Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในขณะจีนมีอิทธิพลในแอฟริกาหลายประเทศ ประเทศเอสวาตินี ก็เป็นพันธมิตรเชิงการทูตประเทศเดียวในแอฟริกาสำหรับไต้หวัน แต่ก่อนหน้านี้การเดินทางเยือนเอสวาตินีก็เคยถูกเลื่อนมาหลายครั้ง จากสาเหตุที่ไต้หวันระบุว่าทางการจีนกดดันประเทศในภูมิภาคนั้นให้สร้างอุปสรรคต่อการเดินทางให้กับผู้นำไต้หวัน แต่ในที่สุด ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันก็ได้เข้าพบกับผู้นำเอสวาตินี

ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้เดินทางเยือนประเทศเอสวาตินี ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่มีการเลื่อนการเดินทางหลายครั้งเพราะมีหลายประเทศอย่างเช่น เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ ระงับการอนุญาตให้ไต้หวันบินผ่านน่านฟ้าประเทศของพวกเขา ซึ่งไต้หวันบอกว่าเป็นเพราะจีนกดดันประเทศเหล่านี้

ไล่ชิงเต๋อ โพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดียระบุว่าทางได้หวันได้ "ยืนยันในมิตรภาพที่ยาวนาน" ระหว่างพวกเขากับเอสวาตินี ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรทางการทูตหนึ่งเดียวของไต้หวันที่อยู่ในแอฟริกา อีกทั้งไล่ชิงเต๋อยังระบุอีกว่า "ไต้หวันจะไม่มีทางยอมถอยให้กับการกดดันจากภายนอก"

เดิมทีแล้วไล่ชิงเต๋อมีกำหนดการเยือนเอสวาตินีระหว่างวันที่ 22-26 เมษายน ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากถูกสามประเทศในแอฟริกาห้ามเดินทางผ่านน่านฟ้าของพวกเขา จึงมีการเลื่อนเดินทาง ซึ่งทางการจีนผู้มีอิทธิพลในแอฟริกาปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้กดดันทางเศรษฐกิจใดๆ ต่อประเทศในแอฟริกาจนทำให้มีเรื่องการห้ามบินผ่านน่านฟ้าเกิดขึ้น แต่ก็กล่าวขอบคุณสามประเทศแอฟริดาที่ปิดกั้นไต้หวัน โดยบอกว่ารู้สึก "ทราบซึ้งใจอย่างมาก"

การไปเยือนเอสวาตินีในครั้งนี้ ไต้หวันหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศและผสานความร่วมมือที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ การเกษตร วัฒนธรรม และการศึกษา

หลังจากที่ไต้หวันไปเยือนเอสวาตินีได้สำเร็จ ทางการจีนก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบ โดยที่รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของจีนแถลงว่า ผู้นำไต้หวันได้ "แสดงละครที่น่าขันต่อหน้าธารกำนัล" อ้างว่าไล่ชิงเต๋อ "ถูกลักลอบนำตัว" ออกจากไต้หวัน อีกทั้งยังบอกว่าการที่ไล่ชิงเต๋อไปเยือนเอสวาตินีนั้นถือเป็น "การกระทำที่ไร้ศักดิ์ศรี" และ "เปล่าประโยชน์" รวมถึงบอกอีกว่า "ความจริงที่ว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง"

นอกจากนี้จีนยังได้เรียกร้องให้เอสวาตินีกับประเทศอื่นๆ คอยจับตาดูว่า "ประวัติศาสตร์จะเอียงข้างใคร" และขอให้ "เลิกทำตัวเป็นฉากหลังให้กับพวกแบ่งแยกดินแดนเรียกร้อง 'เอกราชไต้หวัน'"

จีนอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนทั้งที่ไต้หวันมีระบอบการเมืองแตกต่างกันกับจีนโดยสิ้นเชิง ซึ่งไต้หวันปฏิเสธและบอกว่าพวกเขาเป็นประเทศที่มีเอกราชเป็นของตนเอง และมีสิทธิในการที่จะปฏิสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ในฐานะประเทศแห่งหนึ่ง ที่ไม่ควรจะมีใครมาขัดขวาง

"ประชาชนชาวไต้หวัน 23 ล้านรายมีสิทธิในการที่จะโอบรับโลกและปฏิสัมพันธ์กับโลก" ไล่ชิงเต๋อกล่าวในการปราศรัยก่อนเข้าพบกับราชวงศ์และเหล่าผู้มีฐานันดรศักดิ์ของเอสวาตินี

"ไม่มีประเทศไหนที่จะมีสิทธิปิดกั้นหรือควรที่จะทำการปิดกั้นไต้หวันในการทำประโยชน์มากขึ้นให้กับโลก" ไล่ชิงเต๋อกล่าว

กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้แถลงเกี่ยวกับการที่ผู้นำไต้หวันได้พบปะกับผู้นำเอสวาตินีว่า การที่ไต้หวันมีความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนั้นได้ก่อเกิดประโยชน์ที่มีความสำคัญต่อประชาชนของพวกเขา รวมถึงต่อประชาชนของเอสวาตินีด้วย สหรัฐฯ อย่างได้ระบุอีกว่า "ไต้หวันเป็นคู่หูที่เชื่อถือได้และมีความสามารถสำหรับสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ อีกจำนวนมาก"

ในช่วงที่ผ่านมามีประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันลดลงเรื่อยๆ จนมีเหลืออยู่ 12 ประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศแถบลาตินอเมริกาและแถบแคริบเบียน เช่น กัวเตมาลา, ปรากวัย, เฮติ, เบลิซ มีบางส่วนที่อยู่ในแถบแปซิฟิก ส่วนในยุโรปมีรัฐเดียวคือนครรัฐวาติกัน และในแอฟริกาก็มีอยู่ประเทศเดียวคือ เอสวาตินี


เรียบเรียงจาก
Taiwan's president visits Eswatini despite China's objection, DW, 02-05-2026
Taiwan leader makes delayed visit to Eswatini after China objections, HKFP, 03-05-2026
US State Department lauds Lai's trip to Eswatini, Taiwan News, 04-05-2026
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง