ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านรับคำขอโทษ 'ภัณฑิล น่วมเจิม' สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงในลักษณะด้อยค่าและทำลายเกียรติภูมิของนักปกครองท้องที่ทั่วประเทศ ขอเป็นบทเรียนของ สส. ทุกคน ว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่

6 พฤษภาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) รับหนังสือแถลงการณ์จากนายยงยศ แก้วเขียว ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แห่งประเทศไทย
แถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่ชมรมฯ ได้แสดงความกังวลต่อกรณีการอภิปรายของนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงในลักษณะด้อยค่าและทำลายเกียรติภูมิของนักปกครองท้องที่ทั่วประเทศ และต่อมาในวันที่ 1 พฤษภาคม นายภัณฑิล ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวขอโทษ และพรรคประชาชน ในฐานะพรรคต้นสังกัด ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทางชมรมฯ จึงขอแถลงจุดยืน 3 ข้อ ได้แก่ 1. ในฐานะนักปกครองท้องที่ ผู้เป็นที่พึ่งของประชาชนและยึดถือหลักคุณธรรมในการปฏิบัติงาน รับคำขอโทษด้วยความยินดีและขอบคุณที่นายภัณฑิลและพรรคประชาชน ตระหนักถึงความผิดและกล้าที่จะแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่ดี 2. ชมรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของ สส. ทุกคน ว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริงและให้เกียรติผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ การใช้ถ้อยคำเหมารวมไม่เพียงแต่จะบั่นทอนกำลังใจ แต่ยังสร้างความแตกแยกในสังคมโดยไม่จำเป็น และ 3. แม้เหตุการณ์นี้จะสร้างความกระทบกระเทือนใจ แต่ขอถือเอาวิกฤตนี้เป็นแรงผลักดันในการทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข และยืนหยัดเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับยาเสพติดอย่างสุจริตเที่ยงธรรม
ด้านนายกรวีร์ กล่าวว่า เข้าใจดีถึงบทบาทการทำหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่หากมีกระทำที่มากระทบกระเทือนหัวใจย่อมจะเกิดความรู้สึก จึงต้องมาแสดงจุดยืนที่รัฐสภาในวันนี้ ซึ่งตนขอบคุณที่ทางชมรมฯ รับคำขอโทษ และเห็นว่าเป็นเรื่องของพรรคต้นสังกัด และ สส. ที่จะดำเนินการใด ๆ ต่อไป โดยทราบว่าพรรคจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบด้วย ก็จะรอติดตามผล ขณะที่ในส่วนวิปรัฐบาลจะนำเรื่องนี้ไปหารือ เพื่อให้เป็นบทเรียนที่สำคัญกับ สส. ไม่ว่าพรรคใด ในการพูดหรือการอภิปรายที่อาจทำให้บุคคลอื่นเสียหาย
ย้อนกรณี 'ภัณฑิล น่วมเจิม' อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้าน
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ได้อภิปรายในวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปรามปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ.2567 โดยเสนอให้ทดสอบด้วยการตรวจปัสสาวะสมาชิกสภาทั้ง 500 คน ณ ที่ประชุมแห่งนี้ทันที
"ถ้าคำนวณสัดส่วนเดียวกันนี้กับสภาผู้แทนราษฎร 500 คน ผมว่าต้องเจออย่างน้อย 3-4 คน แน่นอน" นายภัณฑิล กล่าวระบุ พร้อมท้าทายให้จัดกิจกรรมรณรงค์ตรวจสารเสพติดภายในรัฐสภาเลย
นอกจากนี้ ยังได้อภิปรายถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในค่ายทหาร โดยระบุว่าจากประสบการณ์ที่เพิ่งเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์การเกณฑ์ทหาร พบว่าภายในค่ายทหารมีปัญหายาเสพติดอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับจ่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค่ายทหารอย่างจริงจัง
นายภัณฑิล ยังได้ขยายความถึงปัญหาในระดับท้องถิ่น โดยชี้ว่ากลุ่มกำนันและผู้ใหญ่บ้านในหลายพื้นที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้าและเสพยาเสพติด พร้อมเสนอให้เรียกประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านแล้วตรวจปัสสาวะทั้งหมด เพื่อคัดกรองผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดออกจากตำแหน่ง
การอภิปรายนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ทำให้ต่อมา นายภัณฑิล ได้อัดคลิปวิดีโอขอโทษกำนันผู้ใหญ่บ้าน หลังกล่าวหาว่าเป็นพวกค้ายาเสพยาทั้งนั้น อ้างต้องการสื่อสารไปที่ ปปส. เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนไม่ได้เหมารวม ทั้งนี้ยังมีข้อความว่า รบกวนขออนุญาตชี้แจงขอโทษกำนันผู้ใหญ่บ้านสืบเนื่องมาจากการอภิปรายประเด็นยาเสพติด เสนอแนะให้มีการตรวจหาสารเสพติด ทั้งใน สส. ค่ายทหาร และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ยืนยันไม่ได้มีเจตนาเหมารวมทุกคนเป็นผู้ค้า/ผู้เสพทั้งหมด
ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชนได้ออกแถลงการณ์ ต่อกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2569 ซึ่งเนื้อหาบางส่วนที่มีการกล่าวพาดพิงในลักษณะเหมารวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น
พรรคประชาชนได้รับทราบถึงข้อห่วงใย ความไม่สบายใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม รวมถึงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ พรรคประชาชนขอยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญและเคารพการทำหน้าที่ของผู้แทนของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น
พรรคประชาชน ยืนยันว่า การใช้คำพูดในลักษณะเหมารวมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ผิดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรค แม้เจตนารมณ์ของการอภิปรายจะมีความตั้งใจที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา ที่อาจมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองบางกลุ่มเข้าไปพัวพันกับขบวนการเหล่านี้ แต่การสื่อสารที่ขาดความระมัดระวังและเกินความพอดีจนกลายเป็นการเหมารวม ถือเป็นการบั่นทอนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ซึ่งพรรคไม่เห็นด้วยและไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้
แม้ตัวผู้อภิปรายตระหนักถึงความผิดพลาดและได้ออกมาขอโทษแล้ว แต่พรรคประชาชนได้นำกรณีนี้ เพื่อทำการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยพรรคประชาชนได้นำกรณีนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค เพื่อดำเนินการสอบสวนและพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอนโดยทันที
พรรคประชาชนขอน้อมรับทุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา และจะใช้กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการกำชับผู้แทนราษฎร ตลอดจนบุคลากรของพรรคทุกคน ให้มีความรอบคอบและมีวุฒิภาวะในการทำหน้าที่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานการทำงานในฐานะสถาบันทางการเมืองที่รับผิดชอบต่อประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายต่อไป
ล่าสุดวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 นายภัณฑิล ได้ออกมาชี้แจง กรณีอภิปรายในสภาในประเด็นยาเสพติดแล้วทำให้ “ชาวคลองเตย” ไม่สบายใจกับเนื้อหาในการอภิปรายในครั้งนี้
โดยระบุว่า ก่อนอื่นผมต้องขอโทษ พ่อแม่พี่น้องชาวคลองเตยทุกท่านที่มีการพาดพิง หรือเหมารวม ทำให้ชุมชนต่าง ๆ ไม่สบายใจ ในประเด็นนี้ผมน้อมรับผิด และจะนำไปปรับปรุง เป็นบทเรียนในการสื่อสารในอนาคต ว่าไม่ควรจะเหมารวมไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ชุมชน หรือองค์กรใดก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ให้บทเรียนกับผมเป็นอย่างมาก
แต่ในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” เขต #คลองเตย นี่คือส่วนหนึ่งจาก inbox ข้อร้องเรียนเพียงช่องทางเดียวเท่านั้น (คือ facebook messenger) ที่มีเข้ามาแจ้งปัญหาเกี่ยวกับประเด็นยาเสพติดในเขตคลองเตย
หากผมนิ่งนอนใจและไม่สะท้อนปัญหาจากข้อร้องเรียนเหล่านี้ ผมคิดว่าตรงนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ที่ไว้ใจแจ้งปัญหาเหล่านี้กับผมเช่นกัน หากพูดเป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่ายคือ ยาเสพติดในคลองเตยนั้นมี หาได้ง่าย ผู้คนได้รับผลกระทบ นั้นเป็นเรื่องจริง มีข้อร้องเรียนจริง มีผู้เดือดร้อนจริง แต่ผิดที่การสื่อสารที่ผมไป “เหมารวม” คลองเตย จึงทำให้เกิดความไม่พอใจ
หากจะให้ผมไม่พูดถึงปัญหาในคลองเตยเลย อยู่นิ่ง ๆ ไม่โดนว่า ก็คงได้เช่นกัน... แล้วผมจะเป็นผู้แทนของคนคลองเตยทำไม ถ้ามัวแต่กลัวโดนว่า หรือทำให้ใครไม่พอใจ ผมคิดว่าถ้าผมกลัวขนาดนั้น ผมก็ไม่ควรอาสามาเป็นผู้แทน แต่เมื่อผมได้เป็นผู้แทนของทุกท่านแล้ว ไม่ว่าจะปัญหาอะไร ผมก็ไม่ควรกลัวที่จะพูดหรือสะท้อนปัญหานั้นออกไป
เนื้อหาในการอภิปรายครั้งนี้ยาว 7 นาที
ผมไล่เรียงว่ามีปัญหาอะไรขึ้นบ้าง ผมไม่เพียงแต่พูดถึงคลองเตย ในเขตวัฒนาผมก็พูด ผับที่เอกมัยถูกจับแล้วกลับมาเปิดใหม่ คนมั่วสุมยาเสพติดในทองหล่อ ผมก็พูด แต่ด้วยข้อจำกัดที่จะตัดคลิปมานั้น ไม่สามารถนำคลิป 7 นาทีมาโพสท์ได้ ทางทีมงานจึงเลือกตัดเฉพาะส่วนที่มีน้ำหนักชัดเจน
โดยทั้งหมดทั้งมวล ในเนื้อหาอภิปราย ผมไม่มีเจตตาด้อยค่าคนคลองเตยเลยแม้แต่นิดเดียว ผมไม่มีความจำเป็นหรือความคิดที่จะต้องด้อยค่าคลองเตยด้วยซ้ำ เพราะตัวผมเองก็เป็นผู้แทนชาวคลองเตยมาแล้ว 3 ปี มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิด อย่างดีกับผู้คนในหลาย ๆ ชุมชน หรือแม้แต่ผู้ช่วยผม อาสาที่มาช่วย ก็ล้วนแต่เป็นคนในคลองเตยทั้งนั้น ผมจึงขอยืนยันอีกครั้งว่าจุดประสงค์ในการอภิปราย ผมอยากให้ปัญหายาเสพติดนั้นดีขึ้น และผมก็อยากให้คลองเตยของเราดีขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะยาเสพติด หรืออะไรก็ตาม น้อยลงจนไม่มี
ผมได้แนบคลิปเต็มของการอภิปรายในวันที่ 30 เม.ย. 69 ไว้ เผื่อว่าท่านใดอยากฟังแบบเต็มครับ
