ผลสำรวจเผยว่า นศ.ต่างชาติในเกาหลีใต้ราว 7 ใน 10 เลือกทำงานล่วงเวลา หรือที่เรียกว่างานพาร์ตไทม์ ในภาคร้านอาหาร หรือภาคส่วนธุรกิจที่พักแรม แต่ก็เสี่ยงถูกละเมิดแรงงานได้ง่าย เพราะสัญญาจ้างไม่เป็นทางการ การถูกเลือกปฎิบัติ และอื่นๆ ส่วนเหตุผลหลักที่ทำให้ นศ.ต่างชาติ เลือกงานประเภทนี้ มีทั้งปัจจัยเรื่องเวลาที่ไม่ทับซ้อนกับเวลาเรียน และบางคนเลือกเพราะสัญญาจ้างไม่เป็นทางการ เพราะในเกาหลีใต้มีนโยบายปรับลดวงเงินประกันสุขภาพลง 50% หากมีรายได้ต่อปีสูงกว่า 3.6 ล้านวอน
14 พ.ค. 2569 สื่อสัญชาติเกาหลีใต้ “The Korea Times” รายงานเมื่อ 11 พ.ค. 2569 เปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่า นักศึกษาต่างชาติในเกาหลีใต้ ประมาณ 7 ใน 10 มักทำงานในภาคบริการ หรืองานทักษะน้อย อย่างงานในร้านอาหาร หรืองานภาคบริการในที่พัก และมีส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำงานตรงสายเกี่ยวข้องกับที่เรียนมา
ข้อมูลนี้มาจากงานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบด้านเศรษฐกิจสังคมจากการที่มีนักศึกษาต่างชาติเดินทางเข้าไปศึกษาต่อในประเทศเกาหลีใต้ เผยแพร่โดยศูนย์วิจัยและอบรมด้านการย้ายถิ่นฐานของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 โดยเนื้อหางานระบุว่ามีนักศึกษาต่างชาติ 71.1% ที่ได้รับการจ้างงานในภาคบริการร้านอาหาร หรือที่พักแรม เช่น โรงแรม หรือบ้านพัก โดยที่ในจำนวนนี้มี 81.6% ที่เป็นนักศึกษาปริญญาตรี อายุ 19-24 ปี
ผลการวิจัยยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางภูมิภาค นักศึกษาต่างชาติในเกาหลีใต้ ที่ทำงานพาร์ตไทม์ภาคบริการด้านอาหาร และที่พัก มีอยู่มากกว่า 80% ที่อยู่ในควังจู, อินชอน, ปูซาน, จังหวัดชุงช็องใต้ และจังหวัดคย็องกี
นอกจากนี้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า การจ้างงานพาร์ตไทม์นักศึกษาต่างชาติโดยส่วนใหญ่ในเกาหลีใต้ ไม่สามารถใช้เป็นบันไดในการสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพในอนาคตให้กับนักศึกษา โดยมีเพียงแค่ 2.4% เท่านั้นที่พิจารณาการสมัครทำงานพาร์ตไทม์ว่าต้องตรงกับสาขาที่เขาเรียน หรือตรงกับงานที่พวกเขาอยากทำ โดยมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยหลัก
อย่างไรก็ตาม นักศึกษาส่วนใหญ่คือ 54.4% ก็มองว่าปัจจัยที่สำคัญกว่าในการเลือกงานพาร์ตไทม์คือช่วงเวลางานที่จะไม่มารบกวน หรือทับซ้อนกับช่วงเวลาเรียนของพวกเขา มีอยู่ 24.8% ที่พิจารณาจากค่าจ้างเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีสถิติ 41.9% ของนักศึกษาที่ทำงานพาร์ตไทม์เหล่านี้ มีสภาพการจ้างงานในแบบที่ไม่ได้แจ้งต่อทางการและไม่ได้มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ มีแต่สัญญาแบบปากเปล่า ทำให้กลายเป็นการจ้างงานแบบที่ในเกาหลีใต้เรียกว่าการจ้างแบบ "อยู่ในเงา" ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกละเมิดสัญญาจ้างได้
สาเหตุหลักที่นักศึกษายอมรับการจ้างงานที่ไม่เป็นทางการแบบนี้มาจากการลดแรงจูงใจทางการเงินที่เกิดขึ้นกับพวกเขา ในกฎหมายปัจจุบันของเกาหลีใต้ นักศึกษาต่างชาติจะถูกลดวงเงินประกันสุขภาพลง 50% ถ้าหากรายได้ต่อปีของพวกเขาสูงเกินกว่า 3.6 ล้านวอน (ราว 78,000 บาท) ทำให้ทั้งนักศึกษาและนายจ้างตกลงกันให้มีการจ้างงานแบบไม่ต้องทำสัญญาเป็นทางการเพื่อไม่ให้มีการระบุรายได้ต่อปีของนักศึกษาเกินจนถูกลดวงเงินประกัน
เรื่องนี้ยังนำมาสู่การที่แรงงานนักศึกษาไม่ค่อยอยากรายงานเวลาถูกละเมิดแรงงานด้วย เช่น การไม่ได้รับค่าจ้างหรือการได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่สะท้อนว่านักศึกษาต่างชาติในเกาหลีใต้มักถูกมองเป็น "แรงงานต้นทุนต่ำ" ที่มีอำนาจต่อรองจำกัดแม้แต่ในระดับแรงงานค่าแรงขั้นต่ำ ขณะเดียวกัน งานพาร์ตไทม์ของพวกเขาก็เป็นมากกว่าแค่บทบาทชั่วคราว แต่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างงานบริการในเกาหลีใต้ไปแล้ว
นักศึกษาต่างชาติ กล่าวถึงอุปสรรคในที่ทำงานเหล่านี้ว่ามีเรื่องกำแพงภาษา เรื่องการถูกกีดกันเลือกปฏิบัติ และเรื่องการถูกใช้แรงงานหนักในแง่ของแรงกาย นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่าการหางานของพวกเขามักจะอาศัยเครือข่ายคนรู้จักแนะนำกัน หรือไม่เช่นนั้นก็ใช้แพล็ตฟอร์มออนไลน์ หรือชุมชนนักศึกษานานาชาติเป็นที่แลกเปลี่ยนหางาน
งานวิจัยชั้นนี้เสนอการแก้ปัญหาให้มีการจัดระบบการจ้างงานพาร์ตไทม์แบบเป็นทางการ เพื่อให้นำนักศึกษาเหล่านี้กลับเข้ามาอยู่ในระบบของกฎหมาย อีกทั้งยังเสนอให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแล โดยให้นักศึกษาที่เข้าเกณฑ์ต้องรายงานตัวเป็นรายปีอย่างนักศึกษามีระดับความสามารถทางภาษาเกาหลีสูง หรือมีความสามารถในการเรียนสูง อีกทั้ง ยังเสนอให้ปรับระดับเพดานรายได้ที่จะนำมาใช้ลดวงเงินสวัสดิการสุขภาพ รวมถึงยกเลิกข้อจำกัดด้านระยะทางของสถานที่ทำงานด้วย
เรียบเรียงจาก
7 in 10 int'l students in Korea work in low-skilled service jobs: report, The Korea Times, 11-05-2026
