Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

วันเมย์เดย์ ปี 2569 กลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future จัดชุมนุมส่งเสียงถึงแรงงานทั่วโลก ไม่ขอยอมรับ มินอ่องหล่าย เป็นผู้นำประเทศ - ขอไทยทบทวนมาตรการทำเล่มเขียว ‘CI’ ไม่อยากส่งเงินให้ทหารพม่า อยากเปลี่ยนเป็นเงินภาษีให้รัฐบาลไทย

 

1 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (1 พ.ค.) เวลา 9.30 น. กลุ่มแรงงานข้ามชาติ Bright Future นัดรวมตัวหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC) แยกปทุมวัน เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวาระวันแรงงานสากล หรือวันเมย์เดย์ 

วันเมย์เดย์'69 แรงงานพม่าร่วมส่งเสียงไม่ยอมรับ 'มินอ่องหล่าย' เป็นผู้นำประเทศ หวังไทยทบทวนเลิก CI

สามารถคลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อชมบรรยากาศการชุมนุมของ Bright Future

ก่อนถึงเวลาเริ่มงาน มีพนักงานสอบสวนของ สน.ปทุมวัน เข้ามาถามผู้สื่อข่าวว่าการชุมนุมจะเสร็จตามเวลาหรือไม่ เพราะกังวลว่าช่วงบ่ายโมงจะมีขบวนเสด็จเคลื่อนผ่าน 

เมื่อเวลา 9.50 น. เริ่มมีประชาชนเข้ามาในพื้นที่ และเริ่มทำกิจกรรม

สำหรับบรรยากาศการชุมนุมวันนี้ มีผู้ชุมนุมแรงงานข้ามชาติมาไม่มากนัก โดย สุรัช กีรี แกนนำกลุ่ม Bright Future มองว่า ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่าหากออกมาทำกิจกรรม อาจถูกเพ่งเล็งจากทางการไทย ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน และผลักดันกลับประเทศ ขณะที่บางคนนายจ้างไม่อนุญาตให้ออกมาร่วมกิจกรรม

สุรัช ชาวไทยเขื้อสายเมียนมา เผยว่า เวลาจัดชุมนุม ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มาคอยสอบถามข้อมูลว่าจะมาจัดชุมนุมเมื่อไร หรือมากี่คน แต่เขาไม่กังวลเท่าไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่สามารถทำได้ แต่บางคนอาจจะมีความกังวลเรื่องผลกระทบ เรื่องถูก ตม.ตรวจสอบ 

กำหนดการทำกิจกรรม มีการผลัดกันปราศรัยโดยแรงงานข้ามชาติ มีกลุ่ม Rapcon ที่วันนี้ตั้งใจมาร่วมงานชุมนุมกับแรงงานข้ามชาติ และร่วมร้องเพลงแร็ป เพื่อสื่อสารประเด็นทางการเมืองในหลากหลายประเด็น ก่อนปิดท้ายด้วย การอ่านแถลงการณ์

อ้างอิงจากหนังสือข้อเรียกร้องของ Bright Future ระบุว่า สถานการณ์การเมืองเมียมาในขณะนี้แม้การเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่ก็เป็นการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีการใช้กฎหมายไซเบอร์ปิดปากประชาชน ที่ออกมาวิจารณ์ และสนับสนุนให้คว่ำบาตรการเลือกตั้ง รวมถึงไม่มีผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนมาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง 

หนังสือระบุต่อว่า ท่ามกลางกระบวนการจัดการเลือกตั้งทั่วไปพม่า หรือที่พวกเขามองว่าเป็นกระบวนการชุบตัวของ ‘มินอ่องหล่าย’ กองทัพพม่ายังคงใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ โจมตีใส่พลเรือนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังคงมีประชาชนต้องอพยพมายังไทย เพื่อหางานทำ 

อย่างไรก็ดี เมื่ออกมาต่างประเทศแล้ว แรงงานข้ามชาติยังต้องเจอมาตรการการขูดรีดทางภาษีและรายได้จากรัฐบาลเมียนมา โดยเฉพาะการทำสมุดเล่มเขียว หรือ CI ซึ่งทางการเมียนมานำมาเป็นเครื่องมือ เพื่อบังคับให้แรงงานข้ามชาติจ่ายเงินกลับไปให้รัฐบาล 

เนื่องในวาระวันแรงงานสากล ทางกลุ่ม Bright Future ขอส่งเสียงไปยังแรงงานทุกคนทั่วโลก ให้ร่วมกันคว่ำบาตร และประณามการเลือกตั้งและรัฐบาลทหารพม่า และร่วมกันยืนยันว่า มินอ่องหล่าย ไม่ใช่ผู้นำของชาวเมียนมา และไม่มีวันนำพาประเทศกลับคืนสู่ประชาธิปไตย 

สำหรับอีกข้อเรียกร้อง คือเขาอยากให้รัฐบาลไทย ช่วยทบทวนมาตรการทำเอกสารแสดงตน หรือ CI เนื่องจากชาวพม่าไม่ต้องการจ่ายค่าธรรมเนียม หรือภาษี ให้รัฐบาลพม่า ดั่งคำประท้วงที่ระบุว่า 

“CI စာအုပ် အလိုမရှိ"

"Workpermit (บัตรชมพู) နဲ့ အလုပ်လုပ်မယ်"

(เราไม่ต้องการหนังสือ CI จะทำงานด้วยบัตรชมพู)

พวกเขาอยากเสนอว่า เป็นไปได้หรือไม่ หากรัฐบาลไทยจะใช้เอกสาร บัตรสีชมพู เป็นเอกสารยืนยันตัวตนของแรงงานเมียนมาเพียงใบเดียว 

สุรัช อธิบายเพิ่มว่า วันนี้เขาจัดชุมนุม เพราะอยากส่งเสียงยืนยันว่า คนประเทศพม่าไม่ยอมรับมินอ่องหล่าย เป็นผู้นำประเทศ และอยากให้ยกเลิกการทำ CI หรือสมุดเล่มเขียว

สุรัช กีรี

เมื่อสอบถามถึงความเห็นสุรัช ที่มีผู้วิจารณ์ข้อเรียกร้องยกเลิกการทำ CI ว่า อาจจะทำให้มีแรงงานข้ามชาติเข้ามามากขึ้น หรือมีผลกระทบด้านความมั่นคง ประเด็นนี้ สุรัช อยากให้มองว่า การเข้ามาของแรงงานข้ามชาติพม่าเป็นเหมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ประเทศไทยอยากให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาช่วยทำงาน แรงงานพม่าก็ต้องการหารายได้จุนเจือชีวิต มันขาดกันไม่ได้ 

“เราช่วยสร้างประเทศนะครับ เราไม่ได้มาก่อกวน หรือมีปัญหาอะไร เราอพยพมา เพราะว่ามีปัญหาสารพัด น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า ไทยกับพม่า แยกกันไม่ได้ 

“เราอยากใช้บัตรชมพูใบเดียว ทำงานในประเทศไทย ทำประเทศไทยให้สวยงามมากขึ้น“ สุรัช กล่าว 

สุรัช คิดว่าเงินภาษีที่จ่ายให้รัฐบาลพม่า ค่าทำ CI จำนวนนับหมื่นล้าน เหมือนให้เงินไปซื้ออาวุธ ฆ่าประชาชน ซึ่งเป็นแบบนี้มา 5 ปีแล้วตั้งแต่มีการ รปห. เลยอยากเสนอว่า เป็นไปได้ไหม ที่จะระงับการทำ CI และเปลี่ยนเป็นภาษีเข้าประเทศไทย ซึ่งแรงงานยินดีในเรื่องนี้ 

“เรื่องเงินของที่จะให้มินอ่องหล่าย สนใจไหมเราให้ประเทศไทย คือแรงงานทุกคนเราโอเคกับรัฐบาลไทย เรายอมจ่ายภาษีให้รัฐบาลไทย แต่ขอไม่จ่ายให้กับมินอ่องหล่าย” แกนนำ Bright Future ทิ้งท้าย

คิดอย่างไรกับกระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติ ?

บริบทการเมืองไทยในขณะนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการก่อตัวของกระแสชาตินิยม และแนวคิดการต่อต้านการให้สิทธิแรงงานข้ามชาติมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการมองว่าชาวพม่าที่เข้ามาจะมาแย่งงานในประเทศ ทำงานอาชีพสงวน เป็นภาระงบประมาณของประเทศ และอื่นๆ 

ประชาไท นำกระแสความกังวลเหล่านี้ ไปถามความคิดเห็น สมาชิกกลุ่ม Rvpcon ที่วันนี้จะมาร่วมกิจกรรมกลุ่มแรงงานข้ามชาติ “Bright Future” บริเวณลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (BACC) แยกปทุมวัน ว่าเขาคิดยังไงกับกระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติ และมีอะไรอยากสื่อสารถึงสังคมถึงประเด็นนี้หรือไม่ 

แรงงานข้ามชาติ กลจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

'บุ๊ค' Elevenfinger หรือธนายุทธ ณ อยุธยา แร็ปเปอร์จากคลองเตย ที่มาร่วมเปิดมินิคอนเสิร์ต เผยว่า ที่วันนี้มาร่วมกิจกรรม เนื่องจากส่วนตัวเคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม Bright Future มาแล้วครั้งหนึ่ง และพอเขาจัดงานอีกรอบ เลยอยากมาร่วมแสดงพลังกับแรงงานข้ามชาติ เพราะว่าอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของแรงงานข้ามชาติ 

"กลุ่มแรงงานข้ามชาติเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในตัวเมืองเองก็ดี หรือพื้นที่ต่างๆ เองก็ดี พวกเขาควรได้รับสิทธิในการคุ้มครองในเรื่องของค่าแรง และสิทธิในเรื่องความปลอดภัยที่พวกเขาควรได้รับ 

"ผมไม่อยากให้คนไทย หรือใครก็ตามมองว่า คนแรงงานเหล่านี้เขาเข้ามาแย่งพื้นที่ทำมาหากิน ส่วนตัวผม ผมมองว่าเขาเป็นส่วนช่วยในการขับเคลื่อนเมืองเหมือนกัน อยากจะให้คนไทย และทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกัน และก็ให้ความเคารพ และก็มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน" บุ๊ค กล่าว

แร็ปเปอร์คลองเตย มองว่า เขาอยากสื่อสารไปยังพรรคการเมือง เพราะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนมองข้าม เรื่องของแรงงานข้ามชาติ อย่างส่วนตัวเขาเองอยู่ในชุมชนคลองเตย ก็จะมีโอกาสคลุกคลีและก็คุ้นเคยกับแรงงานข้ามชาติทั้งในตลาดคลองเตย และชุมชน ซึ่งสะท้อนว่านอกจากคนไทยที่ทำงานในส่วนต่างๆ ของเมืองแล้ว ก็ยังมีแรงงานข้ามชาติยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองด้วย 

“อยากให้เข้ามาสนใจตรงนี้ ทำให้เป็นระบบระเบียบ ทำให้พวกเขา (แรงงานข้ามชาติ) ได้รับสิทธิ ที่ควรได้รับ และอยากให้มองว่าคนไทยไม่ได้ถูกแย่งงาน และสิทธิของคนไทยไม่ได้ถูกละเมิด อยากให้มองว่าพวกเขาเข้ามาทำงาน ก็เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และพวกเขาควรได้รับการคุ้มครองเหมือนกัน” บุ๊ค กล่าว 

สำหรับคอนเสิร์ตวันนี้ทางบุ๊ค ได้เตรียมเพลง “บ้านเรา” และอีกเพลงเป็นเพลงที่ตั้งใจที่จะสื่อสารในเรื่องแรงงาน และความหลากหลายของชนชาติ บุ๊ค มองว่า ความหลากหลายเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา จริงๆ แล้วเราไม่ควรแบ่งแยก เรามีความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ก็อยากให้มองคนด้วยความเป็นมนุษย์และความเข้าใจ

"อย่างที่ต่างชาติบอกว่าประเทศไทย เป็นเมืองแห่งน้ำใจ ประเทศไทยเป็นเมืองสยามเมืองยิ้ม เพราะฉะนั้น เราต้องรักษาตรงนี้ของเราเอาไว้ เราต้องรักษาขนบธรรมเนียมที่ดีเอาไว้ คือการมีน้ำใจ และแรงงานข้ามชาติที่เขาเข้ามาทำงาน อย่างที่ผมบอก พวกเขาก็ควรได้รับสิทธิคุ้มครองเหมือนกับพวกเรา" บุ๊ค ทิ้งท้าย

บุ๊ค Elevenfinger

'ถูกแย่งงานหรือเพราะการเมืองไม่ดี' 

‘พลอย’ หรือชื่อในวงการศิลปินแร็ปเปอร์ “POI” สมาชิกกลุ่ม Rvpcon อายุ 27 ปี วันนี้ก็ได้มาร่วมแสดงในเพลงชื่อ "ตื่น" ซึ่งกลุ่มผู้ชมของเธอดูจะแตกต่างกว่าที่เคย เพราะพวกเขาไม่ได้เป็นคนไทย แต่เป็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งก็ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย และอยากจะทำให้ดีที่สุด อยากให้ทุกคนเอนจอยไปกับเพลง 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าส่วนตัวติดตามข่าว หรือทราบว่ามีกระแสต่อต้านแรงงานข้ามชาติบ้างหรือไม่ พลอย เผยว่า ส่วนตัวติดตามข่าวเรื่องแรงงานข้ามชาติบ้าง แต่สื่อรายงานข่าวแรงงานข้ามชาติค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเห็นข่าวแอนตี้ (ต่อต้าน) มากกว่า จะไม่ได้เห็นข่าวที่สะท้อนว่าแรงงานได้รับปัญหา หรือได้รับผลกระทบต่างๆ อย่างไร ซึ่งความรู้สึกส่วนตัว เธอไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าเราต้องกีดกันคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกไป 

เธอมองว่างานที่แรงงานข้ามชาติทำอยู่ มันมีแรงงานไทยจริงๆ ทำน้อยมาก ถ้าไม่มีแรงงานข้ามชาติ เราอาจไม่มีคนทำงาน ซึ่งทำให้รู้สึกว่า เวลาคนที่เขาออกมาต่อต้าน มันควรจะมีเหตุผลมากกว่านี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องแย่งงาน

พลอย ยังชวนพลิกมุมมองด้วยว่าที่คนไทยไม่มีรายได้ หรืองานทำ อาจจะเป็นเรื่องที่การเมืองด้วย เพราะว่าถ้าการเมืองดี และดูแลทุกคนได้ทั่วถึง ทุกคนจะไม่ถูกกีดกัน ทุกคนจะมีรายได้ และในความจริง เธอยืนยันว่าการเข้ามาของแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องดีกับสังคมไทยมากกว่าด้วย 

“ถ้าเราทำให้พี่ๆ (แรงงานข้ามชาติ) เข้ามาอย่างถูกกฎหมาย มีการทำเอกสาร จ่ายภาษี มันจะเป็นประโยชน์กับเราซะด้วยซ้ำ” พลอย ทิ้งท้าย 

พลอย หรือชื่อในวงการศิลปินเพลงแร็ป POI

ความรู้สึกของศิลปินเพลงแร็ปไทย-พม่า

‘เดฟ’ หรือชื่อในวงการเพลงแร็ปคือ “3Bone” อีกหนึ่งศิลปินที่ได้มาร่วมร้องเพลงแร็ป ในกิจกรรมชุมนุมของ Bright Future ที่ลานหน้าหอศิลป์ BACC 

ตัวของเดฟ เคยทำงานเพลงร่วมกับศิลปินแร็ปเปอร์พม่ามาแล้ว 2 เพลง คือ Break it Down ในปี 2566 และมนต์รักเสรีภาพ ในปี 2568 ซึ่งในเพลงหลังยังไม่มีการเผยแพร่ในสาธารณะ เนื่องจากเดฟ อยากหาเงินทุนมาทำงานโปรโมท หรือ MV ก่อน 

เดฟ 3Bone

เดฟ 3Bone เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ได้มาทำงานเพลงร่วมกับชาวพม่าว่า เริ่มมาจากที่เขาทำงานเรื่องประเด็นการเมืองอยู่แล้ว จนได้มีโอกาสรู้จักคนที่ทำงานเบื้องหลังให้การช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทางการเมืองของเมียนมา ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวก็มีศิลปินเพลง และแร็ปเปอร์ที่ต้องหนีภัยประหัตประหารออกมาจากบ้านเกิดด้วย 

แร็ปเปอร์ชาวเมียนมา เขาก็สนใจอยากขับเคลื่อนประเด็นผ่านเพลงแร็ป และอยากทำงานร่วมกับศิลปินไทย คนที่ทำงานเบื้องหลังเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยเขาทราบอยู่แล้วว่า เดฟทำงานประเด็นการเมือง เลยมีการติดต่อชักชวนให้มาทำงานเพลงร่วมกัน ซึ่งเดฟก็ได้ตอบตกลง และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์งานด้วยกันของศิลปิน 2 ประเทศ

เดฟ 3Bone เล่าถึงความรู้สึกว่า การได้ทำงานร่วมกับศิลปินชาวพม่าทำให้เขาได้รู้จักคนพม่ามากขึ้น เข้าใจว่าไทย-พม่ามีปัญหาเรื่องเผด็จการคล้ายกัน ทำให้เราเข้าใจว่าผู้นำของพม่าก็แย่ ทำให้คนต้องลี้ภัยย้ายถิ่นฐานออกมาจากบ้านเกิด ซึ่งรู้สึกว่าเหตุผลเหมือนกับคนไทยที่ต้องลี้ภัย หรืออพยพไปทำงานที่ต่างแดน 

หลังงานชุมนุม เขาเผยความรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วม และปีก่อนหน้านี้ เขาก็ได้มาร่วมเหมือนกัน แต่เรารู้สึกว่าคนพม่ามาร่วมเยอะกว่านี้ แต่ปีนี้คนลดจำนวนน้อยลง เลยรู้สึกแอบเศร้าใจนิดหนึ่งว่าปีก่อนมีคนกำลังฮึกเฮิมสู้กันต่อ มีคนมากขึ้น แต่ปีนี้สังคมมันกดให้ชาวพม่าไม่กล้าออกมา 

ต่อคำถามที่ว่าคิดว่าเพลงจะช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องคนพม่ามากขึ้นหรือไม่ เดฟ มองว่า ขึ้นอยู่กับการแต่งเพลงว่าจะทำยังไงให้คนเข้าใจมากขึ้น ซึ่งมันก็ยังเป็นงานที่ยาก ยากที่จะทำให้คนเข้าใจจริงๆ ว่าแรงงานพม่าที่เข้ามา เขาแค่ต้องการพื้นที่ปลอดภัย เรารู้สึกว่างานไหนที่เขาพอทำได้ ก็ให้เขาทำเถอะ เพราะงานบางงานคนไทยก็ไม่ได้ทำแล้วด้วยซ้ำ อีกทั้ง ในแง่ของกฎหมาย รัฐบาลไทยยังมีกฎหมายที่จำกัดว่างานไหนที่คนต่างชาติทำได้แค่ไหน ซึ่งมันไม่เต็มร้อย ต่างจากคนไทยที่มีสามารถทำงานได้ทั้งหมด 

"อยากให้เข้าใจในบริบทที่ว่าการอยู่ในบ้านตัวเองและมันไม่ปลอดภัย เข้าใจว่าการอยู่กับถิ่นฐานตัวเองและไม่มีความสุข ขนาดคนไทยยังต้องย้ายไปทำงานต่างประเทศที่ดีกว่าประเทศตัวเองเหมือนกัน ทำไมเขา (คนพม่า) จะย้ายจากประเทศตัวเอง มาทำงานในประเทศที่ดีกว่าไม่ได้" เดฟ กล่าว 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง