังคงสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในสเกลมหึมา โดย AP รายงานว่าในปี 2025 จีนเปิดใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ถึง 78 กิกะวัตต์ ซึ่งมากกว่าที่อินเดียสร้างสะสมทั้งทศวรรษ และรัฐบาลจีนยังถอยจากการประกาศลดการใช้ถ่านหินอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กำหนดเพดานการใช้งานที่ชัดเจน ตามการวิเคราะห์ของ Centre for Research on Energy and Clean Air (CREA)

ฉี ฉิน นักวิเคราะห์จาก CREA ให้ความเห็นกับ AP ว่า "ความเชื่อมั่นยังไม่ถึงขั้นที่จะพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนได้ทั้งหมด" โดยเฉพาะท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกยิ่งเปราะบาง

โฆษณา - Advertising

สำหรับคนทำงานเหมือง ในตอนนี้ ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องอนาคตของอุตสาหกรรม แต่ยังรวมถึงความเป็นธรรมในการกระจายผลประโยชน์ ตราบใดที่ถ่านหินยังไม่ถูกปลดระวางอย่างเป็นทางการ คนงานก็ยังถูกแขวนอยู่ระหว่างสองโลก ไม่มั่นใจว่าควรยึดอาชีพเดิมต่อไป หรือควรเริ่มต้นใหม่ในอาชีพที่ยังไม่คุ้นเคย


ที่มา:
From digging coal to selling noodles? China's mining workers face change (AP News, 6 April 2026) 
Shanxi, China Creates Over 1,000 Jobs for Displaced Coal Workers (World Resources Institute, 3 March 2026) 
Beyond coal: Shanxi's power shift offers a window into China's energy transition (Xinhua, 4 February 2026) 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising